โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แบงก์’ กระทบจำกัดลดดอกเบี้ย แนะ‘ KBANK-BBL’ ปันผลดุ

ทันหุ้น

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#หุ้นแบงก์ #ทันหุ้น – “แบงก์” แห่ลดดอกเบี้ยเงินกู้ หวังช่วยลูกค้าแบ่งเบาภาระหนี้ พร้อมหนุนเศรษฐกิจขับเคลื่อน ด้านนักวิเคราะห์มอง รอบนี้แบงก์ลดดอกเบี้ยน้อยมาก 0.1% เสี่ยงมีโอกาสลดดอกเบี้ยเงินฝาก มองเป็นโอกาสในการปรับพอร์ตการลงทุน แนะนำให้โยกเงินจากบัญชีเงินฝากมาลงทุนในหุ้นธนาคารที่กลายเป็น “สปอร์ตไลต์” ในการจ่ายเงินปันผลที่ดุเดือด ชู KBANK-BBL พร้อมเปิด 5 หุ้นรับอานิสงส์ “ไฟแนนซ์-หนี้สูงหรือลงทุนเยอะ-อสังหา-รีท-ส่งออก”

ธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) ทยอยประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้ของลูกค้า พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจขับเคลื่อน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ปรับลดดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ลงอีก 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปีนำโดย ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ธนาคารกสิกรไทย

@ช่วยลูกค้า

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และครัวเรือนที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุนทางการเงินและสภาพคล่อง ประกอบกับปัจจัยกดดันจากภายนอก ทั้งประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ ที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย และเพื่อช่วยบรรเทาภาระดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าของธนาคาร ธนาคารจึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR : Minimum Loan Rate) เหลือ 6.350% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR : Minimum Overdraft Rate) เหลือ 6.275% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR : Minimum Retail Rate) ปรับลดลงเหลือ 6.575% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

@ผลกระทบแบงก์น้อยมาก

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยถึงประเด็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ที่ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.1% มองว่าเป็นการปรับลดที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับการลดดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ลดลงล่าสุด 0.25% ขณะเดียวกันหากรวมการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นับเป็นการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงรวมแล้วถึง 0.5% แต่แบงก์กลับลดให้เพียง 0.1% เท่านั้น

ในส่วนของดอกเบี้ยเงินฝาก นายประกิตระบุว่า ธนาคารมักไม่ประกาศลดให้สาธารณชนทราบอย่างเป็นทางการ แต่จะปรับลดที่เรตประกาศของธนาคารโดยตรง ซึ่งเชื่อว่าจะถูกปรับลดลงอย่างแน่นอนจนทำให้ผลตอบแทนจากการฝากเงินน้อยมาก ดังนั้นจึงเป็นโอกาสในการปรับพอร์ตการลงทุน โดยแนะนำให้โยกเงินจากบัญชีเงินฝากมาลงทุนในหุ้นธนาคารที่กลายเป็น “สปอร์ตไลต์” ในการจ่ายเงินปันผลที่ดุเดือด

@ชูหุ้นแบงก์ปันผลดุ

สำหรับหุ้นกลุ่มธนาคารที่น่าสนใจ นายประกิตยกให้KBANK เป็นตัวชูโรงจากการประกาศจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าตลาดคาด โดยจ่ายถึง 12 บาทต่อหุ้น (รวมปันผลพิเศษ) และเมื่อรวมกับปันผลระหว่างกาลก่อนหน้าอีก 2 บาท รวมเป็น 14 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Yield สูงถึง 6-7%, ขณะที่ BBL แม้จะได้ชื่อว่าประหยัดแต่รอบนี้ก็ยอมควักกระเป๋าจ่ายปันผลถึง 8 บาทต่อหุ้น สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารยอมปรับมาตรฐานการจ่ายปันผล(Payout Ratio) ขึ้นมาสูงกว่า 60%,

“หุ้นไทยเหมาะกับการถือเพื่อรับปันผลมาก เพราะบริษัทจดทะเบียนไทยเปรียบเหมือนเครื่องจักรผลิตเงินสด ในภาวะที่ประเทศไม่เติบโตเขาก็เลือกที่จะจ่ายปันผลหนักๆ การสร้าง Passive Income ระดับ 6-7% จึงทำได้สบายๆ ในตลาดนี้” นายประกิตกล่าว

@เปิด 5 กลุ่มรับอานิสงส์

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า จากกนง. ปรับลดดอกเบี้ยรอบนี้เกินความคาดหมาย ฝ่ายวิจัยเราแนะนำลงทุนใน 5 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ลงทุนมากหรือมีหนี้สูง เช่น PTT, CPF, TRUE, SCC, GULF, ADVANC, CPAXT, BEM 2. กลุ่มไฟแนนซ์ SAWAD, MTC, KTC, AEONTS, 3.กลุ่มอสังหา SPALI,SIRI, AP 4. กลุ่ม REIT & IFF เช่น 3BBIF, LHHOTEL, CPNREIT นอกจากนี้ ยังรวมถึง 5. กลุ่มส่งออก จากคาดการณ์ทิศทางเงินบาทที่จะไม่แข็งค่ามากนัก เช่น STA, ITC, TU, OSP, CBG, HANA เป็นต้น ส่วนกลุ่มธนาคาร พาณิชย์คาดกระทบจำกัดเพราะจะถูกชดเชยจากการเติบโตของสินเชื่อ และการตั้งสำรองที่ลดลง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...