โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“การบินไทย-ไปรษณีย์ไทย” ถอดบทเรียนพลิกองค์กรฝ่าวิกฤต ชู Mindset ใหม่-บริหารคน-สร้างรายได้ยั่งยืน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 พ.ค. เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. เวลา 09.26 น.

การบินไทย และไปรษณีย์ไทย สะท้อนบทเรียนการพลิกฟื้นธุรกิจจากภาวะวิกฤต ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค ชู “การเปลี่ยน Mindset องค์กร” การบริหารทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างความยืดหยุ่นทางการเงิน เป็นหัวใจสำคัญในการกลับมาเติบโตอีกครั้ง

28 พฤษภาคม 2569 นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวในงานสัมมนา Thailand Next : The Successor เชื่อมรุ่น สร้างอนาคต จัดโดยประชาชาติธุรกิจ ในหัวข้อ Best Comeback … เกือบจะหลับ แต่กลับมาได้

นายชาย กล่าวว่า การบินไทยเคยเผชิญวิกฤตหนักในปี 2563 จากผลขาดทุนสะสมกว่า 66,000 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบกว่า 100,000 ล้านบาท จนต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจอ่อนแอในอดีต มาจากข้อจำกัดของการเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งต้องแบกรับทั้งภารกิจเชิงนโยบายของรัฐและการแข่งขันทางธุรกิจในระดับสากล ขณะเดียวกันยังขาดการลงทุนด้านฝูงบินและโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับสายการบินต่างประเทศได้อย่างเต็มที่

ภายใต้แผนฟื้นฟู การบินไทยได้ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนรูปแบบการบริหารให้มีความคล่องตัวแบบเอกชนมากขึ้น เน้นแนวคิด Commercial Mind และ Customer Mind ควบคู่กับการใช้ระบบวัดผลแบบ Performance-Based เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

นอกจากนี้ ยังเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาทดแทนงานซ้ำซ้อน เพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น พร้อมปรับโครงสร้างต้นทุนจาก Fixed Cost ไปสู่ Variable Cost ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ธุรกิจ

นายชาย กล่าวว่า หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญขององค์กร คือการได้รับความร่วมมือจากพนักงานในช่วงโควิด-19 โดยกว่า 90% สมัครใจลดเงินเดือนเพื่อช่วยประคององค์กร ขณะที่บริษัทเลือกใช้วิธีสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใสและรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับพนักงาน จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้

ปัจจุบันการบินไทยหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพคล่องและการพึ่งพาตัวเองมากขึ้น โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสะสมราว 130,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต

“ธุรกิจการบินมี Margin ต่ำมาก ไม่เกิน 4% ดังนั้นองค์กรต้องมีวินัยทางธุรกิจ และต้องรู้จักปฏิเสธในสิ่งที่กระทบผลประโยชน์ขององค์กร” นายชาย กล่าว

ด้านดร.ดนันท์ กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยในฐานะองค์กรอายุกว่า 140 ปี ต้องเผชิญความท้าทายทั้งจากภาพลักษณ์เดิมที่ถูกมองว่า “เก่าและช้า” รวมถึงการแข่งขันรุนแรงในตลาดขนส่งด่วน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ไปรษณีย์ไทยจึงปรับวิสัยทัศน์องค์กรจาก “ผู้ส่งของ” สู่ “เครือข่ายที่ส่งมอบการเติบโต” โดยมองว่าหน้าที่ขององค์กรไม่ใช่เพียงการขนส่งสินค้า แต่คือการส่งต่อประสบการณ์และความสำเร็จให้กับผู้ใช้บริการ

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ คือ การขยายบริการไปสู่ตลาดเฉพาะทาง ทั้งการขนส่งควบคุมอุณหภูมิ การส่งสินค้าขนาดใหญ่ การส่งนมแม่ และการส่งสัตว์มีชีวิต เช่น ปลาสวยงาม ไปต่างประเทศ เพื่อสร้างความแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาด

ขณะเดียวกัน ยังเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพเครือข่ายขนส่ง ผ่านแนวคิด Network Optimization โดยควบรวมเครือข่ายการส่งจดหมายและส่งด่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้าน Last Mile ได้ถึง 19%

ดร.ดนันท์ กล่าวว่า การบริหารองค์กรยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญกับแนวคิด Triple Bottom Line หรือการสร้างสมดุลระหว่าง Profit, People และ Planet โดยไปรษณีย์ไทยไม่ได้วัดผลสำเร็จจากกำไรเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย

สำหรับปี 2568 บริษัทตั้งเป้า EBITDA ไว้ที่ 2,500 ล้านบาท แต่เมื่อรวมมูลค่าผลประโยชน์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ Social Equivalent จะมีมูลค่ารวมราว 3,600 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าโครงการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การรีไซเคิลกล่องและซอง รวมถึงการพัฒนาระบบ Reverse Logistics เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ E-commerce ในอนาคต

ทั้งนี้ ผู้บริหารทั้งสององค์กรเห็นตรงกันว่า “วิกฤต” ถือเป็นจังหวะสำคัญในการเร่งเปลี่ยนแปลงองค์กร เพราะเป็นช่วงที่แรงต้านภายในลดลง ทำให้สามารถปรับโครงสร้างต้นทุน ปรับกระบวนการทำงาน และสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

"ใช้ภาวะวิกฤตให้เป็นโอกาส" ในช่วงวิกฤตแรงต้านในการเปลี่ยนแปลงจะน้อยลง ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนและกระบวนการทำงานที่ปกติทำได้ยาก โดยการบริหารจัดการคนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนที่สุด ต้องจัดการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) จำนวนมหาศาล โดยเลือกทำกิจกรรมที่มี Impact สูงและ Stakeholder น้อยก่อน

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...