โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เรื่องเกาะกูดต้องถึงศาลโลกเลยไหม? ฟังทัศนะนักการเมืองกัมพูชาแล้วจะเข้าใจ

The Better

อัพเดต 08 พ.ย. 2567 เวลา 05.43 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2567 เวลา 07.30 น. • THE BETTER

อึม สำอาน (អ៊ុំ សំអាន) สมาชิกสภานิติบัญญัติของกัมพูชาสังกัดพรรค "คณะปักษ์ สงเคราะห์ชาติ" (គណបក្សសង្គ្រោះជាតិ) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านของกัมพูชาที่ก่อตั้งโดย สม รังสี ได้เขียนแสดงทัศนะของเขาผ่านทางเฟซบุ๊ค Um Sam An เอาไว้ดังนี้ (หมายเหตุ - ข้อเขียนของ อึม สำอาน ไม่ได้แสดงถึงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ หรือข้อเท็จจริงด้านกฎหมายระหว่างประเทศ)

“เกาะกูดเป็นของไทย และรัฐบาลไทยและกัมพูชาตกลงกันแล้วว่าเกาะกูดอยู่ในดินแดนไทย โดยฝ่ายกัมพูชาไม่ได้อ้างสิทธิ์เกาะกูด” นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร กล่าวไว้ หากรัฐบาลกัมพูชาเห็นด้วยกับไทยว่าเกาะกูดอยู่ในดินแดนไทย โดยฝ่ายกัมพูชาไม่ได้อ้างสิทธิ์เกาะกูดถึงสองในสาม ตามที่นายกรัฐมนตรีไทยกล่าว ตระกูลนี้ (ตระกูลฮุน ของฮุน เซน และ ฮุน มาเนต) ก็จะเป็นผู้ทรยศ เพราะตระกูลนี้เต็มใจที่จะตัดดินแดนที่กัมพูชายึดครองเกาะกูดสองในสามไปยังไทย และตัดน่านน้ำกัมพูชาบางส่วนมายังไทย เพื่อให้ไทยช่วยปราบปรามนักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านชาวกัมพูชาในไทยและส่งตัวพวกเขากลับกัมพูชา

สนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 1907 ระบุว่า "เส้นแบ่งเขตระหว่างอินโดจีน ฝรั่งเศส และสยามเริ่มโผล่ขึ้นมาจากทะเลที่จุดหนึ่งด้านหน้าเกาะกูดซึ่งเป็นจุดสูงสุด" ตามภาคผนวกของสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี 1907 เส้นแบ่งเขตทางทะเลระหว่างฝรั่งเศส-สยามเริ่มขยายออกจากด่านพรมแดนสมัยฝรั่งเศสบนชายฝั่งที่จำเยียม จังหวัดเกาะกง โดยลากยาวไปจนถึงจุดสูงสุดบนเกาะกูด แต่กัมพูชาสูญเสียเกาะกูดให้กับไทยไปทั้งหมด ตอนนี้เกาะกูดในจังหวัดเกาะกงสูญเสียไปแล้ว ทำให้สูญเสียพรมแดนทางทะเลไปจำนวนมาก เนื่องจากสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี 1907 กำหนดขอบเขตทางทะเลให้ยึดตามจุดสูงสุดของเกาะกูด โดยจุดสูงสุดของเกาะกูด กัมพูชาได้พื้นที่ 2 ใน 3 ของเกาะกูด ส่วนประเทศไทยได้พื้นที่ 1 ใน 3 ตามสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม พ.ศ. 2450 เขตแดนทางทะเลระหว่างกัมพูชา-ไทยทอดยาวจากยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะกูดไปจนถึงด่านพรมแดนหมายเลข 73 สมัยฝรั่งเศสบนชายฝั่งจำเยียม จังหวัดเกาะกง
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 1941 สงครามฝรั่งเศส-สยามปะทุขึ้นบนเกาะช้าง ขณะที่ฝรั่งเศสปกป้องเกาะกูดจากกองทหารไทยที่รุกรานอธิปไตยของกัมพูชาเหนือเกาะกูด ในปี 1965 เกิดสงครามระหว่างกัมพูชาและไทยในประเด็นเกาะกูด ซึ่งฝ่ายกัมพูชาต้องการจุดสูงสุดบนเกาะกูด ตามสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามในปี 1907 และต่อมากองทัพกัมพูชาได้ประจำการบนเกาะกูด (ในสมัยสังคมราษฎรนิยม) และในยุคเขมรแดง เขมรได้ยึดครองเกาะกูดทั้งหมดโดยพลเอกเมียส มุต ในปี 1972 รัฐบาลของลน นลได้จัดทำแผนที่ทะเลตามสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามในปี 1907 ซึ่งกำหนดเขตแดนทางทะเลระหว่างกัมพูชาและไทยตั้งแต่ด่านชายแดนบนชายฝั่งไปจนถึงจุดสูงสุดบนเกาะกูดและไปจนถึงทะเล ตามแผนที่ทะเลนี้ พื้นที่ทางทะเลของกัมพูชาคือ 95,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งรวมพื้นที่สองในสามของเกาะกูดด้วย

