โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตาแรงกระแทก! ราคาน้ำมันโลกจ่อพุ่ง หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ

SpringNews

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดน้ำมันโลกเตรียมรับแรงกระแทกหลังปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลถล่มอิหร่านบีบให้ “เตหะราน” สั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญ ด้านนักวิเคราะห์คาดราคาน้ำมันดิบจ่อพุ่งรวดเดียว 10 – 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันทีที่เปิดตลาด ขณะที่ยักษ์ใหญ่พลังงาน สั่งระงับการเดินเรือทั่วภูมิภาค หวั่นสงครามลุกลามทำอุปทานน้ำมันขาดแคลนครั้งใหญ

สหรัฐฯ - อิสราเอลโจมตีอิหร่านจะกระทบราคาน้ำมันอย่างไร?

สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการร่วมโจมตีอิหร่าน เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา นำมาซึ่งการตอบโต้ของเตหะรานตามที่เคยข่มขู่ไว้ โดยมีรายงานเหตุระเบิดในหลายประเทศ รวมถึง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กาตาร์ บาห์เรนและคูเวต เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ความขัดแย้งลุกลามขยายวงกว้างไปทั่วภูมิภาค

ตลาดน้ำมันทั่วโลกกำลังเตรียมรับแรงกระแทกครั้งใหญ่ เนื่องจากการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลถล่มอิหร่าน อาจขัดขวางอุปทานน้ำมันดิบของโลก และจุดชนวนให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกเหนือจากการเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่แล้ว ทางการเตหะรานยังข่มขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการส่งออกน้ำมันของโลก

ในปี 1974 อิหร่านเคยเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย แต่สูงกว่ารัสเซีย อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตน้ำมันของอิหร่านได้รับผลกระทบหลังจากสหรัฐฯ กำหนดมาตรการคว่ำบาตรในปี 1979

ตามข้อมูลขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือโอเปก (OPEC) ซึ่งอิหร่านเป็นสมาชิก ระบุว่า อิหร่านเคยผลิตน้ำมันได้ประมาณ 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ปัจจุบัน ลดลงเหลือประมาณ 3.1 ล้านบาร์เรลต่อวันเท่านั้น

ถึงกระนั้น อิหร่านยังคงติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก น้ำมันดิบของอิหร่านสามารถขุดเจาะขึ้นมาได้ค่อนข้างง่ายและมีราคาถูก โดยมีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ประมาณ 10 ดอลลาร์ (ราว 312 บาท) ต่อบาร์เรล จึงทำให้มีกำไรสูงเป็นพิเศษ

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว แคนาดาและสหรัฐฯ มักจะมีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ระหว่าง 40 – 60 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,247 – 1,870 บาท) ต่อบาร์เรล มีเพียงซาอุดีอาระเบีย อิรัก คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เท่านั้นที่มีต้นทุนการผลิตต่ำในระดับใกล้เคียงกัน

จีนยังคงเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายหลักของอิหร่าน โดยมากกว่า 80% ของการส่งออกน้ำมันของอิหร่านมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่โรงกลั่นในจีน

ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าต่อราคาน้ำมัน: การปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าต่อตลาดน้ำมันคือคำเตือนที่ไม่ลดละของอิหร่านเกี่ยวกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อประเทศผู้ผลิตน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลางกับส่วนที่เหลือของโลก

รายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (U.S. Energy Information Administration : EIA) ระบุว่า ในปี 2024 มีน้ำมันดิบประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวันถูกลำเลียงผ่านช่องแคบแห่งนี้ คิดเป็นเกือบ 20% ของการบริโภคน้ำมันเหลวทั่วโลก

รายงานระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซแห่งนี้มีความลึกและกว้างพอที่จะรองรับเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และถือเป็นจุดคอขวดน้ำมัน (Oil Chokepoints) ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีน้ำมันปริมาณมหาศาลไหลผ่าน และมีทางเลือกสำรองน้อยมากในการเคลื่อนย้ายน้ำมันออกจากพื้นที่ หากช่องแคบถูกปิด

ความตึงเครียดในภูมิภาคพุ่งสูงขึ้นในขณะที่รัฐบาลวอชิงตันและเตหะรานพยายามเจรจาข้อตกลงเพื่อจำกัดกิจกรรมทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ก่อนหน้านี้อิหร่านยกระดับระดับคำเตือนต่อสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเสริมกำลังทหารในภูมิภาค และปิดช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราวเพื่อจัดการซ้อมยิงกระสุนจริง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นับเป็นครั้งที่ 2 ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่อิหร่านจัดการซ้อมยิงกระสุนจริงในน่านน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้ และเป็นครั้งแรกที่อิหร่านสั่งปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าว นับตั้งแต่สหรัฐฯ ขู่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อเตหะราน

การคาดการณ์และปฏิกิริยาของตลาด

ในตอนนี้ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางที่น้ำมัน 1 ใน 5 ของโลกไหลผ่าน ถูกปิด สร้างความเป็นกังวลว่าราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง

ตลาดน้ำมันจับตาสถานการณ์การเผชิญหน้าดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดย “ฮอร์เก เลออน” (Jorge Leon) หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ของ Rystad Energy คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้น 10 – 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อตลาดเปิดทำการในวันที่ 2 มีนาคม หากไม่มีสัญญาณการลดระดับความรุนแรงลง

อิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ในกลุ่มประเทศโอเปก ผลิตน้ำมันคิดเป็นราว 4% ของอุปทานโลก และยังมีสัดส่วนที่มากกว่านั้นถูกขนส่งผ่านชายฝั่งอิหร่านผ่านช่องแคบที่นำออกจากอ่าวเปอร์เซีย

ขณะที่เจ้าของเรือบรรทุกน้ำมัน บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ และบริษัทการค้าหลายแห่งได้ระงับการขนส่งน้ำมันดิบ เชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังการโจมตี เมื่อวันเสาร์ และการที่อิหร่านสั่งปิดการเดินเรือ

ภาพถ่ายดาวเทียมจากระบบติดตามเรือบรรทุกน้ำมันแสดงให้เห็นเรือจำนวนมากจอดออกันอยู่ใกล้ท่าเรือใหญ่ เช่น ฟูไจราห์ (Fujairah) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไม่มีการเคลื่อนที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เรือหลายลำในพื้นที่ยังได้รับสัญญาณวิทยุ VHF จากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ว่า ไม่อนุญาตให้เรือลำใดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม กองทัพเรืออังกฤษ ระบุว่า คำสั่งของอิหร่านไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และแนะนำให้เรือสัญจรด้วยความระมัดระวัง

ขณะที่บริษัท Poten & Partners บริษัทนายหน้าเดินเรือระบุในบันทึกถึงลูกค้าว่า การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่หยุดชะงักโดยสมบูรณ์ แต่สภาวะหยุดชะงักกำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

ที่มา: Euro News & Reuters

https://www.euronews.com/business/2026/02/28/what-does-the-us-israel-attack-on-iran-mean-for-oil-prices

https://www.reuters.com/business/energy/oil-gas-majors-traders-suspend-shipments-via-hormuz-us-attacks-iran-sources-say-2026-02-28/

Credit ภาพ: Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...