โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : ปวดหัวแบบคลัสเตอร์

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 30 พ.ย. 2567 เวลา 17.59 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2567 เวลา 10.59 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ คือ โรคแบบใด อาการเป็นอย่างไร ใครมีความเสี่ยงจะเป็น และหากเป็นแล้ว จะดูแลรักษาอย่างไร ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ อ.นพ.ประกิต อนุกูลวิทยา อายุรแพทย์โรคระบบประสาท คลินิกโรคปวดศีรษะ สาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กรรมการชมรมศึกษาโรคปวดศีรษะ ภายใต้สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย

ปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ (Cluster Headache) ผู้ป่วยปวดแล้วจะทรมานมาก บางคนดิ้นทุรนทุราย เอาศีรษะโขกกับของแข็งค่อนข้างรุนแรงมาก

เป็นอาการปวดศีรษะข้างเดียว ตำแหน่งที่ปวดบริเวณเบ้าตา เหนือเบ้าตา และขมับ ระยะเวลาที่ปวดประมาณ 15 นาที ถึง 3 ชั่วโมง

ขณะที่ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะก็จะมีอาการทางระบบประสาทอัตโนมัติที่อยู่บนใบหน้าร่วมด้วย เช่น น้ำตาไหล ตาแดง คัดจมูก หรือหนังตาตก

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ปวดมักจะปวดช่วงใดช่วงหนึ่งของปี หรือช่วงใดช่วงหนึ่งของวัน เช่น ปวดเดือนกุมภาพันธ์ทุกปี หรือปวดตอนกลางคืนทุกวันของช่วงเวลานั้น

ปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ เหมือน หรือ แตกต่างจากปวดศีรษะทั่วไปหรือไม่ ?

มีอาการปวดศีรษะเหมือนกัน

ผู้ป่วยปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ จะปวดอยู่ข้างเดียวข้างนั้นตลอด

การสั่งการของระบบประสาทอัตโนมัติ คือ น้ำมูก น้ำตาไหล ร่วมด้วย

ที่เรียกว่า “ปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์” เพราะอาการปวดมาเป็นชุด และปวดถี่ ๆ ช่วงนี้ของเดือน จากนั้นก็หายไป แล้วมาปวดถี่ ๆ ช่วงนั้นของเดือนแล้วก็หายไป อยู่ในกลุ่มย่อยของอาการปวดศีรษะที่มีสาเหตุจากระบบประสาทอัตโนมัติที่อยู่บนใบหน้าร่วมด้วย เรียกว่า ไตรเจอร์มินอล (Trigeminal autonomic cephalalgias : TAC)

อาการปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ตำแหน่งที่ปวดจะอยู่ข้างนั้นข้างเดียว แต่อาการปวดไมเกรนปวดข้างเดียวก็จริงแต่สามารถสลับข้างได้ เช่น บางวันปวดศีรษะข้างซ้าย บางวันปวดศีรษะข้างขวา หรืออาจจะปวดทั้งสองข้างก็ได้ และมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย กลัวแสง แพ้แสง กลัวเสียง แพ้เสียง

ผู้ป่วยปวดศีรษะไมเกรนส่วนใหญ่นอนหลับพักผ่อน อยู่นิ่ง ๆ อาการปวดก็จะลดลง

ผู้ป่วยปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ไม่สามารถนอนหลับได้ เพราะความปวดค่อนข้างรุนแรงมาก

ปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ มีสาเหตุจากอะไร ?

ส่วนหนึ่ง เชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติของสมอง ที่ชื่อว่าไฮโพทาลามัส (Hypothalamus) ทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างนี้ขึ้นมา สมองส่วนไฮโพทาลามัส ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ หลายส่วน เกี่ยวกับระบบประสาทอัตโนมัติบริเวณใบหน้ามีอาการแปรปรวนจึงทำให้ปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ขึ้นมา

ส่วนหนึ่งเชื่อว่าปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์มีเรื่องพันธุกรรมเกี่ยวข้องด้วย แต่เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น

อีกส่วนหนึ่งมีปัจจัยบางอย่างที่เป็นตัวกระตุ้น บางการศึกษาพบว่าเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ที่อาจจะกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ขึ้นมาได้

ช่วงอายุที่พบปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ คือ 30-40 ปี และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 3-4 เท่า

ปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์รักษาหายขาดได้หรือไม่ ?

Primary cluster รักษาไม่หาย แต่ก็มีช่วงที่อาการกำเริบหายไป ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นถ้าได้รับการรักษา คือหายไปช่วงหนึ่งและกลับมาอีกในช่วงนั้นของปี

แนวทางการรักษา ในผู้ป่วยคลัสเตอร์ที่ปวดศีรษะข้างเดียว มีน้ำตาไหล ควรไปพบแพทย์ โดยเฉพาะปวดศีรษะครั้งแรก

1. แพทย์ระงับปวด โดยให้ดมออกซิเจน

2. ส่วนหนึ่งไม่มีสาเหตุ และอีกส่วนหนึ่ง (ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์) มีสาเหตุ เช่น เนื้องอกต่อมใต้สมอง หรือรอยโรคที่อยู่ตำแหน่งก้านสมอง อาจจะต้องหาสาเหตุเพื่อทำการรักษา และกินยาป้องกันไม่ให้อาการปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์กำเริบ

ถ้ามีอาการปวดศีรษะบ่อย อย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน รวมถึงอาการปวดรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน และ/หรือ มีอาการปวดศีรษะ 2-3 สัปดาห์ก็ยังไม่หายสักที อาจต้องไปพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ต้นเหตุอย่างถูกต้อง ป้องกันไม่ให้มีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง

หมั่นสังเกตร่างกาย ยิ่งพบโรคเร็วแต่เนิ่น ๆ การรักษาง่าย โอกาสหายก็มากกว่า

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : ปวดหัวแบบคลัสเตอร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...