โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สีหศักดิ์” คุยผู้นำคาซัคสถาน ล็อกดีลส่งออก ‘อาหาร-เวลเนส’ แลก ‘แร่หายาก’ ป้อน EV

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 มิถุนายน 2569 เวลา 21.14 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“สีหศักดิ์” นำทัพถกประธานาธิบดีโตคาเยฟ ยกระดับความสัมพันธ์สู่ ‘หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์’ อย่างเป็นทางการ เล็งใช้จุดยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมสายใหม่ เชื่อมโยงเศรษฐกิจอาเซียนสู่ตลาดรัสเซียและยุโรป ส่งออก ‘อาหาร-เวลเนส’ เจาะประชากรน้อยแต่กำลังซื้อกระฉูดรายได้ต่อหัวสูงกว่าไทยเท่าตัว แลก ‘แร่หายาก’ คาซัคสถานหนุนฐานผลิต EV

26 มิถุนายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังเข้าพบ นายคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน ในโอกาสเยือนประเทศคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ

โดยระบุว่า ประเทศไทยและคาซัคสถานได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการเดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์จากความร่วมมือทวิภาคีทั่วไป สู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” เพื่อเสริมสร้างและวางรากฐานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน รวมถึงความมั่นคงในระยะยาวระหว่างกัน

การขยับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของแผนการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เนื่องจากทั้งสองประเทศต่างมีบทบาทและทำหน้าที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาคของตนเอง โดยคาซัคสถานทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียกลาง ในขณะที่ประเทศไทยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน การจับมือกันจึงมีศักยภาพสูงมากในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานระหว่างสองภูมิภาคเข้าด้วยกัน ท่ามกลางสถานการณ์และความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้คาซัคสถานเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์การค้าที่ไทยจะมองข้ามไม่ได้ คือการที่คาซัคสถานตั้งอยู่บนเส้นทาง Middle Economic Corridor หรือ Trans-Caspian International Transport Corridor ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมและการค้าสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างเอเชียกลาง รัสเซีย ยุโรป และจีน ส่งผลให้ดินแดนแห่งนี้กลายเป็นประตูบานใหญ่ที่จะเปิดโอกาสให้ประเทศไทยสามารถขยายตลาดและยกระดับการค้าไปยังภูมิภาคใหม่ๆ ที่มีศักยภาพสูงได้

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาในแง่ของอินไซต์ผู้บริโภค แม้ว่าคาซัคสถานจะมีจำนวนประชากรราว 20 ล้านคน ซึ่งอาจดูไม่มากนัก แต่กลับมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงกว่าประเทศไทยประมาณเท่าตัว สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งและโอกาสเติบโตทางธุรกิจอีกมหาศาล

ในขาของการลงทุนจากประเทศไทย ภาคเอกชนไทยกำลังให้ความสนใจอย่างยิ่งในการเข้าไปขยายธุรกิจในคาซัคสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญ โดยสามารถใช้คาซัคสถานเป็นทั้งฐานการผลิตและศูนย์กลางในการกระจายสินค้าต่อไปยังประเทศอื่นๆ ในกลุ่มเอเชียกลาง รัสเซีย รวมถึงยุโรป

ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจบริการของไทยที่ขึ้นชื่อ เช่น ธุรกิจโรงแรม สปา และธุรกิจเพื่อสุขภาพ (Wellness) ก็กำลังได้รับความสนใจและเป็นที่ต้องการอย่างมากจากตลาดคาซัคสถานที่มีกลุ่มประชากรผู้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่การแลกเปลี่ยนในมิติของพลังงานและทรัพยากร ประเทศไทยได้แสดงความสนใจที่จะนำเข้าแร่หายาก (Rare Earth Minerals) และวัตถุดิบสำคัญจากคาซัคสถาน เพื่อนำมาป้อนให้กับอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศไทย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของประเทศ การได้แหล่งวัตถุดิบที่มั่นคงนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมอนาคตของไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และทิศทางในการขับเคลื่อนนโยบายการต่างประเทศและการค้าในครั้งนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า

“การกระชับความสัมพันธ์กับคาซัคสถานเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการทูตเศรษฐกิจ ที่มุ่งกระจายความเสี่ยงทางการค้าและเปิดตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดิม พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับประเทศในเอเชียกลาง ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเปิดโอกาสใหม่ให้กับภาคธุรกิจไทยในระยะยาว” นายสีหศักดิ์ กล่าว

การเดินเกมการทูตพาณิชย์และยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและคาซัคสถานในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การซื้อมาขายไปในระยะสั้น แต่คือการเปิดประตูเกตเวย์บานใหม่ที่จะสร้างทางลัดให้ภาคธุรกิจไทยเข้าสู่ตลาดเอเชียกลางและยุโรปได้อย่างมั่นคง พร้อมๆ กับการล็อกดีลวัตถุดิบต้นน้ำเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่อย่าง EV ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางสมรภูมิการค้าโลก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...