ปัจจุบันประเทศไทยมีอำนาจควบคุมเกาะกูด 100% ดังนั้นประเทศไทยจะไม่คืนเกาะกูด 2 ใน 3 ส่วนให้กับกัมพูชา หากกัมพูชาเจรจาทวิภาคีกับไทย ดังนั้นทางเลือกเดียวของกัมพูชาคือการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (PCA) ในกรุงเฮกภายใต้สนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามปี 1907 และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลปี 1982 (UNCLOS) เพื่อยึดคืนเกาะกูด 2 ใน 3 ส่วน และยึดคืนพื้นที่น่านน้ำของเขมรที่ทับซ้อนกันมากกว่า 26,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งกัมพูชาได้รับชัยชนะเหนือไทยในคดีปราสาทพระวิหารที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในปี 1969

ฮุน มาเนต และไทยได้ตกลงกันที่จะศึกษาพื้นที่ทับซ้อนของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยกว่า 26,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งพื้นที่ทับซ้อนกว่า 26,000 ตารางกิโลเมตรนี้ อยู่ในพื้นที่ 30,000 ตารางกิโลเมตรที่ไทยยึดครองทะเลเขมรโดยไทยได้ลงนามข้อตกลงทวิภาคีกับเวียดนามในปี 1997 ตามสนธิสัญญาน่านน้ำประวัติศาสตร์ 1982 ตอนที่เวียดนามยึดครองกัมพูชา

หลังการรัฐประหารในปี 1997 ฮุน เซน ได้ประท้วง (รัฐบาล) ไทยที่กรุงเทพฯ กรณีที่ไทยรุกล้ำพื้นที่ทะเลกัมพูชา 30,000 กิโลเมตร แต่ในขณะนั้น ประเทศไทยได้บอกให้ ฮุน เซน ประท้วงร่วมกับเวียดนามกรณีสนธิสัญญาว่าด้วยน่านน้ำประวัติศาสตร์ในปี 1982 อย่างไรก็ตาม หลังจาก ฮุน เซน ประท้วงกับไทย ประเทศไทยก็ตกลงที่จะผนวกพื้นที่กว่า 26,000 ตารางกิโลเมตร

โครงการร่วมธุรกิจน้ำมันและก๊าซในพื้นที่ทับซ้อน คือ การค้าทะเลเขมรร่วมกับไทย และในอนาคตกัมพูชาจะเจรจากำหนดเขตแดนทางทะเลกับไทย แบ่งทะเลเขมรให้กว้างขึ้น พื้นที่ 26,000 ตารางกิโลเมตรกับไทยและกัมพูชาตกลงที่จะละทิ้งเกาะกูดโดยสมบูรณ์ ในความเป็นจริง กัมพูชาต้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศเพื่อกำหนดเขตแดนทางทะเลกับไทยก่อน กัมพูชาต้องไม่ค้าน้ำมันและก๊าซกับไทยก่อนกำหนดเขตแดนทางทะเล สนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี 1907 ระบุว่า "เขตแดนทางทะเลกัมพูชา-สยามจะตามจุดสูงสุดของเกาะกูดไปทางทะเล" การกำหนดเขตแดนทางทะเลจะยึดจุดสูงสุดของเกาะกูด (จังหวัดเกาะกง) แล้วจึงค่อยไปตามแนวชายแดนทางทะเล ภายใต้สนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม พ.ศ. 2450 พื้นที่ทับซ้อนกว่า 26,000 ตารางกิโลเมตรที่กัมพูชามีแผนจะค้าขายน้ำมันและก๊าซกับไทย และพื้นที่เกาะกูดสองในสามอยู่ในทะเล 100% ของกัมพูชา

ตระกูลฮุนจะเป็นพวกทรยศต่อประเทศถึงสองรุ่น โดย ฮุน เซน ยอมยกดินแดนเขมรให้เวียดนามเพื่อแลกกับเวียดนามที่ทำให้เขาขึ้นสู่อำนาจตั้งแต่ทศวรรษ 1980 และฮุน มาเนต ก็ยอมนำทะเลเขมรมาทำธุรกิจร่วมกัน ในอนาคต ฮุน เซน จะยกทะเลเขมรมาให้ประเทศไทย และตัดเกาะกูดสองในสามส่วนมาให้ประเทศไทย เพื่อแลกกับการช่วยเหลือของประเทศไทยในการปราบปรามและจับกุมนักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านชาวกัมพูชาในประเทศไทยและทักษิณ ในฐานะบิดาของนายกรัฐมนตรีของไทย เขาเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของ ฮุน เซน"

(หมายเหตุ - ข้อเขียนของ อึม สำอาน ไม่ได้แสดงถึงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ หรือข้อเท็จจริงด้านกฎหมายระหว่างประเทศ)

ทั้งนี้ อึม สำอาน เป็นนักเคลื่อนไหวเรื่องชายแดนกัมพูชาและสมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้าน ได้รับการอภัยโทษจากกษัตริย์กัมพูชา เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2018 ตามคำร้องขอของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ทั้งนี้ อึม สำอาน ถูกควบคุมตัวในกลางดึกที่เสียมเรียบทั้งๆ ที่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองรัฐสภา(11 เมษายน 2016) การปล่อยตัว อึม สำอาน เกิดขึ้นหลังจากถูกกดดันอย่างหนักจากองค์กรระดับชาติและนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป จากนั้น อึม สำอาน จึงกลับไปใช้ชีวิตกับภรรยาและลูกชายและลูกสาวสองคนที่สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันพำนักที่กรุงพนมเปญ

Photo - Um Sam An

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...