โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด 8 กำไรธนาคารไทยปี 2567 กสิกรไทยครองแชมป์กำไรสูงสุด

Thairath Money

อัพเดต 22 ม.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 08.11 น.
ภาพไฮไลต์

ประกาศออกมาแล้วสำหรับผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของประเทศไทย โดยในปี 2567 ที่ผ่านมาพบว่า ธนาคารพาณิชย์มีการเติบโตที่ดี โดยหลายธนาคารมีการเติบโตของกำไรที่ดีมาก ในขณะเดียวกันสถานการณ์ของหนี้เสีย หรือ NPL นั้นเริ่มทรงตัว

ทั้งนี้ในด้านผลประกอบการของกลุ่มธนาคารในปี 2567 พบว่า ธนาคารกสิกรไทยครองแชมป์ธนาคารที่มีกำไรมากที่สุด ที่ 48,598 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% โดยสาเหตุสำคัญมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตต่อเนื่อง รองลงมาคือ ธนาคารกรุงเทพที่มีกำไรสุทธิ 45,211 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% และลำดับที่ 3 คือธนาคารกรุงไทย มีกำไรสุทธิ 43,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.8% ด้านภาวะของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL นั้นหลายธนาคารมีทิศทางที่ดีขึ้น ยกเว้นธนาคารกรุงศรี ที่ 3.2% ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สรุปผลกำไรธนาคารพาณิชย์ในปี 2567

1. ธนาคารกสิกรไทย
• กำไรไตรมาส 4: 10,494 ล้านบาท (+11.7%)
• กำไรทั้งปี: 48,598 ล้านบาท (+14.6%)
• หนี้เสีย (NPL): 3.2%

2. ธนาคารกรุงเทพ
• กำไรไตรมาส 4: 10,404 ล้านบาท (+17.4%)
• กำไรทั้งปี: 45,211 ล้านบาท (+8.6%)
• หนี้เสีย (NPL): 2.7%

3. ธนาคารกรุงไทย
• กำไรไตรมาส 4: 10,475 ล้านบาท (+71.4%)
• กำไรทั้งปี: 43,856 ล้านบาท (+19.8%)
• หนี้เสีย (NPL): 2.9%

4. ธนาคารไทยพาณิชย์
• กำไรไตรมาส 4: 11,707 ล้านบาท (+6.5%)
• กำไรทั้งปี: 43,943 ล้านบาท (+1%)
• หนี้เสีย (NPL): 3.4%

5. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
• กำไรไตรมาส 4: 6,276 ล้านบาท (-18.8%)
• กำไรทั้งปี: 29,700 ล้านบาท (-9.8%)
• หนี้เสีย (NPL): 3.2%

6. ธนาคารทหารไทยธนชาต(TTB)
• กำไรไตรมาส 4: 5,112 ล้านบาท (-2.3%)
• กำไรทั้งปี: 21,031 ล้านบาท (+12.9%)
• หนี้เสีย (NPL): 2.6%

7. ธนาคารทิสโก้
• กำไรไตรมาส 4: 1,701 ล้านบาท (-4.4%)
• กำไรทั้งปี: 6,901 ล้านบาท (-5.5%)
• หนี้เสีย (NPL): 2.3%

8. ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
• กำไรไตรมาส 4: 1,406 ล้านบาท (+109.9%)
• กำไรทั้งปี: 4,985 ล้านบาท (-8.4%)
• หนี้เสีย (NPL): 4.2%

กำไรธนาคารดีกว่าที่คาด

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด แม้ว่าราคาหุ้นจะถูก Sell on fact เพราะ Outperform ตลาดอย่างมากในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา แต่คาด Downside จำกัด

เพราะทิศทางของกลุ่มธนาคารยังโตต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการตั้งสำรองที่ลดลง นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากคาดการณ์เงินปันผลครึ่งปีหลังที่รอประกาศ ซึ่งคาดว่าธนาคารขนาดใหญ่จะให้ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 3% ด้วย เราคาดว่าผลประกอบการของกลุ่มแบงก์ที่เปิดกำไรรอบนี้ได้สวย จะกระตุ้นให้เกิดแรงเก็งกำไรในกลุ่ม Real Sector มากขึ้น

สำหรับผลการดำเนินงานของ KBANK แนวโน้มปี 2567 เราคาด KBANK จะมีกำไรสุทธิ 50,414 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากปีก่อน ปัจจัยจาก

1) การตั้งสำรองที่ลดลง โดยผู้บริหารมีแผนจะปรับลด Credit Cost ลงสู่ระดับปกติในปีนี้ หลังจากที่ KBANK มีการเร่งบริหารจัดการลูกหนี้กลุ่มเสี่ยงสูงมา 2 ปี และได้ขายหนี้เสียให้กับ JVAMC ไปมากแล้ว ทำให้คาดการตั้งสำรองในปี 2568 จะผ่อนคลายลง

2) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยคาดจะเติบโตได้ดี โดยเฉพาะรายได้สุทธิจากธุรกิจประกันชีวิต (MTL) เนื่องจากมีการใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS17 ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนจากการขายกรมธรรม์ใหม่ นอกจากนี้คาดรายได้ค่าธรรมเนียมอื่นๆ จะขยายตัวจากกลยุทธ์ที่หันมาให้ความสำคัญกับฐานลูกค้ารายได้สูงด้วยการต่อยอดทำ Cross Selling ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ เพิ่มเติม ช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่ปรับตัวลงจาก NIM ที่ชะลอตัวตามการลดดอกเบี้ยเงินกู้

เราคงมุมมองบวกสำหรับ KBANK โดยมองว่าคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทดีขึ้นเรื่อยๆ จากการเร่งบริหารจัดการลูกหนี้กลุ่มเสี่ยงผ่านทาง JVAMC (KBANK เป็นธนาคารเดียวที่มี JVAMC ร่วมกับ JMT และ BAM) เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยคงมูลค่าพื้นฐานปี 2025 เดิมที่ 175 บาท ส่วนเงินปันผลจากกำไรสุทธิ 2H24 คาดจะจ่ายหุ้นละ 5.9 บาท คิดเป็นเงินปันผล 3.7%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด 8 กำไรธนาคารไทยปี 2567 กสิกรไทยครองแชมป์กำไรสูงสุด

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...