'ยศชนัน' หารือ รมว.เวียดนาม เดินหน้าพันธมิตรเทคโนโลยีอนาคต ดัน AI–เซมิคอนดักเตอร์–startup ยกระดับอาเซียน
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้การต้อนรับนายหวู หาย เกวิน (H.E. Mr. Vu Hai Quan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อหารือความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI) ระหว่างไทยและเวียดนาม โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และ ดร.ลักษมณ สมานสินธุ์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวง อว. เข้าร่วม ณ ห้องรับรองพระจอมเกล้า ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (โยธี)
ก่อนหน้านี้ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนหนังสือทางการทูต ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยืนยันการเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานภายใต้ความตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่างรัฐบาลไทยและเวียดนาม ซึ่งมีการลงนามไว้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2560
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ไทยและเวียดนามมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและมีศักยภาพสูงในการพัฒนาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะในเทคโนโลยียุทธศาสตร์ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคตของภูมิภาคอาเซียน
“อว. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง การวิจัย และการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมร่วมกับประเทศพันธมิตร ซึ่งเวียดนามถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้าน AI เซมิคอนดักเตอร์ และ startup เราต้องการเห็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ทั้งการวิจัยร่วม การพัฒนาบุคลากร และการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมระหว่างกัน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า ไทยสนใจพัฒนาความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ตั้งแต่การออกแบบและผลิตชิป ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น photonics และ power electronics เพื่อเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในภูมิภาค พร้อมทั้งสนับสนุนความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ
ด้านนายหวู หาย เกวิน กล่าวว่า เวียดนามให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ AI อย่างมาก โดยรัฐบาลเวียดนามได้ผลักดันมาตรการสนับสนุนทั้งด้านกฎหมาย สิทธิประโยชน์ การจัดตั้งห้องปฏิบัติการ และการพัฒนากำลังคน เพื่อดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
“เวียดนามมองว่า ไทยเป็นพันธมิตรสำคัญในภูมิภาค และเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างสองประเทศจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีของอาเซียน เราพร้อมผลักดันความร่วมมือด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนนักวิจัย และการสร้างเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม” นายหวู หาย เกวิน กล่าว
รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเวียดนาม กล่าวเพิ่มเติมว่า เวียดนามสนใจความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะการพัฒนา Large Language Model (LLM) ภาษาไทยและภาษาเวียดนาม รวมถึงระบบประมวลผลสมรรถนะสูง (High Performance Computing: HPC) และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางเทคโนโลยีและอธิปไตยทาง AI ของภูมิภาค
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือความร่วมมือในสาขายุทธศาสตร์อื่น ๆ เช่น เทคโนโลยีอวกาศ เทคโนโลยีการเกษตร สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการภัยพิบัติ รวมถึงการส่งเสริม startup และระบบนิเวศนวัตกรรมของภูมิภาค พร้อมเห็นพ้องในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย ทั้งด้านการแลกเปลี่ยนนักศึกษา การพัฒนานักวิจัย และการผลักดันโครงการวิจัยร่วม รวมถึงการเข้าถึงแหล่งทุนวิจัยระดับนานาชาติ
ทั้งนี้ อว. เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมไทย–เวียดนาม (Joint Committee Meeting: JCM) ครั้งที่ 1 ในปี 2570 เพื่อกำหนดทิศทางและแผนขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างสองประเทศในระยะต่อไป