โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาวะผกผันระหว่างบ้านเมือง-ศาสนา ในกระแสสติอ่อนล้า .. ของสังคม!!

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ติดตามข่าวสารรอบด้านที่เชื่อมสัมพันธ์กันทั้งทาง บ้านเมืองและฝ่ายศาสนา.. ได้เห็นปรากฏอาการ “โลกล้ำ-ธรรมล้น” อันเป็นไปตามสมัยวัตถุนิยม ที่แสดงถึงภาวะอ่อนล้าของสติ สัมปชัญญะโดยมวลรวมของภาคสังคม.. อันน่าศึกษายิ่ง

ดังปรากฏการณ์การประสานสัมพันธ์เชื่อมโยง.. ระหว่างองค์กรที่ทำงานตามบทบาทหน้าที่กับองค์กรที่ทำงานด้วยจิตสำนึก (จิตวิญญาณ).. ในภาวะที่ปรากฏความขัดแย้งเชิงผกผัน.. ที่แสดงให้เห็นถึงการขับเคลื่อนที่ผิดแผกไปจากเดิมอย่างที่เคยเป็น..

จึงได้เห็น อาการไร้ความเชื่อมั่นในจิตวิสัยของบุคคลทั้งสองภาคส่วน ที่ออกอาการ อ่อนล้าทางสติ จนสูญเสียประสิทธิภาพในการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม ให้ส่งผลโดยตรงต่อ คุณภาพชีวิตทั้งของบุคคลและภาคสังคมโดยมวลรวม..

ภาวะ ศีลธรรม-จริยธรรมอ่อนแอ จึงปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ในทุกภาคส่วนของสังคม.. ไม่เว้นแม้ใน องค์กรที่ทำหน้าที่สร้างจิตสำนึกหรือพัฒนาจิตวิญญาณอย่างสถาบันศาสนา ที่ปรากฏผลให้เห็นถึงความล้มเหลวจำนวนไม่น้อยของกลุ่ม ผู้เป็นเถระ.. พหูสูตและรัตตัญญู (ที่ขาดการปฏิบัติจริง!) ดังที่เป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่า กรณี เสพเมถุน.. การรับเงินทอง.. การชอบชิดวัตถุกาม.. และการหลงใหลในลาภยศ.. บริวารเป็นต้น

การพ่ายแพ้ต่อมารกิเลส.. การพ่ายแพ้ต่อสิ่งเร้าหรืออารมณ์ ที่แสดง ภาวะอ่อนแอของสติปัญญาที่อ่อนล้าบ่งชี้ถึงภาวะขาดการพัฒนาทางจิตใจ ด้วยธรรมวิธีอันสำคัญยิ่งในพุทธศาสนา ที่เรียก สติปัฏฐานธรรม

อาการดังกล่าวปรากฏสอดรับกับหลักธรรมที่ว่า.. “..เมื่อหมู่ชนและสงฆ์ เจริญทางโลกมากขึ้น.. ด้วยการถึงความเป็นหมู่ใหญ่.. ถึงความเป็นผู้เลิศด้วยลาภ.. ถึงความเป็นผู้เลิศด้วยยศ.. ถึงความเป็นพหูสูตถึงความเป็นรัตตัญญู (บวชมานาน) จึงเป็นเหตุให้อาสวะและกิเลส (อาสวัฏฐานิยธรรม) บางเหล่าจะปรากฏในสงฆ์.. ในธรรมวินัยนี้..”

สิ่งหนึ่งที่น่าพิจารณายิ่งจากหลักธรรมดังกล่าว ได้แก่ ปรากฏการณ์เกิดขึ้นของสิกขาบท.. กฎหมายมากมายที่หวังเข้าไปกำกับ ควบคุม ดูแล ในหมู่ชนและสงฆ์ เพื่อแสดงถึงความเป็นจริงว่า.. พระสัทธรรมกำลังอันตรธานไปจากสงฆ์ และศีลธรรม-จริยธรรมกำลังสลายไปจากหมู่ชนทั้งนี้ ด้วยบุคคลในองค์กรนั้นๆ เริ่มประสบ ภาวะอ่อนแอทางจิตใจ.. จากกระแสสติที่อ่อนล้า..

การจัดการแก้ไขปัญหาในองค์กร ไม่ว่าด้วยการมี สิกขาบท..กฎระเบียบหรือกฎหมาย จึงมิใช่หนทางการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องแท้จริง แต่หากเป็นเพียงแค่การยับยั้งอาการเชิงลบ (อกุศล) ไว้ชั่วขณะเพียงเท่านั้น ด้วยมิใช่เป็นการขจัดปัญหาตรงเหตุ ที่จะต้องพัฒนาให้บุคลากรในองค์กรหรือสังคมนั้นๆ มี สติที่เข้มแข็งเพื่อสามารถเชื่อมโยงกับ สัมปชัญญะ (ปัญญา)ที่มีคุณภาพพอเพียงในการทำ ความเพียรชอบ(วิริยะ)ได้อย่างมีดุลยภาพ..

โดยเฉพาะในสมัย สังคมไอทีที่มี ภาวะการเสพข้อมูลกันเกินขนาด(Information Overload)มีการรับสื่อและข้อมูลจำนวนมากจากหลากหลายช่องทาง ซึ่งสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วในแต่ละนาที.. ที่ส่งผลให้จิตใจทำงานหนักจนเริ่มเลอะเลือนต่อการประมวลผล ก่อให้เกิดความเครียดสะสม.. อันเป็นสาเหตุให้เกิด โรคสติอ่อนกำลัง..

