โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"รมช.วัชระพล" ลุยร้อยเอ็ด เร่งพัฒนาแหล่งน้ำ แก้ท่วม-แล้ง ช่วยเกษตรกรกว่า 3,100 ครัวเรือน

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

"รมช.วัชระพล" ลงพื้นที่ร้อยเอ็ด ติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการลุ่มน้ำเสียวน้อย-ลำห้วยไส้ไก่ แก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างยั่งยืน ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกว่า 5,100 ไร่ ช่วยประชาชนกว่า 3,100 ครัวเรือน

วันที่ 19 มิ.ย.69 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ สร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับภาคการเกษตรและประชาชน โดยมี นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน นายเสน่ห์ มาลัย ผู้อำนวยการโครงการชลประทานร้อยเอ็ด และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และรายงานผลการดำเนินงาน

ในการนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ได้ลงพื้นที่บริเวณฝายวังอีซิว บ้านเปลือย ตำบลดอกไม้ อำเภอสุวรรณภูมิ เพื่อติดตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำและแผนพัฒนาลุ่มน้ำเสียวน้อย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในช่วงฤดูน้ำหลาก ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน เนื่องจากลำน้ำตื้นเขินและมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ

กรมชลประทาน ได้วางแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำในลำเสียวน้อย (ขุดลอกลำห้วย) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และยังมีแผนก่อสร้างประตูระบายน้ำลำเสียวน้อยพร้อมอาคารประกอบ หวังลดความเสี่ยงจากอุทกภัย และเพิ่มการเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง มีประชาชนได้รับประโยชน์ประมาณ 900 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกว่า 2,500 ไร่

จากนั้น ได้ลงพื้นที่ไปติดตามแนวทางพัฒนาลำห้วยไส้ไก่ ตำบลหน่อม อำเภออาจสามารถ ที่มักจะประสบปัญหาทั้งน้ำท่วมในฤดูฝนและขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง เนื่องจากสภาพลำน้ำตื้นเขิน มีวัชพืชปกคลุม และฝายเดิมชำรุด

กรมชลประทาน ได้วางแผนพัฒนาลำห้วยไส้ไก่ ด้วยการขุดลอกแก้มลิงเพิ่มน้ำต้นทุน ก่อสร้างฝายพร้อมขุดลอกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักและการระบายน้ำ จำนวน 6 โครงการ ทั้งนี้ หากโครงการต่างๆ แล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้พื้นที่เกษตรได้กว่า 2,630 ไร่ มีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 2,200 ครัวเรือน ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม เพิ่มน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ตลอดจนสนับสนุนการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...