โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

AURA ไขปมกระแสเงินสดติดลบใน 'ธุรกิจค้าทองคำ-สินเชื่อทอง'

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 08.48 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 08.46 น.

AURA ไขข้อสงสัย กระแสเงินสดติดลบใน “ธุรกิจค้าทองคำ-สินเชื่อทอง” ชี้สะท้อนการเติบโตพอร์ตทอง-ขายฝาก มากกว่าเป็นสัญญาณลบ

รายงานจากบริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) (AURA) เปิดเผยถึงประเด็นที่นักลงทุนตั้งคำถาม สำหรับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Cash Flow from Operations: CFO) ที่ติดลบในช่วงที่ผ่านมาของบริษัทว่า หากพิจารณาตามโครงสร้างธุรกิจค้าทองคำ และสินเชื่อทอง จะพบว่า “กระแสเงินสดติดลบ” สะท้อนถึง “การขยายตัวของพอร์ตขายฝาก และการลงทุนในสินค้าคงเหลือ”

โดยกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Cash Flow from Operations: CFO) ที่ติดลบ ไม่ใช่สัญญาณลบเสมอไป เพราะในธุรกิจขายฝากทองเป็นการจ่ายเงินสดออกไปจากการรับขายฝากทอง (บริษัทได้ทองมาเป็นหลักประกัน) ทำให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบได้ ซึ่งสะท้อน “การขยายตัว” ไม่ใช่ปัญหาสภาพคล่อง และทองที่ได้มาเป็นหลักประกัน หากลูกค้าไม่มาต่อสัญญา หรือไถ่ถอน บริษัทสามารถยึดทองนั้นมาได้เลย ซึ่งต้นทุนที่รับทองจะต่ำกว่าราคาทองปกติ 10-20%

ดังนั้นตัวชี้วัดสำคัญกว่ากระแสเงินสดในธุรกิจประเภทนี้ ควรพิจารณาเรื่องอัตราหนี้เสีย (NPL) ความสามารถในการติดตามหนี้รวมถึงมูลค่าหลักประกันที่เปลี่ยนแปลงไป หากหนี้เสียต่ำและหลักประกันยังมีมูลค่าสูง ซึ่งความเสี่ยงโดยรวมถือว่ายังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

ในช่วงที่ผ่านมา AURA มีการขยายสาขาและต้องใช้เงินสดในการซื้อทองคำมาวางจำหน่ายหน้าร้าน ส่งผลให้เงินสดลดลง ขณะที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างงบการเงิน และถือเป็นลักษณะปกติของธุรกิจค้าทองคำและสินเชื่อที่มีทองเป็นหลักประกัน

ขณะที่ความเสี่ยงด้านหนี้เสียในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้น ลูกค้ามีแรงจูงใจไถ่ถอนทองคืน เนื่องจากมูลค่าทองสูงกว่าเงินกู้ที่ได้รับ ทำให้ความเสี่ยงหนี้เสียมีแนวโน้มต่ำ ในทางกลับกันหากราคาทองปรับตัวลดลงและอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน อาจเกิดกรณีลูกค้าเลือกไม่ไถ่ถอน เนื่องจากมูลค่าทองต่ำกว่าเงินกู้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักของธุรกิจประเภทนี้

สำหรับสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาทองที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอลง และส่งผลให้รอบหมุนเวียนสินค้า (Inventory Turnover Rate) ช้าลง สินค้าคงเหลือจึงอาจสูงขึ้นตามธรรมชาติของตลาด

อย่างไรก็ดี AURA มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการในธุรกิจทอง ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ทำให้เมื่อทองขึ้นหรือลง AURA สามารถบริหารพอร์ตทั้งฝั่งขาออกและรับซื้อได้ตามความเหมาะสม และตามการปรับตัวขึ้นลงของราคาทอง สนับสนุนให้ธุรกิจค้าปลีกทองคำ และธุรกิจขายฝาก “ทองมาเงินไป” มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทยังได้รับความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินหลัก ที่พร้อมสนับสนุนด้านแหล่งเงินทุน เพื่อขยายธุรกิจต่อไป

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) ระบุว่า ปัจจัยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบเป็นเรื่องธรรมชาติของธุรกิจในช่วงเติบโตที่จะต้องเพิ่มสต็อกทองคำสำหรับการขยายสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง AURA ที่มุ่งเน้นการเติบโตด้วยการให้สินเชื่อขายฝากทอง ซึ่งจะส่งผลให้ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น เหมือนกับธุรกิจสินเชื่อทั่วไป อาทิ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบในช่วงการขยายพอร์ตสินเชื่อ

สำหรับประเด็นเรื่องหุ้นกู้ภายใต้วงเงิน 5,000 ล้านบาท บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงอย่างแข็งแกร่ง ในกรณีทองโดนโจรกรรมไม่น่ากังวล โดยความเสียหายทั้งจำนวน 13.3 ล้านบาท ถูกครอบคลุมโดยประกัน และเป็นสัดส่วนน้อยเทียบกับสินทรัพย์รวมของบริษัทกว่า 2 หมื่นล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : AURA ไขปมกระแสเงินสดติดลบใน ‘ธุรกิจค้าทองคำ-สินเชื่อทอง’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...