โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

OpenAI เร่งแผน IPO ในปี 69 หลังชนะคดีอีลอน มัสก์ หวังชิงเข้าตลาดก่อน Anthropic

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา

OpenAI เตรียมเดินหน้าแผนเข้าตลาดหุ้นภายในปี 69 หลังศาลยกฟ้องคดีของอีลอน มัสก์ ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี ขณะที่บริษัทต้องเร่งรับมือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจาก Anthropic

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 05.21 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ศึกทางกฎหมายระหว่างนายอีลอน มัสก์ กับ OpenAI ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี เคยถูกมองว่าอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อแผนปรับโครงสร้างบริษัทสู่รูปแบบแสวงหากำไร และอาจทำให้แผนเข้าตลาดหุ้นของผู้พัฒนา ChatGPT สะดุดลง

อย่างไรก็ตาม หลังผู้พิพากษามีคำสั่งยกฟ้องคดีของ Musk ล่าสุด OpenAI ดูเหมือนพร้อมเดินหน้าแผน IPO เต็มตัว โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่า บริษัทมีเป้าหมายยื่นเอกสารเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และตั้งเป้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้

การเร่งเดินหน้า IPO ในปีนี้อาจช่วยให้ OpenAI เข้าตลาดก่อนคู่แข่งสำคัญอย่าง Anthropic และเพิ่มความได้เปรียบในการแย่งชิงนักลงทุน แม้คดีความจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่OpenAI ยังต้องเผชิญความท้าทายอีกหลายด้าน ทั้งการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ปัญหาภายในองค์กร รวมถึงความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค เช่น เงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

ในช่วงปีที่ผ่านมา Anthropic ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นรอง เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วจากเครื่องมือ AI Agent และสามารถดึงลูกค้าองค์กรจากOpenAI ได้มากขึ้น โดยบริษัทผู้พัฒนา Claude กำลังเจรจาระดมทุนรอบใหม่ที่อาจดันมูลค่าบริษัททะลุ 900,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่ามูลค่าล่าสุดของOpenAI ในตลาดเอกชนเสียอีก

ขณะเดียวกัน Google ซึ่งเคยถูกมองว่าตามหลังสตาร์ทอัพ AI ก็เริ่มกลับมาแข่งขันได้อย่างจริงจัง จนมีรายงานว่าOpenAI เคยประกาศภาวะ code red ภายในบริษัทเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

แม้ OpenAIจะยังคงมีจุดแข็งสำคัญ ทั้ง ChatGPT ที่ยังเป็นชื่อที่ผู้คนจดจำได้มากที่สุดในโลก AI โมเดล GPT-5.5 ที่ได้รับเสียงตอบรับดี และ Codex เครื่องมือเขียนโค้ดอัตโนมัติที่มีผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคนต่อสัปดาห์ แต่บริษัทก็เผชิญคำถามใหม่เกี่ยวกับอัตราการเติบโต หลังมีรายงานว่า OpenAIพลาดเป้าหมายด้านรายได้และจำนวนผู้ใช้งานบางส่วนที่ตั้งไว้ภายใน

อย่างไรก็ตาม Sarah Friar ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของ OpenAI ยืนยันว่า บริษัทกำลังบรรลุเป้าหมายตามแผน และยังเห็นกำแพงแห่งความต้องการสำหรับผลิตภัณฑ์ AI ของบริษัท

อีกหนึ่งปัจจัยที่ยังสร้างแรงกดดันต่อOpenAI คือประเด็นด้านภาพลักษณ์และการบริหารองค์กร โดยระหว่างการพิจารณาคดีของ Musk มีอดีตผู้บริหารหลายคนออกมาให้การเกี่ยวกับความตึงเครียดภายในบริษัท และตั้งคำถามต่อสไตล์การบริหารของนาย Sam Altman ซีอีโอของOpenAI ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกับที่เคยนำไปสู่การปลดเขาออกจากตำแหน่งชั่วคราวในปี 2566

แม้ Altman จะเป็นผู้นำที่ผลักดันOpenAI เติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นหน้าตา ของอุตสาหกรรม AI ทั่วโลก แต่เขาเองก็เคยยอมรับว่าไม่ได้สนใจงานบริหารบางด้านของบริษัทมหาชนมากนัก โดยล่าสุด Altman กล่าวว่า เขาอาจต้องหาผู้บริหารคนใหม่เข้ามาช่วยดูแลงานส่วนนี้ หรือไม่ก็ต้องคิดวิธีบริหารรูปแบบใหม่

สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นหลังนาง Fidji Simo อดีตซีอีโอของ Instacart ซึ่งถูกดึงเข้ามาช่วยดูแลงานธุรกิจของOpenAI ประกาศลาพักรักษาตัวจากโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและภูมิคุ้มกันตั้งแต่เดือน เม.ย. ขณะที่ Brad Lightcap อดีต COO ก็ถูกโยกไปดูแลงานโครงการพิเศษแทน

ปัจจุบัน OpenAIจึงต้องพึ่งทีมผู้บริหารหลายคนร่วมกันบริหารองค์กร ทั้ง Sarah Friar, นาย Greg Brockman ประธานบริษัท และนาง Denise Dresser ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ ซึ่งเพิ่งเข้าร่วมบริษัทไม่นานหลังเคยเป็นซีอีโอของ Slack

ด้าน นาย Ross Gerber ซีอีโอของ Gerber Kawasaki ซึ่งถือหุ้นในบริษัทบางแห่งของ Musk กล่าวว่า OpenAI ยังมีปัญหาระยะสั้นที่ต้องจัดการ แต่ความท้าทายด้านการแข่งขันและภาวะผู้นำไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้

แม้มัสก์จะพ่ายแพ้ในคดีล่าสุด แต่ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ยุติการต่อสู้กับOpenAI โดยนาย Marc Toberoff ทนายความของมัสก์ประกาศว่าจะยื่นอุทธรณ์ พร้อมเปรียบเทียบคำตัดสินครั้งนี้กับความพ่ายแพ้บางช่วงของอาณานิคมอเมริกาต่ออังกฤษในสงครามปฏิวัติอเมริกา และย้ำว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ

นอกจากการฟ้องร้องมัสก์ยังพยายามกดดันOpenAI ผ่านช่องทางอื่น ทั้งการก่อตั้ง xAI ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรง และการยื่นข้อเสนอซื้อองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ควบคุมOpenAI มูลค่า 97,400 ล้านดอลลาร์ แม้ข้อเสนอดังกล่าวจะไม่สำเร็จก็ตาม

ขณะเดียวกันมัสก์ก็กำลังเตรียมนำ xAI เข้าตลาดหุ้นเช่นกัน และอาจทำได้ก่อน OpenAIโดยใช้จุดแข็งจากการผูกธุรกิจ AI เข้ากับธุรกิจอวกาศของ SpaceX ซึ่งOpenAI ไม่มีโมเดลธุรกิจลักษณะเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม หากOpenAI เดินหน้า IPO ได้ตามแผนในปีนี้ บริษัทและ Sam Altman ก็อาจสามารถดึงความสนใจของตลาดกลับมา และแย่งซีนจากมัสก์ได้อีกครั้ง

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...