ย้อนเหตุการณ์ ‘ติ๊ก ชิโร่’ นักร้องชื่อดัง ขับรถชนคน
The Bangkok Insight
อัพเดต 30 ธ.ค. 2567 เวลา 01.23 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2567 เวลา 01.20 น. • The Bangkok Insightย้อนเหตุการณ์ ‘ติ๊ก ชิโร่’ นักร้องดัง ขับรถชนคนตกสะพาน เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา
เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ในรอบปีที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ที่ ติ๊ก ชิโร่ หรือนายศิริศักดิ์ นันทเสน อายุ 63 ปี นักร้องชื่อดัง ขับรถตู้พุ่งชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 คน เจ็บ 2 คน เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา
- เปิดมหากาพย์ ทวงหนี้คนบันเทิง 2567
- ซีรีส์ความรัก ‘แน็ก ชาลี’ กับติ๊กต็อกเกอร์ชาวเกาหลี ‘จี กามิน’
- เงินก้อนแรก ‘ชมพู่-แอฟ’ ทำงานในวงการบันเทิง ได้คนละเท่าไหร่?
ย้อนเหตุการณ์ ‘ติ๊ก ชิโร่’ นักร้องดัง ขับรถชนคน
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 เมื่อเวลา 04.00 น. ร.ต.อ.ปฏิญญา จิรัญดร รอง สว. สน.คันนายาว ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณถนนสุขาภิบาล 5 ช่วงสะพานข้ามถนนเทพรักษ์ แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสุขาภิบาล 5 บริเวณกลางสะพานข้ามถนนเทพรักษ์ พบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ น.ส.เทียนพร อายุ 28 ปี ขณะที่บริเวณด้านล่างถนนสุขาภิบาล 5 จากความสูงบนสะพานประมาณ 10 เมตร พบร่างของนายจักรภัคร อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปี 2 อาการสาหัส อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลภูมิพล
จากการตรวจสอบทราบว่า ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต เป็นพี่น้องกัน ทั้งสองซ้อนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิ๊ก สีดำ โดยมี นายจักรภัคร เป็นคนขี่ ถูกรถคู่กรณีชนเสียหายพังทั้งคัน ในที่เกิดเหตุบนสะพาน ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถตู้คู่กรณีเป็นรถตู้ฮุนได สีดำ มี นายศิริศักดิ์ นันทเสน หรือ "ติ๊ก ชิโร่" อายุ 63 ปี นักร้องชื่อดัง เจ้าของผลงานเพลง ออกมาเต้น, มาจอยกัน, และรักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เป็นผู้ขับขี่ ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ในที่เกิดเหตุ โดยรถตู้คู่กรณี มีสภาพกันชนและไฟหน้าด้านซ้ายแตก ยุบพังเสียหาย
จากการสอบสวน น.ส.จิณห์นิภา อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวคนกลางของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ให้การว่า ขณะตนเดินทางมากับพี่สาวและน้องชาย ขี่รถจักรยานยนต์ นั่งซ้อนกันมา 3 คน โดยตนนั่งกลาง ขณะรถจักรยานยนต์ขึ้นมาบนสะพาน ขวดน้ำเปล่าของตนได้หล่นตกลงไปบนถนน จึงบอกให้นายจักรภัคร ที่เป็นคนขี่หยุดรถ โดยจอดรถไว้ริมสะพาน ตนเดินลงไปเก็บขวดน้ำ ระหว่างนั้นรถตู้คู่กรณี ขับมาด้วยความเร็ว พุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่น้องชายและพี่สาว นั่งรออยู่อย่างรุนแรง จนรถกระเด็นออกไป พี่สาวเสียชีวิตบนสะพาน ขณะที่น้องชาย ร่างกระเด็นตกลงไปถนนด้านล่าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุทางบิดาและมารดาของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุ ทางด้าน ติ๊ก ได้เดินตรงเข้าไปขอโทษและยอมรับสารภาพกับบิดามารดาของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ว่าตนเป็นผู้ขับขี่รถตู้คันดังกล่าวด้วยตัวเอง