โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทภ.2 แถลงการณ์โต้กัมพูชา ยันไม่ล้ำแดน ไม่ละเมิดหยุดยิง

INN News

อัพเดต 29 มิถุนายน 2569 เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ทภ.2 ออกแถลงการณ์โต้กัมพูชา ย้ำปรับพื้นที่ในเขตไทย ยันไม่ขัด MOU-GBC อยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง ลั่นยึดกฎหมาย-ไม่ยอมถูกกล่าวหา

กองทัพภาคที่ 2 ออกเอกสารชี้แจงกรณีเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์ประท้วงฝ่ายไทย โดยกล่าวหาว่ากำลังฝ่ายไทยรุกล้ำดินแดนในพื้นที่ตำบลอัมปึล อำเภอบันเตียอัมปึล จังหวัดอุดรมีชัย ด้วยการตัดไม้และติดตั้งลวดหนามบริเวณด่านชายแดนที่ 26 โดยฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) และปฏิญญาร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ครั้งที่ 3

กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าการปฏิบัติภารกิจและการดำเนินมาตรการปรับปรุงพื้นที่ทั้งหมดอยู่ภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย และเป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ มิได้มีการรุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้านแต่อย่างใด อีกทั้งไม่ขัดต่อบันทึกความเข้าใจ (MOU) หรือปฏิญญาร่วมการประชุม GBC ครั้งที่ 3 เนื่องจากเป็นการดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคงภายในเขตแดนไทย เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน โดยไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ชายแดนหรือใช้กำลังคุกคามฝ่ายใด

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวยังอยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงหยุดยิง (Joint Statement) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ยึดถือร่วมกัน โดยไม่มีเจตนาเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนด้วยการใช้กำลัง

สำหรับที่มาของมาตรการในพื้นที่ดังกล่าว สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เมื่อราษฎรไทยในพื้นที่บ้านสายโท ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เข้าไปหาของป่าและจับอึ่งบริเวณท้ายเขื่อนบ้านสายโท 3 ใต้ ตำบลจันทบเพชร ก่อนพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย และได้ยินเสียงสนทนาเป็นภาษากัมพูชา รวมถึงเสียงคล้ายอาวุธปืน ทำให้เกิดความหวาดกลัวและหลบหนีออกจากพื้นที่

ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว กองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง กองร้อยทหารพราน และหน่วยงานด้านความมั่นคง เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมนำผู้ประสบเหตุชี้จุดเกิดเหตุ และสามารถติดตามนำรถจักรยานยนต์ที่ถูกทิ้งไว้ส่งคืนเจ้าของได้แล้วจากการตรวจสอบไม่พบการตั้งฐานพักหรือสิ่งปลูกสร้างทางทหาร คาดว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าถึง

ทั้งนี้ ข้อมูลด้านการข่าวระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นแหล่งกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน อาทิ การปล้นสะดม การเรียกค่าไถ่ การลักลอบนำยานพาหนะออกนอกประเทศ การลำเลียงยาเสพติด และการค้าอาวุธสงคราม

กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่มีความจำเป็นต้องจัดระเบียบพื้นที่ใหม่ เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยตามแนวชายแดน เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย โดยยืนยันว่าการถากถางและปรับพื้นที่เป็นไปเท่าที่จำเป็น และดำเนินการภายในเขตแดนไทย มิใช่การรุกล้ำดินแดนประเทศเพื่อนบ้าน

พร้อมกันนี้ การยกระดับมาตรการในช่วงเดือนมิถุนายนเป็นผลจากการประเมินสถานการณ์ต่อเนื่องจากเหตุเดือนพฤษภาคม เพื่อให้การจัดระเบียบพื้นที่มีความรอบคอบและรัดกุมมากยิ่งขึ้น

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าจะยังคงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครองอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าตรวจและควบคุมพื้นที่ โดยยึดแนวทางสันติวิธี ควบคู่กับการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ รวมทั้งสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...