โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชน.กังขาเงินกู้ 2 แสนล. ส่อยัดไส้ ล็อคสเปก เอื้อเอกชนรับงานใหญ่

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ กล่าวถึงการจัดกิจกรรม "Hack งบปี 70" ว่า เราได้มีการจัดกิจกรรม Hack งบประมาณมาหลายครั้งแล้ว ทั้งงบประมาณแผ่นดิน งบประมาณกรุงเทพฯ รวมถึงงบประมาณในจังหวัดอื่นๆ เพราะเราต้องการให้เกิดความต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถดูได้ว่างบประมาณต่างๆเอาไปทำอะไรได้บ้าง

ตลอดจนสามารถดูงบประมาณเบื้องต้นด้วยตัวเองเป็น และตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับงบประมาณ รวมถึงช่วยกันออกมาวิพากษ์วิจารณ์ให้งบประมาณดีขึ้นในปีต่อๆไป ซึ่งตนไม่ได้คาดหวังให้ประชาชนสามารถดูงบเป็นได้ภายในวันเดียว แต่อยากให้ประชาชนเข้ามาช่วยดูโดยเฉพาะงบประมาณผูกพันและเงินนอกงบประมาณ เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมว่า งบประมาณไม่ได้มีแค่ 4 ล้านล้านบาท แต่มีรวมกันเกือบ 10 ล้านล้านบาท

ขณะเดียวกัน จะมีการจับตาดูงบประมาณ 7 แสนล้านบาท ด้วยว่าจะมีโครงการแปลกๆ หรือ มีข้อสังเกตว่าอะไรควรนำไปตัดบ้าง โดยเฉพาะเงินนอกงบประมาณจากกองทุนต่างๆ เช่น โครงการTH-AI Passport ที่ใช้จากกองทุนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งในอนาคตจะมีเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่รัฐบาลอ้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานต่างๆ เพื่อนำงบประมาณส่วนนี้มาใช้ในรูปแบบเดิมๆ ส่วนที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือเงินกู้ 2 แสนล้านบาทในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกต

โดย น.ส.ศิริกัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสของรายจ่ายประจำในงบประมาณปี 70 ที่พุ่งสูง ซึ่งวันนี้มีประชาชนส่วนมากให้ความสนใจว่าจะทำอย่างไรให้งบประมาณส่วนนี้ลดลงทั้งเงินเดือนบุคลากรและสวัสดิการต่างๆ จึงคาดหวังว่า วันนี้จะได้รับความเห็นดีๆ เพื่อนำไปเสนอรัฐบาล เพราะมีอดีตข้าราชการและรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก พร้อมย้ำว่า ถ้าไม่ได้ออกมาพูด หรือ ออกมาตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณดังกล่าวก็จะผ่านและเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรอง และกู้มาใช้ในส่วนนี้ การชิงด่วนยกเลิกโดยที่ไม่มีคำอธิบายใดๆ ทำให้ข้อสันนิษฐานส่วนตัวที่ว่ามีการยัดไส้ล็อกสเปคก็น่าจะมีความเป็นจริง

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าอาจมีเอกชนที่แต่งตัวมาเพื่อรับงานเหล่านี้หวังในส่วนแบ่งเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ซึ่งไม่มีการการันตีว่าภายใน 1 ปี เราจะเปลี่ยนผ่านไปเป็นประเทศที่ใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วนที่สูงขึ้น เพราะไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น และตอนนี้กลายเป็นโครงการเบี้ยหัวแตกที่ขึ้นชื่อว่าประหยัดพลังงานไฟฟ้าตามปกติ ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

“เราผิดพลาดไปแล้ว ในการที่กู้ 2 แสนล้านบาทนี้มาโดยที่ไม่มีเป้าหมายว่าจะเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไร อย่าให้มันต้องหมดเปลืองไปกับการทุจริตคอร์รัปชันอีกเลย ยังมีโครงการโซลาร์รูฟท็อปกับหน่วยราชการทั่วประเทศ ถ้ามีบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่งตัวมารับงานนี้โดยเฉพาะ ก็น่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เต็มๆ หลายหมื่นล้าน ยังไม่ต้องพูดถึงโครงการอื่นๆอีกที่มีช่องทางทำกิน เพราะโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการซื้อของ ไม่ได้เป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่“ น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าส่วนราชการและเอกชนเห็นตรงกันว่าในวันนี้เราต้องมีการปฏิรูประบบงบประมาณและระบบราชการ ซึ่งนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่าปีนี้รัฐบาลมีความตั้งใจในการลงมือ ผ่าตัดงบประมาณในปีนี้เป็นปีแรก ฉะนั้นเราจะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบว่าเขามีความตั้งใจจริงให้เป็นผลสำเร็จ ไม่ใช่แค่การพูด

เช่น กรณีที่ นางสาวศิริกัญญา โพสต์ไปเมื่อวานนี้เกี่ยวกับแผนงานการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ใช้งบประมาณจากการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท และในวันต่อมามีการประกาศยกเลิก ในเนื้อหาเป็นการของบเพื่อใช้ในการทำสนามกีฬาโซลาร์เซลล์ รถเก็บขยะอีวี ว่าหาก น.ส.ศิริกัญญา ไม่ได้โพสต์ออกมาจะมีการทำหนังสือเวียนให้ยกเลิกหรือไม่ วันนี้จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันจับตาดูข้อพิรุธเหตุผิดปกติในงบรายจ่ายประจำปีแล้วส่งเสียงสะท้อนออกไป เพื่อเป็นหนึ่งในกระบวนการให้รัฐบาลแสดงความจริงใจ ผ่านร่าง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ ที่พรรคประชาชนเป็นผู้เสนอ จะเข้าที่ประชุมสภาในสมัยหน้า ส่วนรายละเอียดค่อยไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการก็ได้

ขณะเดียวกันเราก็พยายามร่างพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างออกมาใหม่ด้วย เพื่อให้ครอบคลุมรายจ่ายของหน่วยงานรัฐทั้งหมด ตลอดจนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างมียุทธศาสตร์ และสามารถป้องกันการทุจริตคอรัปชันได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...