โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ไทยสูญเสีย “ปีสุขภาพดี” 20 ล้านปี “โรคอ้วน” ครองแชมป์อันดับ 1 ผู้ชายอ่วม! เหตุดื่มเหล้า-สูบบุหรี่หนัก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 ก.ค. เวลา 18.12 น.
สสส.-IHPP Foundation “เปิดผลศึกษาภาระโรค ปี 65” ไทยสูญเสีย “ปีสุขภาพดี” พุ่ง 20 ล้านปี ภาวะน้ำหนักเกิน-โรคอ้วน คว้าอันดับ 1 ทำคนไทย 12.2% สุขภาพพัง ผู้ชายสูญเสียปีสุขภาพดีสูงกว่าผู้หญิง เหตุจากดื่มเหล้า-สูบบุหรี่หนัก

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยถึงรายงานผลการศึกษาภาระโรคและปัจจัยเสี่ยงของประชากรไทย พ.ศ. 2565 พบว่า ไทยต้องสูญเสียปีสุขภาวะหรือปีสุขภาพดี 20 ล้านปีสุขภาวะ (DALYs) โดยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เป็นสาเหตุหลักที่พรากปีสุขภาวะของคนไทยไปมากที่สุด ซึ่งการแก้ปัญหาคนไทยป่วยโรค NCDs จำเป็นต้องบูรณาการการทำงานที่ไร้รอยต่อของภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม วิชาการ ท้องถิ่น และชุมชน ซึ่ง สสส. พร้อมเป็นแกนกลางในการสานพลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์คืนปีสุขภาวะที่แข็งแรง และสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศไทย

ด้าน นางสาวกุลธิดา ราษฎร์ศิริ ผู้แทนคณะวิจัย มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ผลการศึกษาภาระโรคฯ พ.ศ. 2565 พบคนไทยสูญเสียปีสุขภาพดีจากภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนสูงเป็นอันดับ 1 หรือคิดเป็น 12.2% ของการสูญเสียปีสุขภาวะทั้งหมด รองลงมา คือ โรคความดันโลหิตสูง และระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงด้านเมตาบอลิกเกิดจากพฤติกรรมสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น บริโภคอาหารที่ไม่เพียงพอหรือมากเกินไป สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ออกกำลังกาย ที่น่าสนใจยังพบอีกว่า ประชากรเพศชายสูญเสียปีสุขภาพดีสูงกว่าเพศหญิง เหตุจากการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

ขณะที่เพศหญิงจะสูญเสียปีสุขภาพดีจากการบริโภคอาหารที่ไม่เพียงพอหรือมากเกินไป และไม่ออกกำลังกาย นอกจากนี้ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อภาระโรคของไทย สถานการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนมาตรการดูแลคุณภาพชีวิตประชากรอย่างเป็นระบบ และเหมาะสมกับปัญหาทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ

ขณะที่ ศ.นพ.วิชัย เอกพลากร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทย 55% มีพฤติกรรมการออกแรงกายที่ไม่เพียงพอ หรือต่ำกว่า 150 นาทีต่อสัปดาห์ ด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหาร มีคนไทยเพียง 17% ที่กินผักและผลไม้เพียงพอ จากพฤติกรรมดังกล่าว ส่งผลให้คนไทย 45% ต้องเผชิญกับภาวะน้ำหนักตัวเกิน อ้วน และไขมันในเลือดสูง

หากไม่มีการทำงานสร้างเสริมสุขภาพอย่างเป็นระบบและตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพในแต่ละพื้นที่ ในอนาคตไทยจะมีจำนวนคนป่วยจากโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตเพิ่มสูงมากขึ้น ซึ่งการป้องกันที่สำคัญ คือการส่งเสริมให้ประชาชนกินอาหารสุขภาพในปริมาณที่เหมาะสม และสนับสนุนให้ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ

ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวสรุปในการประชุมวิชาการภาระโรค ว่า การแก้ปัญหาโรค NCDs ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการ 4 ลด

1.ลดการใช้ยาสูบ ขึ้นภาษีและราคายาสูบ บังคับใช้กฎหมายห้ามโฆษณา รณรงค์ให้ประชาชนรู้ถึงพิษภัยของยาสูบ และสนับสนุนการเลิกบุหรี่ระดับประชากร

2.ลดการใช้สุราในระดับที่เป็นอันตราย ขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บังคับใช้กฎหมายห้ามโฆษณาหรือจำกัดการโฆษณาผ่านสื่อ และออกกฎหมายจำกัดการเข้าถึงสินค้าแอลกอฮอล์ในร้านขายปลีก ผ่านการลดชั่วโมงขาย

3.ลดอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ปรับปรุงนโยบายว่าด้วยอาหารและเครื่องดื่มที่ดีขึ้นต่อสุขภาพ กำหนดให้มีฉลากคำเตือนเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลโภชนาการ และขับเคลื่อนนโยบายที่ป้องกันเด็กจากผลทางลบของการตลาดของอาหารและเครื่องดื่ม

4.ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง รณรงค์อย่างต่อเนื่องในระดับประชากร ด้วยตัวอย่างที่ดีที่สุด เพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เชื่อมกับกิจกรรมชุมชน และการทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น เพื่อเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

มัดรวมเรื่องที่หนุ่มๆ ไม่ควรพลาด

การวิจัยชี้ อากาศร้อนจัด กระทบสุขภาพจิตคนหนุ่มสาว ดันยอดรักษาตัวในรพ.พุ่ง

TNN ช่อง16

Ralph Lauren x Wimbledon 2026: เจาะลึกความหรูหราสุภาพบุรุษสีขาวกับสไตล์อังกฤษ

LSA Thailand

อัตราการเกิดโรคหัวใจวายในกลุ่มคน หนุ่มสาวกำลังเพิ่มสูงขึ้น นี่คือเหตุผล

TNN ช่อง16
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...