ภาวะการขาดความยับยั้งชั่งใจ.. จึงเกิดขึ้นในบุคคลที่ เสพข่าวสารอย่างล้นเหลือในสังคมไอที แบบนี้ ที่คนในสังคมมีสภาพจิตใจเหนื่อยล้าทางอารมณ์เข้าครอบงำ จนสูญเสียศักยภาพในการจำแนกแยกแยะอารมณ์ทั้งหลายจึงเกิดปรากฏความเสื่อมถอยใน ศีลธรรม-จริยธรรมทั้งในหมู่ชนและสงฆ์ ที่เริ่มประสบภาวะจิตอ่อนแอจนขาดสามัญสำนึกแยกแยะผิดชอบชั่วดี..

ภาวะสติอ่อนล้า.. จิตใจอ่อนแอจึงเป็นเหตุทำให้บุคคลในทุกองค์กร.. ยอมจำนนต่อกิเลส ได้แก่ ความโลภ ความโกรธ.. และความหลง.. ซึ่งไม่แปลกหาก การเสพสารเสพติด.. การดื่มสุราเมรัย จะมีมากขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏในสังคมที่อ้างอิงอารยธรรมศาสนามายาวนาน อันเป็นปรากฏการณ์ที่แสดงถึงภาวะสังคมที่เข้าสู่เขตอันตราย ในการทำผิดทำนองคลองธรรม อย่างไร้ความละอาย.. ไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม.. จึงนำไปสู่ การดำเนินชีวิตที่มีความเห็นผิดไปจากธรรม..(มิจฉาทิฏฐิ)

ดังมีเรื่องราวแปลกๆ เชิงผกผันไปจากธรรมเกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันมากมาย ไม่ว่า จะเป็นเรื่องการพยายามเข้าไปจัดระบบระเบียบสงฆ์ของฝ่ายบ้านเมือง โดยมิคำนึงถึงสถานะว่า.. “พระมิใช่คน”..ด้วยการพยายามลากฝ่ายบรรพชิตผู้มีเจตนาละทางโลก กลับคืนเข้าสู่กระแส โดยมีการออกกฎหมายเพื่อผูกขาเจ้าอาวาสให้เป็น เจ้าพนักงานตามกฎหมายที่หมายถึง จะต้องรับผิดชอบตามฐานะ แบบคนทางโลก

จึงเกิดปรากฏการณ์ลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสจำนวนมากจากข้อมูลยืนยันโดย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ..ที่แถลงให้ทราบในการประชุมสงฆ์ที่ จ.เพชรบูรณ์ เมื่อ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙ที่ก่อให้เกิดภาวะความสั่นคลอนในองค์กรสงฆ์อย่างไม่เคยปรากฏ อันเกิดจากการพยายามเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองสงฆ์ ที่สืบเนื่องมาจากพระธรรมวินัยตามพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม ให้เข้าไปสู่ระบบการปกครองของอาณาจักร (โลก) ในสังคมไอทียุคใหม่

ดังนั้น จึงควรพิจารณาอย่างยิ่ง หากจะมีการนำกฎหมาย บทบัญญัติใดๆ.. มาใช้โดยมิได้คำนึงถึง จุดมุ่งหมาย-หลักการ อุดมการณ์ และข้อปฏิบัติแท้จริงตามพระธรรมวินัย ที่อาจจะเป็นสาเหตุให้นำไปสู่การสร้างความโกลาหลในเขตศาสนา อย่างยากจะหลีกเลี่ยงได้ และอาจจะนำไปสู่การสลายความเข้มแข็งขององค์กรสงฆ์ที่เคยเข้มแข็งให้อ่อนล้าลง ด้วยการแยกตัวออกไปของพระสงฆ์ผู้ประพฤติปฏิบัติดีที่ยังพอมีอยู่

น่าเป็นห่วงยิ่ง หากจะเกิดปรากฏการณ์ ภาพลักษณ์พระสงฆ์แบบใหม่ในยุควัตถุนิยม เกิดขึ้นมาแทนที่ เพื่อการกลืนกินกันไปกับสังคมวัตถุนิยม ที่ไร้จิตสำนึกทาง มโนธรรม มากขึ้น อย่างขาดความใส่ใจในผลแห่งความผกผันที่จะคืนกลับมา แม้จะมีปรากฏการณ์ความวิบัติให้เห็นมากมาย..

แม้ว่าจะมีการจัดโครงสร้างรูปแบบของการบริหารองค์กรอย่างทันสมัย เพื่อการอยู่ร่วมกัน.. แต่ด้วยลักษณะคนในสังคมที่มีความโน้มเอียงไปในการมี ภาวะดีแต่พูด ขาดความจริงใจ.. สมาชิกส่วนใหญ่ดีแต่วิพากษ์วิจารณ์อย่างไร้ข้อเสนอแนะ..จึงยากนักต่อการพัฒนาองค์กรไปตามรูปแบบที่มีการจัดวางกรอบ หลักการ อุดมการณ์ และข้อปฏิบัติไว้ดีแล้ว.. ซึ่งไม่แปลก หากจะได้เห็น วิวัฒนาการเชิงผกผัน(Backward evolution) ปรากฏเกิดขึ้นในสังคมที่ผิดแผกไปจากเดิมมากยิ่งขึ้น.. จนยากที่คนดีๆ.. พระดีๆ จะยอมรับได้.. แม้จะเข้าใจ กฎเกณฑ์ของธรรมชาติว่า.. ทุกอย่างต้องเป็นเช่นนั้น!.

เจริญพร

dhamma_araya@hotmail.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...