ศุลกากรเปิดยุทธศาสตร์ 4 Engines ดันรายได้ปี 69 ทะลุ 6 แสนล้าน
กรมศุลกากรประกาศปรับบทบาทครั้งใหญ่ในวาระครบรอบ 152 ปี จาก “ประตูการค้าของประเทศ” สู่การเป็น “เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” ผ่านยุทธศาสตร์ 4 Engines ทั้งการดึงดูดการลงทุน เพิ่มสภาพคล่องภาคธุรกิจ ใช้ AI และ Big Data ยกระดับการบริหารความเสี่ยง พร้อมสร้างระบบราชการโปร่งใส คาดปีงบประมาณ 2569 จัดเก็บรายได้ทะลุ 600,000 ล้านบาท
เนื่องในโอกาสครบรอบ 152 ปี กรมศุลกากรประกาศเดินหน้าปฏิรูปองค์กรครั้งสำคัญ ภายใต้แนวคิด “มิติใหม่กรมศุลกากร” โดยยกระดับบทบาทจากหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นเพียง “ประตูการค้าของประเทศ” ไปสู่การเป็น “เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” เพื่อสนับสนุนการค้า การลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า การปฏิรูปครั้งนี้จะขับเคลื่อนผ่านนโยบาย 4 Engines ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการคลัง และครอบคลุมทั้งการส่งเสริมการลงทุน การเพิ่มสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการยกระดับธรรมาภิบาล
Engine แรก หนุนอุตสาหกรรมใหม่
เสาหลักแรก New Growth Industry มุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย โดยกรมศุลกากรนำมาตรการ BOI Fast Pass มาอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
มาตรการดังกล่าวช่วยลดระยะเวลาพิธีการศุลกากร ทำให้การนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ และอุปกรณ์สำหรับโครงการลงทุนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 มูลค่าการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI ขยายตัวถึง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
“ท่ามกลางการแข่งขันดึงดูดการลงทุนที่รุนแรงขึ้น ประเทศไทยจำเป็นต้องลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบและเพิ่มความสะดวกให้ภาคเอกชน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาค”นายพันธ์ทองกล่าว
คืนภาษีเร็ว เปิดใช้ประกันภัยแทน Bank Guarantee
เสาหลักที่สอง Growth Capital Engine มุ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ โดยเร่งรัดการคืนภาษีให้รวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลาที่เงินทุนของภาคเอกชนต้องค้างอยู่ในระบบราชการ โดยกรมศุลกากรอยู่ระหว่างปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อเปิดทางให้ผู้ประกอบการใช้ กรมธรรม์ประกันภัย เป็นหลักประกันทางศุลกากรแทนการวางเงินสดหรือหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร (Bank Guarantee)
ใช้ AI และ Big Data ตรวจ 13 ล้านตู้คอนเทนเนอร์
เสาหลักที่สาม Intelligence Economy คือการยกระดับกรมศุลกากรสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) โดยในแต่ละปีมีตู้คอนเทนเนอร์ผ่านด่านศุลกากรกว่า 13 ล้านตู้ และมีพัสดุไปรษณีย์รวมถึงสินค้าจากอีคอมเมิร์ซมากกว่า 400 ล้านชิ้น ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบด้วยกำลังคนเพียงอย่างเดียวได้
กรมศุลกากรจึงนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลและประเมินความเสี่ยง เพื่อคัดกรองเป้าหมายการตรวจค้นได้อย่างแม่นยำ ลดการสุ่มตรวจที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังเตรียมติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ใต้สายพาน ระบบข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้า (Passenger Name Record : PNR) และเชื่อมโยงฐานข้อมูลต่าง ๆ เพื่อยกระดับการตรวจสอบทั้งสินค้าและผู้โดยสาร
เปิดกว้าง โปร่งใส หนุน SME แข่งขันได้
เสาหลักสุดท้าย Effective & Open Government มุ่งสร้างระบบการค้าระหว่างประเทศที่โปร่งใสและเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ โดยกรมศุลกากรจะใช้แนวคิด Can Do First สนับสนุนให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ก่อน แล้วจึงกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง เพื่อลดอุปสรรคทางธุรกิจ
พร้อมกันนี้ จะเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เปิดเผยข้อมูลมากขึ้น และจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้านำเข้าตั้งแต่บาทแรก เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทยในการแข่งขันกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างประเทศ
อีกทั้งยังผลักดันโครงการ Seamless Customs ลดขั้นตอนและเอกสารซ้ำซ้อน รวมถึงพัฒนาระบบ “เรือเฉพาะเขต” เพื่อแก้ปัญหาความแออัดของท่าเรือแหลมฉบัง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ
รายได้ 9 เดือนแตะ 4.76 แสนล้าน
ด้านการจัดเก็บรายได้ ช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 กรมศุลกากรจัดเก็บรายได้เข้ารัฐแล้วกว่า 476,000 ล้านบาท คาดว่ารายได้ทั้งปีจะสูงกว่าปีก่อนที่จัดเก็บได้ประมาณ 596,000 ล้านบาท และมีโอกาสทะลุ 600,000 ล้านบาท แม้อัตราอากรขาเข้าจะลดลงตามข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI แต่รายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทย และการจัดเก็บ VAT จากสินค้านำเข้าตั้งแต่บาทแรก ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งมาตรการสำคัญ คือ การยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลจากผลคดีให้ผู้บริหารทุกระดับ เพื่อลดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจว่าการบังคับใช้กฎหมายของกรมศุลกากรเป็นไปอย่างโปร่งใส สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลของ OECD ซึ่งไทยกำลังผลักดันการเข้าเป็นสมาชิก
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,216 วันที่ 9 - 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569