พร้อมมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้ความร่วมมือทุกอย่าง โดยไม่คิดว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้น เพราะอายุ 63 ปี ไม่เคยประสบอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเช่นนี้มาก่อน โดยทางมารดาของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต อยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ เข้าไปต่อว่า ติ๊ก ว่าเหตุใดถึงขับรถเร็ว ทำให้ลูกสาวและลูกชายเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส ทางติ๊ก ได้เดินเข้าไปกราบขอขมา บริเวณจุดที่พบร่างผู้เสียชีวิต พร้อมกราบขอขมาที่ได้ทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มอบหมายให้มูลนิธิร่วมกตัญญู นำศพผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมนำตัว ติ๊ก ไปสอบสวนที่ สน.คันนายาว และตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ขณะที่อาการของนายจักรภัคร ยังอยู่ในอาการสาหัส แพทย์โรงพยาบาลภูมิพล ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
ในเวลาผู้สื่อข่าวช่อง 3 ได้รายงานคืบหน้าเพิ่มเติมว่า ทีมข่าวไปตรวจสอบที่ สน.คันนายาว โดยพบว่ามีครอบครัวผู้เสียชีวิตนำตัวผู้รอดชีวิต คือนางสาวจิณห์นิภา มาเพื่อรอให้ปากคำกับตำรวจ
นายจีรวัฒน์ ซึ่งเป็นพ่อของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เปิดเผยว่า อาการของลูกชายคนเล็กขณะนี้พบว่า กะโหลกศีรษะร้าว กระดูกต้นคอแตกหัก และยังอยู่ในอาการโคม่า แพทย์บอกว่ามีโอกาสรอด 10% ตอนนี้อยู่ระหว่างการ ประสานขอย้ายโรงพยาบาลไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ์ เนื่องจากมีเงินไม่เพียงพอ และจะประสานไปยังโรงพยาบาลที่มีหมอเฉพาะทางด้วย หลังเกิดเหตุ ติ๊ก ชีโร่ ได้เข้ามาคุยกับตนเอง และยอมรับว่าเป็นคนขับรถตู้ และบอกว่าจะรับผิดชอบทั้งหมด
พันตำรวจเอกนเรนทร์ เครื่องสนุก ผู้กำกับการ สน.คันนายาว เปิดเผยว่า ในส่วนของติ๊ก ชีโร่ ที่มีข่าวออกมาว่าหลังจากพบเจอกับพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิต และได้หายตัวไปติดต่อไม่ได้นั้น จากการตรวจสอบพบว่าหลังเกิดเหตุ ติ๊กได้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลกับญาติตั้งแต่ช่วง 6.00 น. โดยทางแพทย์ได้ประเมินให้อยู่พักรักษาตัว และแบตโทรศัพท์ของติ๊กหมด จึงทำให้ติดต่อไม่ได้
ทั้งนี้ ได้ประสานให้ทางโรงพยาบาลตรวจเลือดหาค่าปริมาณแอลกอฮอล์ของติ๊กแล้ว คาดว่าจะทราบผลภายใน 3 วัน ส่วนติ๊กหากแพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน ตำรวจก็จะเรียกมาสอบปากคำทันที
ส่วนประเด็นที่ทำไมถึงไม่ให้ติ๊ก เป่าแอลกอฮอล์ในที่เกิดเหตุนั้น เนื่องจากติ๊กมีอาการเจ็บหน้าอกไม่สามารถเป่าได้ จึงให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลและติ๊กก็ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี
ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาตอนนี้ยังไม่สามารถแจ้งได้ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจแอลกอฮอล์ในเลือด และหากผลการตรวจออกมามีแอลกอฮอล์ในเลือดก็จะแจ้งความดำเนินคดีตามขั้นตอน แต่หากผลออกมาไม่มีแอลกอฮอล์ในเลือดก็อาจจะมีความผิดเข้าข่ายฐานประมาทร่วม แต่ก็ต้องดูหลักฐานอื่น ๆ ในที่เกิดเหตุประกอบ
ทั้งนี้ทางญาติของติ๊ก ได้เตรียมเงินมา 100,000 บาท เพื่อมอบให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต เป็นค่าทำศพ และพร้อมจะดูแลค่ารักษาพยาบาลคนเจ็บ โดยส่งไปยังโรงพยาบาลเฉพาะทางเพื่อทำการรักษา
และเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2567 ได้มีการเปิดเผยผลตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ติ๊ก ชีโร่ พบมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนด เบื้องต้นได้เรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติมพร้อมแจ้งข้อหา ขับขี่รถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย รวม 5 ข้อหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา ติ๊ก ชิโร่ เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว หลังแจ้งข้อหาพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัว หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งพนักงานอัยการพิจารณา สั่งฟ้องต่อไป
ทั้งนี้ทาง ที่เมรุ 2 วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน กทม. ญาติและครอบครัว ได้จัดพิธีฌาปนกิจศพ น.ส.เทียรพร ผู้เสียชีวิตที่ถูก นายศิริศักดิ์ นันทเสน หรือ ติ๊ก ชิโร่ ขับรถตู้พุ่งชนขณะ โดย ติ๊ก ชีโร่ พร้อมด้วยนางพรรทิรา นันทเสน ภรรยาของติ๊ก ก็ได้มีการไปร่วมงานด้วย ขณะที่ นายจิรวัฒน์ ศิวพรพิทักษ์ อายุ 56 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2567 ทางตำรวจ สน.คันนายาว ติดต่อให้ตนเข้าไปพบกับพนักงานสอบสวน แต่ตนไม่สะดวกที่จะเข้าไป
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลาประมาณ 21.10 น.วันที่ 14 ต.ค.67 นางพรรทิรา นันทเสน ภรรยาติ๊ก ชีโร่ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า "พี่เขาไม่ได้หนีไปไหน…เขาแค่ขอเข้ารักษาตัว… ไม่มีใครอยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ต่อจากนี้ขอให้อุบัติเหตุในครั้งนี้ เป็น case study สำหรับทุก ๆ คนนะคะ และอย่าได้ซ้ำเติมหรือโทษฝ่ายใดฝ่ายนึงเลย…มันบันทอนจิตใจ ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขบวนการและยุติธรรมนะคะ" พร้อมภาพ ติ๊ก ชีโร่ ในสภาพนอนใส่ท่ออ็อกซิเจนอยู่บนเตียง
สำหรับความคืบหน้าทางคดี พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ขับขี่รถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย รวม 5 ข้อหา เนื่องจากผลการตรวจเลือดพบว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
หลังติ๊กมารับทราบข้อหาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2567 พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัว หลังจากนี้ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป รวมถึงจะมีการนัดให้คู่กรณีมาเจรจาตกลงเรื่องการเยียวยาเรื่องค่าเสียหายต่อ
อย่างไรก็ตาม ผ่านมาเกือบ2 เดือน ยังไม่มีการรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวของนักร้องดังแต่อย่างใดและคดีความดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปใด ๆ ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งยังคงเป็นตามกระบวนการของกฏหมายอยู่ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น โปรดแสดงความคิดเห็นอย่างระมัดระวัง ทั้งนี้เป็นเพียงแค่การนำเสนอข่าวที่ผ่านมาเท่านั้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- แอร์ ภัณฑิลา เคลียร์ดราม่าชาวเน็ตแซะ เลี้ยงลูกยังไงให้น้ำหนักเกินเกณฑ์
- เจนี่ ถามกลับ! หลังถูกตั้งฉายาปีนี้ ลืมนึกถึงใจเขา ใจเรารึเปล่า?
- ปิดม่านความรัก รวมคู่รักดาราเลิกกัน แห่งปี 2567
ติดตามเราได้ที่