กู้ภัยไทยวางแผนนำชาวลาว 5 คนออกจากถ้ำ พร้อมเร่งหาอีก2คน
ภารกิจช่วยเหลือชาว สปป.ลาว 7 คนที่ติดอยู่ภายในถ้ำที่ลาว ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง วันที่9 หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยไทยพบผู้ประสบภัยแล้วอย่างน้อย 5 คน แต่ยังไม่มีใครได้รับการช่วยเหลือออกจากถ้ำ
ล่าสุดมีการเปิดเผยจากทีมกู้ภัยว่า มีความจำเป็นต้องใช้ถังออกซิเจนเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก เพื่อเร่งนำผู้รอดชีวิต 5 คนแรกที่พบตัวแล้วออกจากถ้ำอย่างปลอดภัย
รายงานข่าวระบุว่า เบื้องต้น เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดหาและยืมถังออกซิเจนเพิ่มเติม พร้อมเตรียมตั้งจุดเติมออกซิเจนบริเวณหน้าถ้ำ และวางถังอัดอากาศ มากกว่า 10จุด ภายในถ้ำเพื่อใช้สนับสนุนการปฏิบัติการลำเลียงคนออกมา
ซึ่งจุดที่ยาก ไม่ใช่แค่รูแคบที่ต้องมุดยาวๆหลายร้อยเมตร แต่ต้องงอาศัยวิธีการดำน้ำออกมาด้วย โดยเฉพาะการเคลื่อนย้าย ผ่านจุดน้ำท่วมถ้ำกว่า 27 เมตร และ อากาศภายในต้องเพียงพอ แผนเซฟตี้ต้องรัดกุม
//นายมิกโก พาซี นักดำน้ำชาวฟินแลนด์ ซึ่งมีส่วนร่วมกับปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้เปิดเผยว่า ภารกิจกู้ภัยนี้เป็นงานยาก และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการนี้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม การที่ผู้ประสบภัยแล้วถือว่าเป็นความโล่งใจแค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะผู้ประสบภัยยังออกมาจากถ้ำไม่ได้ แต่ทุกคนแข็งแรงและมีกำลังใจดี โดยงานใหญ่ต่อจากนี้คือการนำตัวผู้ประสบภัยออกมาและไม่ใช่งานง่าย
ขณะนี้ผู้ประสบภัยทั้ง 5 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือ ทุกคนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ได้รับการตรวจร่างกาย และได้รับอาหารชนิดอ่อนตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว เจ้าหน้าที่จะคอยส่งอาหารและน้ำดื่มเข้าไปในถ้ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย 5 คน
อ.ติงลี่ เก่งกาจ บ้งกาวงศ์ หัวหน้าทีมกู้ภัยไทย นายกสมาคมเมตตาธรรมทิพยสถาน เผยว่า ตั้งแต่ช่วงบ่าย ได้เพิ่มอัตราการสูบน้ำในถ้ำ ส่วนด้านหลังเขา ได้ส่งทีมโรยตัวเข้าตรวจสอบ 4 ปล่องหาจุดเชื่อมลงมา
ส่วนผู้ประสบภัยอีก 2 คนแม้ยังไม่ทราบชะตากรรมแต่เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าเร่งค้นหาต่อ ซึ่งอาจจะต้องมีการเข้าไปสแกนและสำรวจพื้นที่ในถ้ำเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาต่อว่าจะเดินหน้าเข้าไปค้นหาในเส้นทางใดต่อ เบื้องต้นมีรายงานว่าต้องดำน้ำในช่องแคบกว่าเดิมลงไปอีก 30 เมตร ทั้งยังต้องตรวจสอบทางแยกในโถงถ้ำตลอดทาง
เดอะนิวยอร์กไทม์ส รายงานว่า การลำเลียงผู้ประสบภัยออกจากจุดที่ติดอยู่ในถ้ำนั้นเป็นอีกความท้าทาย ทั้งด้านสภาพร่างกายของทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้ประสบภัย รวมถึงเทคนิควิธีการลำเลียงคนออกมา เนื่องจากเครือข่ายอุโมงค์ในถ้ำนั้นแคบมากเป็นพิเศษ ทีมช่วยเหลือต้องใช้วิถีไถล, คลาน และหาทางเดินภายในอุโมงค์ที่จมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งแคบถึงขนาดที่ว่าเมื่อเข้าไปแล้ว แทบจะไม่สามารถหันตัวกลับหลังได้เลย
และเนื่องจากอุโมงค์ทั้งแคบและเสี่ยงเกินกว่าที่จะใช้วิธีดำน้ำช่วยผู้ประสบภัยออกมาได้อย่างปลอดภัย ทีมช่วยเหลือจึงต้องเร่งหารือถึงวิธีที่รอบคอบและปลอดภัยที่สุด