โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดมิติใหม่สร้างอาชีพ! ผุดโมเดลลดต้นทุนรัฐช่วย 50% สอดรับกำลังซื้อ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" สร้างอาชีพ-รายได้ ธุรกิจแฟรนไชส์

สยามรัฐ

อัพเดต 58 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ขนทัพแฟรนไชส์มาตรฐาน จัดใหญ่โครงการ "ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส" สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้ประชาชน ด้วยธุรกิจแฟรนไชส์ โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน นับเป็นมิติใหม่ในการสร้างอาชีพ และพลิกโฉมธุรกิจแฟรนไชส์ไทยผ่านระบบ ‘ถุงเงิน’ มุ่งเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ร่วมจ่าย ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ เพื่อการันตียอดขายและฐานลูกค้า นำไปสู่ความยั่งยืนเศรษฐกิจชุมชน พร้อมกำหนดจัดงานประชาสัมพันธ์โครงการฯ วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า โครงการ "ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส" เป็นมาตรการเชิงรุกที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ได้เห็นชอบร่วมกับ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายนภินทร ศรีสรรพางค์) ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าบูรณาการความร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และภาคีเครือข่าย เพื่อลดภาระต้นทุน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยผู้ที่สนใจซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ (Franchisee) จะได้รับสิทธิประโยชน์และมาตรการสนับสนุนสำคัญ 3 ด้าน ประกอบด้วย

ด้านที่ 1: มาตรการร่วมจ่ายจากภาครัฐ (รัฐช่วยจ่าย 50%) ช่วยเหลือผู้สนใจที่จะมีอาชีพ โดยรัฐบาลจะอุดหนุนเงินทุนร่วมจ่ายค่าแพ็กเกจแรกเข้าให้ครึ่งหนึ่งทันที สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับแพ็กเกจแฟรนไชส์ราคาไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นในการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชน

ด้านที่ 2: การสนับสนุนทำเลค้าขายและยกเว้นค่าเช่าพื้นที่ 6 เดือน โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ในการเปิดพื้นที่ทำเลศักยภาพในเครือโลตัส และแม็คโคร กว่า 2,000 สาขา รวมกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยจะได้รับการยกเว้นค่าเช่าพื้นที่ฟรีในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งสามารถลดต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี

ด้านที่ 3: การสนับสนุนแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และการค้ำประกันสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง เพื่อลดความกังวลด้านเงินทุนหมุนเวียนของผู้ประกอบการ กรณีเงินลงทุนไม่เพียงพอ โดยมีสถาบันการเงินชั้นนำพร้อมให้การสนับสนุนสินเชื่ออัตราพิเศษ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน รวมถึง บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมคอยค้ำประกันให้

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อเข้าสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ ประชาชนสามารถเริ่มต้นง่ายๆ ผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก คือ 1. การเลือกและติดต่อธุรกิจ ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพจากกรมฯ ได้ที่เว็บไซต์ https://ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th เพื่อติดต่อกับผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchisor) ได้โดยตรง 2. การชำระเงินงวดแรก ชำระเงินส่วนแรกผ่านบริการ Bill Payment ของธนาคารกรุงไทย และ 3. การจัดตั้งสาขาและรับเงินสนับสนุน เมื่อเริ่มจัดตั้งสาขาและส่งหลักฐานประกอบครบถ้วนตามเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแฟรนไชส์ซอร์มายังกรมฯ ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์จะต้องลงทะเบียน SME ONE ID ของ สสว. และดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ ในตอนท้าย

“ความพิเศษของโครงการในครั้งนี้ คือการเปิดมิติใหม่ในการสร้างอาชีพ นำระบบแฟรนไชส์ที่เจ้าของธุรกิจได้พิสูจน์แล้วจนประสบความสำเร็จมาเป็นพี่เลี้ยงในการประกอบธุรกิจ รวมถึงอยากเชิญชวนผู้สนใจรีบสมัครร่วมโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป (เริ่มโครงการ 1 กรกฎาคม 2569) เพื่อจะได้สมัครเป็นร้านค้าในโครงการ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับสิทธิประโยชน์ร่วมจ่าย ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ของรัฐบาล มาตรการดังกล่าวจะช่วยการันตียอดขายและสร้างฐานลูกค้าที่แน่นอนให้กับผู้ซื้อแฟรนไชส์ตั้งแต่เริ่มเปิดร้าน ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถดึงกำลังซื้อจากนโยบายภาครัฐมาขับเคลื่อนร้านค้าในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในโอกาสนี้ กรมฯ กำหนดจัดการประชาสัมพันธ์โครงการครั้งใหญ่ (Kick Off) ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) เพื่อขับเคลื่อนความฝันในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ด้วยธุรกิจแฟรนไชส์ และร่วมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจของประเทศต่อไป” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line OA: @franchisedbdplus เว็บไซต์: https://ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5953 หรือ 0 2547 5955 และ Call Center 1570

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...