โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

5 ทศวรรษ แม็คกรุ๊ป พลิกเกมนำ AI ปั้นแบรนด์ยีนส์รับโลกยุคดิจิทัล

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา MC ได้พัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกเจเนอเรชัน และในยุคดิจิทัลก็ได้ใช้ AI เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางธุรกิจ เสริมความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น

นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ภายใต้แบรนด์ Mc JEANS กล่าวว่า เริ่มแรกใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าภายในร้าน (In-store Customer Analysis) ในร้านแฟล็กชิป 4 สาขา ได้แก่ แฟชั่นไอส์แลนด์ เซ็นทรัลเวสเกต เมกาบางนา และฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ซึ่งภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังเริ่มใช้งาน จำนวนลูกค้าที่เข้าร้านเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า ส่งผลให้อัตราการปิดการขายปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน

ปัจจุบันบริษัทได้ใช้งานระบบ AI แล้วใน 41 สาขาทั่วประเทศ และมีแผนขยายให้ครอบคลุม 100 สาขาภายในปี 2569 ขณะเดียวกัน การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ก็ได้นำ AI-Driven Precision CRM มาใช้ในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลสมาชิกกว่า 1.8 ล้านราย เพื่อยกระดับการสื่อสารทางการตลาดและการนำเสนอสินค้าในรูปแบบเฉพาะบุคคล (Personalization)

“ปีงบประมาณ 2569 ยอดขายที่มาจากฐานสมาชิก CRM จะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ประมาณ 40% สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การเพิ่มความถี่ในการซื้อ และการสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาวได้”

นายแมทธิว กล่าวว่า จากภาพรวม MC ถือว่าเติบโตสวนกระแสตลาด แม้สภาพเศรษฐกิจจะซบเซาและดัชนีการขายปลีก (RSI) ลดลงถึง 13% แต่บริษัทสามารถทำยอดเติบโตได้ถึง 12% ในครึ่งปีแรก (กรกฎาคม-ธันวาคม 2568) สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยวางไว้ โดยปี 2568 รายได้ 4,210 ล้านบาท และภายใน 3 ปีนับจากนี้ ได้วางเป้าหมายระยะยาว 8,500 ล้านบาท

“เราจะใช้กลยุทธ์การขับเคลื่อนด้วย AI ทั้งในระบบออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงการจัดการร้านค้าและระบบหลังบ้าน (Back Office) เพื่อสร้างประสิทธิภาพการขายจาก 40% เป็น 60% ได้ และสามารถเพิ่มความถี่ในการซื้อของสมาชิกจาก 1 ครั้งต่อปี เป็นมากกว่า 1 ครั้ง และขยายฐานสมาชิกจาก 1.4 ล้านคน เป็น 1.8 ล้านคนภายใน 6 เดือน พร้อมตั้งเป้าสมาชิก 3 ล้านคนภายใน 3 ปี”

นอกจากนี้ ยังปรับโฉมสาขาของบริษัทที่มีจุดขายทั้งหมด 550 แห่ง ปัจจุบันปรับปรุงหน้าร้านตามแนวคิดใหม่ไปแล้ว 200 สาขา และมีแผนจะทำต่อให้ครบในครึ่งหลังของปี 2569 พร้อมทั้งใช้กลยุทธ์ออนไลน์และ Live Studio ดันยอดขายออนไลน์ให้เติบโตได้มากกว่า 80% ผ่านสร้าง Live Studio (ปัจจุบันมี 4 แห่ง และจะเพิ่มเป็น 11 แห่ง) เพื่อเจาะกลุ่ม Gen Z และเพิ่มสินค้า Exclusive สำหรับออนไลน์โดยเฉพาะ

แม้สภาวะตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค จะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เงินในกระเป๋ามีจำกัด แต่ภาวะดังกล่าจะเริ่มกระทบจากกลุ่มสินค้าคงทน (Hard Goods) มาสู่กลุ่มเสื้อผ้า (Apparel) และอาหาร ดังนั้น บริษัทต้องแข่งเพื่อให้ได้ส่วนแบ่งจากเงินที่เหลืออยู่ ซึ่งปัจจุบันแมคยีนส์มี Market Share ประมาณ 20% ในกลุ่มผู้ซื้อเสื้อผ้า ซึ่งถือเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มนี้

“บริษัทเรามีเงินสด 2,100 ล้านบาท และไม่มีหนี้สิน ยังคงจุดเด่นเรื่องการปันผลเกือบ 100% ของกำไรสุทธิ และมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล (Interim Dividend) สามารถจัดการต้นทุนได้ดี ขณะเดียวกันทิศทางในอนาคตก็เตรียมเปิดเผยธุรกิจใหม่และการขยายตัว (Expand) ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งอาจรวมถึงการร่วมทุน (Joint Venture) หรือการซื้อกิจการ (M&A) โดยจะเน้นการควบคุมปัจจัยภายในและวางกลยุทธ์ "ย้อนทางตลาด" เพื่อเตรียมความพร้อมกับวิกฤตในอนาคต“

ด้าน นายปิยะ โอฬารริกสุภัค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีการเงิน บอกว่า ในงวดครึ่งแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายรวม 2,393 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 215 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว มีรายได้รวม 1,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 12%

จากผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง บริษัทได้ยกระดับประสิทธิภาพช่องทางออนไลน์และ E-commerce อย่างเป็นระบบ ด้วยการนำ AI มาใช้ในการคัดเลือกและติดตามอินฟลูเอนเซอร์ที่มีศักยภาพและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมวิเคราะห์ผลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบการตลาดและผลตอบแทนจากการลงทุน

ขณะเดียวกัน ระบบ Advanced Analytics และ AI Automation ยังช่วยให้บริษัทสามารถวัดผลด้านยอดขาย ต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้า และอัตราการแปลงเป็นยอดซื้อได้อย่างแม่นยำ รวมถึงบริหารแคมเปญและการสื่อสารทางการตลาดดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้คุณภาพทราฟฟิกดีขึ้น อัตราการแปลงยอดขายเพิ่มขึ้น และรายได้จากช่องทางออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมผลการดำเนินงานได้สะท้อนถึงการบูรณาการ AI เข้ากับการบริหารร้านค้า การวางแผนสินค้า และการขยายฐานสมาชิกอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้า Mc JEANS ได้สะดวกยิ่งขึ้น เลือกสินค้าที่เหมาะสมกับรูปร่างและไลฟ์สไตล์ พร้อมรับประสบการณ์การซื้อที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...