โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ป.ป.ส.รวบสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คดียาเสพติด เร่งดำเนินการทางวินัย พร้อมขยายผลถึงเครือข่ายผู้ค้า

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ป.ป.ส.รวบสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คดียาเสพติด เร่งดำเนินการทางวินัย พร้อมขยายผลถึงเครือข่ายผู้ค้า

ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล ภายใต้แนวคิด “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” โดยมี พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ขับเคลื่อนการปฏิบัติการเชิงรุกทั่วประเทศ ภายใต้ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 10” มุ่งปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

นายทิพเมษฐ์ สังขวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 7 ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.โอภาส วงษ์หงษ์ ผู้อำนวยการส่วนบังคับใช้กฎหมาย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ปปส.ภาค 7 ดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนที่ได้รับผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 กรณีมีข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐรายหนึ่ง ซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
จากการบูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่ เข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ถูกร้องเรียน พบยาบ้าจำนวน 3 เม็ด อยู่ในความครอบครอง และผลการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายพบสารเสพติด เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในส่วนของการดำเนินการต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น ชุดปฏิบัติการ ปปส.ภาค 7 ได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายปกครองและสถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อรายงานผลการจับกุมและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องไปยังผู้มีอำนาจตามกฎหมาย สำหรับพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ การเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดของเจ้าหน้าที่ของรัฐถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของการดำรงตำแหน่งในภาครัฐ อันอาจทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนบั่นทอนความเชื่อมั่นของสังคมต่อกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและการแก้ไขปัญหายาเสพติดของภาครัฐ โดยผู้กระทำผิดอาจต้องรับผิดทั้งในทางอาญาและถูกพิจารณาดำเนินการตามมาตรการทางปกครองหรือมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคลและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้แก่ผู้ต้องหา อันเป็นการดำเนินการตามแนวทาง “จับผู้เสพ ขยายผลถึงผู้ค้า” เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดทั้งระบบ และตัดวงจรการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “ขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด จนนำไปสู่การจับกุมและขยายผลในครั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างจริงจังต่อปัญหายาเสพติด รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมเร่งขยายผลไปยังผู้ค้าและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การขับเคลื่อน ‘ยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 10’ บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นไปอย่างเสมอภาค โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกคน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...