โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดสูตร "4จ." รับมืองูพิษกัด พร้อมขั้นตอนปฐมพยาบาลที่ถูกต้องเพื่อเซฟชีวิต

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิดสูตร "4จ." รับมืองูพิษกัด วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่จะมาแจกแจง สูตร "4จ." ทริคง่ายๆ ในการรับมืออย่างมีสติ พร้อมทั้งขั้นตอนการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง และเช็กลิสต์ข้อห้ามเด็ดขาดที่คุณต้องรู้ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนที่คุณรักในฤดูฝนนี้ครับ

เปิดสูตร 4จ. รับมืองูพิษกัด พร้อมขั้นตอนปฐมพยาบาลที่ถูกต้องเพื่อเซฟชีวิต

ถอดสูตร "4จ." เมื่อเจอสัตว์มีพิษ / งูกัด

(ข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข)

เมื่อถูกงูกัด สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ตั้งสติ" แล้วท่องหลัก 4จ. นี้เพื่อจำกัดความรุนแรงของพิษงู

  • “จดจำ” : จำลักษณะ สี และรูปร่างของงูที่กัด (หากถ่ายภาพไว้ได้จะดีมาก แต่ห้ามเสียเวลาไล่จับงูเด็ดขาด)
  • “จัดการ” : ล้างแผลเบาๆ ด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที เพื่อชะล้างพิษที่หลงเหลืออยู่บนผิวหนัง
  • “จำกัด” : จำกัดการเคลื่อนไหวของอวัยวะที่ถูกกัด ให้อยู่นิ่งที่สุด เพื่อชะลอไม่ให้พิษซึมเข้ากระแสเลือดเร็วขึ้น
  • “แจ้ง 1669” : โทรแจ้งสายด่วนกู้ชีพเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที
เปิดสูตร 4จ. รับมืองูพิษกัด พร้อมขั้นตอนปฐมพยาบาลที่ถูกต้องเพื่อเซฟชีวิต

4 ขั้นตอนการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง (Do's)

  • ตั้งสติและล้างแผล (ทำทันทีหลังถูกกัด)
  • รีบพาผู้ป่วยออกจากบริเวณที่งูอยู่
  • ล้างบาดแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำสบู่เพื่อความสะอาดเบื้องต้น
  • จัดท่าทาง & ถอดสิ่งของ (ป้องกันการบวมกดทับ)

ให้ผู้ป่วยนอนราบ วางอวัยวะส่วนที่ถูกกัดให้อยู่ ต่ำกว่าหรือระดับเดียวกับหัวใจ

รีบถอดแหวน กำไล หรือนาฬิกาออกทันที เพราะหากแผลบวม สิ่งของเหล่านี้จะรัดจนเนื้อตาย

ดามอวัยวะให้อยู่นิ่ง (ชะลอพิษแล่นเข้าสู่หัวใจ)

ใช้ไม้กระดานหรือผ้าหนาๆ ดามบริเวณที่ถูกกัดให้อยู่นิ่งที่สุด คล้ายกับการดามกระดูกหัก เพื่อลดการขยับของกล้ามเนื้อ

รีบส่งโรงพยาบาล (ห้ามให้ผู้ป่วยเดินเอง)

ใช้วิธีพยุงหรือหามผู้ป่วยไปส่งโรงพยาบาล ห้ามให้ผู้ป่วยเดินหรือวิ่งเอง เพราะการขยับจะกระตุ้นให้หัวใจสูบฉีดพิษเข้าสู่ร่างกายเร็วขึ้น

ข้อห้ามเด็ดขาด ความเชื่อผิดๆ ที่อันตรายถึงชีวิต (Don'ts)

  • ห้ามขันชะเนาะ (Tourniquet) : การเอาเชือกหรือผ้ามามัดเหนือแผลแน่นๆ หากมัดผิดวิธีหรือแน่นเกินไป จะทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลาย ส่งผลให้เนื้อตายจนต้องตัดแขนหรือตัดขา
  • ห้ามใช้ปากดูดพิษ : พิษงูอาจเข้าสู่กระแสเลือดของผู้ช่วยเหลือผ่านแผลในปาก และทำให้แผลของผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียเพิ่มขึ้น
  • ห้ามกรีดแผล / ห้ามสาดเหล้าขาว / ห้ามพอกสมุนไพร : การใช้มีดกรีดเปิดแผลหรือเอาสิ่งแปลกปลอมไปพอก จะทำให้แผลติดเชื้อรุนแรงและเสี่ยงต่อการเป็นบาดทะยัก
  • ห้ามดื่มแอลกอฮอล์หรือกาแฟ : เพราะจะไปกระตุ้นการเต้นของหัวใจ ทำให้พิษงูกระจายตัวเร็วขึ้น และบดบังอาการทางระบบประสาทที่แพทย์ต้องใช้ประเมิน

วิธีป้องกันงูและสัตว์มีพิษเข้าบ้านช่วงหน้าฝน

สัตว์มีพิษมักจะหนีน้ำท่วมขังมาหลบซ่อนในที่แห้งและอบอุ่น สามารถป้องกันได้ดังนี้

  • ตัดช่องทางอาหาร: กำจัดเศษขยะและแหล่งอาหารของหนู เพราะถ้าไม่มีหนู งูก็จะไม่มีอาหารและไม่เข้ามาในบ้าน
  • เคลียร์มุมอับ: ตัดแต่งกิ่งไม้ ถางหญ้าต้นไม้รอบบ้านให้โล่งเตียน อุดรอยแตกร้าวตามกำแพงและช่องใต้ประตู
  • เช็กก่อนสวมใส่: สลัดรองเท้า เสื้อผ้า หรือผ้าเช็ดตัวก่อนใช้งานทุกครั้ง เพราะงูหรือตะขาบมักเข้าไปนอนขดอยู่ด้านใน
  • นอนในที่สูง: หลีกเลี่ยงการนอนราบกับพื้นดินในช่วงหน้าฝน แนะนำให้นอนบนเตียงที่ยกสูงจากพื้น

เบอร์โทรสายด่วนน่ารู้:

พบเห็นงูเข้าบ้าน/ต้องการคนช่วยจับ โทร 199 (ดับเพลิงและกู้ภัย)

หากถูกงูกัด/เกิดเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ โทร 1669 (เจ็บป่วยฉุกเฉิน) ทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...