“การบินไทย-ไปรษณีย์ไทย” ถอดบทเรียนพลิกองค์กรฝ่าวิกฤต ชู Mindset ใหม่-บริหารคน-สร้างรายได้ยั่งยืน
การบินไทย และไปรษณีย์ไทย สะท้อนบทเรียนการพลิกฟื้นธุรกิจจากภาวะวิกฤต ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค ชู “การเปลี่ยน Mindset องค์กร” การบริหารทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างความยืดหยุ่นทางการเงิน เป็นหัวใจสำคัญในการกลับมาเติบโตอีกครั้ง
28 พฤษภาคม 2569 นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวในงานสัมมนา Thailand Next : The Successor เชื่อมรุ่น สร้างอนาคต จัดโดยประชาชาติธุรกิจ ในหัวข้อ Best Comeback … เกือบจะหลับ แต่กลับมาได้
นายชาย กล่าวว่า การบินไทยเคยเผชิญวิกฤตหนักในปี 2563 จากผลขาดทุนสะสมกว่า 66,000 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบกว่า 100,000 ล้านบาท จนต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจอ่อนแอในอดีต มาจากข้อจำกัดของการเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งต้องแบกรับทั้งภารกิจเชิงนโยบายของรัฐและการแข่งขันทางธุรกิจในระดับสากล ขณะเดียวกันยังขาดการลงทุนด้านฝูงบินและโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับสายการบินต่างประเทศได้อย่างเต็มที่
ภายใต้แผนฟื้นฟู การบินไทยได้ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนรูปแบบการบริหารให้มีความคล่องตัวแบบเอกชนมากขึ้น เน้นแนวคิด Commercial Mind และ Customer Mind ควบคู่กับการใช้ระบบวัดผลแบบ Performance-Based เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
นอกจากนี้ ยังเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาทดแทนงานซ้ำซ้อน เพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น พร้อมปรับโครงสร้างต้นทุนจาก Fixed Cost ไปสู่ Variable Cost ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ธุรกิจ
นายชาย กล่าวว่า หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญขององค์กร คือการได้รับความร่วมมือจากพนักงานในช่วงโควิด-19 โดยกว่า 90% สมัครใจลดเงินเดือนเพื่อช่วยประคององค์กร ขณะที่บริษัทเลือกใช้วิธีสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใสและรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับพนักงาน จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้
ปัจจุบันการบินไทยหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพคล่องและการพึ่งพาตัวเองมากขึ้น โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสะสมราว 130,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต
“ธุรกิจการบินมี Margin ต่ำมาก ไม่เกิน 4% ดังนั้นองค์กรต้องมีวินัยทางธุรกิจ และต้องรู้จักปฏิเสธในสิ่งที่กระทบผลประโยชน์ขององค์กร” นายชาย กล่าว
ด้านดร.ดนันท์ กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยในฐานะองค์กรอายุกว่า 140 ปี ต้องเผชิญความท้าทายทั้งจากภาพลักษณ์เดิมที่ถูกมองว่า “เก่าและช้า” รวมถึงการแข่งขันรุนแรงในตลาดขนส่งด่วน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ไปรษณีย์ไทยจึงปรับวิสัยทัศน์องค์กรจาก “ผู้ส่งของ” สู่ “เครือข่ายที่ส่งมอบการเติบโต” โดยมองว่าหน้าที่ขององค์กรไม่ใช่เพียงการขนส่งสินค้า แต่คือการส่งต่อประสบการณ์และความสำเร็จให้กับผู้ใช้บริการ
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ คือ การขยายบริการไปสู่ตลาดเฉพาะทาง ทั้งการขนส่งควบคุมอุณหภูมิ การส่งสินค้าขนาดใหญ่ การส่งนมแม่ และการส่งสัตว์มีชีวิต เช่น ปลาสวยงาม ไปต่างประเทศ เพื่อสร้างความแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาด
ขณะเดียวกัน ยังเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพเครือข่ายขนส่ง ผ่านแนวคิด Network Optimization โดยควบรวมเครือข่ายการส่งจดหมายและส่งด่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้าน Last Mile ได้ถึง 19%
ดร.ดนันท์ กล่าวว่า การบริหารองค์กรยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญกับแนวคิด Triple Bottom Line หรือการสร้างสมดุลระหว่าง Profit, People และ Planet โดยไปรษณีย์ไทยไม่ได้วัดผลสำเร็จจากกำไรเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย
สำหรับปี 2568 บริษัทตั้งเป้า EBITDA ไว้ที่ 2,500 ล้านบาท แต่เมื่อรวมมูลค่าผลประโยชน์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ Social Equivalent จะมีมูลค่ารวมราว 3,600 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าโครงการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การรีไซเคิลกล่องและซอง รวมถึงการพัฒนาระบบ Reverse Logistics เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ E-commerce ในอนาคต
ทั้งนี้ ผู้บริหารทั้งสององค์กรเห็นตรงกันว่า “วิกฤต” ถือเป็นจังหวะสำคัญในการเร่งเปลี่ยนแปลงองค์กร เพราะเป็นช่วงที่แรงต้านภายในลดลง ทำให้สามารถปรับโครงสร้างต้นทุน ปรับกระบวนการทำงาน และสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
"ใช้ภาวะวิกฤตให้เป็นโอกาส" ในช่วงวิกฤตแรงต้านในการเปลี่ยนแปลงจะน้อยลง ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนและกระบวนการทำงานที่ปกติทำได้ยาก โดยการบริหารจัดการคนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนที่สุด ต้องจัดการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) จำนวนมหาศาล โดยเลือกทำกิจกรรมที่มี Impact สูงและ Stakeholder น้อยก่อน
อ่านข่าวอื่น ๆ
- ดร.ยศนันท์ กางโรดแมป SUCCESSOR ของไทย ปั้น 4 เครื่องยนต์ใหม่ ดึงไทยเสียบ Supply Chain โลก
- ดร.สันติธาร ชี้จุดหักศอกเศรษฐกิจไทย เร่งอัปเกรด “เรือลำใหม่” สู้คลื่นยักษ์ Double Squeeze
- ถอดรหัสกลยุทธ์ “ยุคแห่งแฟน” แนะองค์กรเร่งสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย มัดใจลูกค้าเป้าหมายระยะยาว
- ‘อารักษ์’ เตรียมรับไม้ต่อ SCBX สานต่อพาองค์กร 120 ปี สู่เทคฯ การเงินเต็มตัว
- ศุภชัย ถอดรหัสลับ Successor ยุค AI Disruption พลิกวิกฤต สู่โอกาสทองเศรษฐกิจไทย
- "8 มรสุมโลก" ป่วนเศรษฐกิจไทย สุรเกียรติ์ เตือน ‘Crisis is the New Normal’