โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซ้ำซ้อน! ‘อดีตรมว.คลัง’ ชี้ชัด ‘บัตรคนจน-ไทยช่วยไทยพลัส’ ใช้กระสุนพร่ำเพรื่อเกินความจำเป็น

ไทยโพสต์

อัพเดต 8 มิถุนายน 2569 เวลา 16.27 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

8 มิ.ย.2569-นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก “Thirachai Phuvanatnaranubala - - ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล” เรื่อง “ดราม่า บัตรคนจน” เนื้อหาระบุว่า ตามที่ผมเขียนในโพสต์ก่อนหน้าว่า ในหลักบริหารการคลังที่ถูกต้องนั้น การให้ความช่วยเหลือจากรัฐ ไม่ควรทำหลายโครงการที่ซ้ำซ้อนกัน เพราะนอกจากเป็นการใช้กระสุนการคลังพร่ำเพรื่อเกินความจำเป็นแล้ว สำหรับบางคนที่ได้รับสิทธิจากสองหรือสามโครงการ ย่อมได้เปรียบมากกว่าคนที่ได้รับสิทธิจากโครงการเดียว

ผมลองคำนวนตัวเลข เพื่อเปรียบเทียบให้ผู้อ่านเข้าใจ ดังนี้

ภาระทางการคลังจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ภาระสูงสุดต้องคำนวนจากผลประโยชน์: วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาทต่อเดือน = 3,600 บาท/ปี ค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อเดือน = 9,000 บาท/ปี(เฉพาะสองรายการนี้รวมย่อย 12,600 บาท/ปี) ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อ 3 เดือน = 320 บาท/ปี ค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน = 1,200 บาท/ปี ค่าไฟฟ้า 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน = 3,780 บาท/ปี สูงอายุ/พิการ 200 บาทต่อเดือน = 2,400 บาท/ปี ดังนั้น กรณีมีการใช้สิทธิเต็มที่ จะเป็นเงินรวม 20,300 บาท/ปี/หนึ่งบัตรสวัสดิการ

ถามว่า เป็นภาระทางการคลังเท่าไหร่?

สมมุติตัวเลขการใช้สิทธิเฉลี่ย แต่นับเพียงหนึ่งในสาม คือ 6,766 บาท/ปี/หนึ่งบัตรสวัสดิการ จำนวนผู้ถือบัตร 13 ล้านคน คิดเป็นภาระการคลังตามสมมุติฐานนี้ 88,000 ล้านบาท แต่ข้อมูลในสำนักข่าวอิศรา งบประมาณตกปีละ 30,000 - 50,000 ล้านบาท ดังนั้น จะใช้ตัวเลขนี้เป็นหลัก

ภาระทางการคลังจากการหักค่าลดหย่อน ต้องคำนวนจากภาษีที่ลดลง: หักค่าลดหย่อนได้ 30,000 บาท/พ่อแม่หนึ่งคน

กรณีผู้ที่เสียภาษีในอัตราระดับกลาง รายได้ต่อปีสูงสุด 750,000 บาท/ ต่อเดือนสูงสุด 62,500 บาท จะเสียในอัตราสุดท้าย 15% ลดภาษีจากอัตราสุดท้ายได้ 4,500 บาท/พ่อแม่หนึ่งคน (30,000 คูณด้วย 15%) จำนวนผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดามีอยู่ 12 ล้านคน สมมุติหนึ่งในสาม คือ 4 ล้านคน ใช้สิทธิหักลดหย่อนสำหรับพ่อแม่ โดยสมมุติว่ามีพ่อแม่เฉลี่ย 2 คนต่อหนึ่งผู้เสียภาษี

กรณีนี้ จำนวนลดภาษีต่อคน 4,500 บาท/ผู้เสียภาษี/พ่อแม่แต่ละคน

4,500 บาท คูณด้วยจำนวนผู้เสียภาษีที่ใช้สิทธิหักลดหย่อน 4 ล้านคน คูณด้วยจำนวนพ่อแม่ 2 สิทธิต่อผู้เสียภาษีแต่ละคน จะเป็นภาระการคลังปีละ 36,000 ล้านบาท

กรณีจึงถือว่า ความช่วยเหลือที่รัฐจ่ายซ้ำซ้อน ตามสมมุติฐานข้างต้น ก็คือ ปีละ 36,000 ล้านบาทนั่นเอง

สรุปว่า ในความเห็นของผม สองโครงการนี้เป็นการช่วยเหลือที่ซ้ำซ้อนกัน ตามโมเดลที่แสดง อย่างน้อย 36,000 ล้านบาท/ปี

นี่เอง ที่ผมวิจารณ์ว่ากระทรวงคลังเริ่มโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ไม่ได้คิดให้รอบคอบ มาถึงวันนี้ คงจะเพิ่งรู้ตัวและหาทางแก้ไข

อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ที่ให้เงินแจกแก่คนมากมายถึง 30 ล้านสิทธิ โดยไม่สนใจว่ามีฐานะอย่างไร จะยากดีมีจนอย่างไร ก็สามารถลงทะเบียนขอสิทธิ์ได้ทั้งนั้น

ปัญหาการซ้ำซ้อนของโครงการบัตรสวัสดิการการแห่งรัฐ กับโครงการหักค่าลดหย่อนเพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการเทกระจาด ไทยช่วยไทยพลัส จึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับรัฐบาลอนุทิน

หมายเหตุ: การกล่าวถึงชื่อบุคคลใดมิใช่เป็นการกล่าวหากระทำความผิด แต่เป็นเพื่อประกอบการบรรยายทางวิชาการเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...