โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ไม่ทน! “โทน บางแค” ยื่นฟ้อง “บิ๊กเต่า” ถูกตราหน้า “โจรกระจอก”

Amarin TV

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
“โทน บางแค” ลุยเองบุกฟ้อง “บิ๊กเต่า” หมิ่นประมาท ลั่นทนไม่ไหวถูกตราหน้า “โจรกระจอก-เซียนกระดาษ” จนธุรกิจพัง

"โทน บางแค" ลุยเองบุกฟ้อง "บิ๊กเต่า" หมิ่นประมาท ลั่นทนไม่ไหวถูกตราหน้า "โจรกระจอก-เซียนกระดาษ" จนธุรกิจพัง

วันที่ 29 พ.ค.2569 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี นายโทน หรือ “โทน บางแค” พร้อมทนายความ เดินทางเข้ายื่นฟ้อง “บิ๊กเต่า” โดยเปิดเผยว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเดินทางมายื่นฟ้องด้วยตนเองในวันนี้ เนื่องจากมองว่ากระบวนการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน จึงเลือกใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง

นายโทน กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำพูดและการให้สัมภาษณ์บางประเด็น ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและธุรกิจโดยตรง โดยเฉพาะการถูกกล่าวหาว่าเป็น “เซียนกระดาษ” รวมถึงคำพูดที่มีลักษณะด้อยค่าและทำให้สังคมเข้าใจผิด ส่งผลให้ลูกค้าเก่าบางส่วนยังเข้าใจข้อเท็จจริง แต่ลูกค้าใหม่จำนวนมากเกิดความไม่มั่นใจและหายไป ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพอย่างชัดเจน

ส่วนเรื่องการร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งการยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการขอความเป็นธรรมจากผู้บัญชาการตำรวจ ขณะนี้ทุกหน่วยงานได้รับเรื่องไว้แล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณา ซึ่งต้องใช้เวลา ตนจึงเลือกดำเนินการทางศาลควบคู่กันไป

นายโทน กล่าวอีกว่า การถูกกล่าวหาว่าเป็น “คนตัวลาย” หรือ “โจรกระจอก” ถือเป็นเรื่องร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อความรู้สึกอย่างมาก รวมถึงการกล่าวถึงวงการพระเครื่องในลักษณะดูหมิ่นว่าเป็น “เซียนกระดาษ” ซึ่งมองว่าเป็นการเหมารวมและรุนแรงเกินไป โดยตนเป็นเพียงประชาชนธรรมดา ขณะที่ผู้พูดเป็นบุคคลที่มีอำนาจ จึงต้องมาขอความเมตตาจากศาลให้พิจารณาข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม

“ยอมรับว่ากลัว แต่วันนี้ความกลัวลดลง เพราะเชื่อว่าความจริงก็คือความจริง หากจะบอกว่าหลังชนฝา ตอนนี้มันเกินกว่าคำว่าหลังชนฝาไปแล้ว ทางออกของเรื่องนี้คือความยุติธรรม หากได้รับความยุติธรรมกลับมา ทุกฝ่ายก็จะสบายใจ”

สำหรับกรณีเพจ “เหยื่อ” ตนยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกับผู้ดูแลเพจเป็นการส่วนตัว แต่มองว่าเป็นเพจที่นำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะ โดยตนไม่ได้ติดตามข้อมูลของบุคคลอื่นและให้ความสนใจเฉพาะเรื่องของตัวเองเท่านั้น เนื่องจากปัญหาที่เผชิญอยู่ส่งผลกระทบอย่างหนักอยู่แล้ว

ในส่วนของประเด็นทรัพย์สินและหนี้สิน ทรัพย์สินที่มีอยู่ยังไม่สามารถนำออกขายได้ทันที เพราะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ขณะที่ภาระหนี้สินยังคงผ่อนชำระอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าหากมีการชำระเงินจำนวน 75 ล้านบาทตามที่ถูกกล่าวถึง ก็สามารถดำเนินการได้ผ่านคนกลาง ซึ่งตนต้องการให้มีบุคคลกลางเป็นผู้ประสานเพื่อความโปร่งใสและป้องกันข้อครหาในภายหลัง

นายโทน ยังกล่าวถึงผลกระทบต่อธุรกิจขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดว่า ก่อนหน้านี้มีผู้ติดตามรับชมหลักพันถึงหลักหมื่นคน แต่หลังเกิดกระแสข่าว จำนวนผู้เข้าชมลดเหลือเพียง 100-300 คน ทำให้รายได้ลดลงอย่างมาก ต้องใช้เวลาไลฟ์สดนานขึ้นจากเดิมเพียง 1-2 ชั่วโมง เป็น 3-4 ชั่วโมงต่อวัน ส่งผลต่อการกระจายสินค้าและการหารายได้เพื่อนำไปชำระหนี้ สุดท้ายทุกอย่างต้องพิสูจน์กันด้วยความจริง ผมยังติดใจคำพูดที่ถูกเรียกว่าโจรกระจอก คนตัวลาย รวมถึงการกล่าวถึงวงการพระทั้งประเทศ

ด้านทนายความ เปิดเผยว่า คดีที่นำมายื่นฟ้องในวันนี้เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา รวมถึงเป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อปกป้องธุรกิจของนายโทน เนื่องจากข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ออกไปส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และการประกอบธุรกิจโดยตรง โดยหลักฐานสำคัญที่นำมาประกอบการฟ้องร้องในครั้งนี้ เป็นข้อมูลและถ้อยคำที่ปรากฏจากการออกรายการเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเห็นว่าเข้าข่ายก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ฟ้อง จึงนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลเพื่อให้วินิจฉัยข้อเท็จจริงต่อไป“โทน บางแค” ยื่นฟ้อง “บิ๊กเต่า” ลั่นทนไม่ไหว ถูกตราหน้า “โจรกระจอก-ตัวร้าย” จนธุรกิจพัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...