โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แบรนด์ต้องปรับตัวอย่างไร เมื่อ Gen Z ไม่ซื้อเพราะความฝันอีกต่อไป

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 13.55 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 06.55 น.

เมื่อผู้บริโภค Gen Z หันมาใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและจุดยืนทางสังคมมากกว่าภาพฝันและไลฟ์สไตล์หรู แบรนด์ทั่วโลกกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ในการปรับกลยุทธ์

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 The Robin Report ระบุว่าครั้งหนึ่งGen Zถูกมองว่าเป็นเจเนอเรชันหัวก้าวหน้า กล้าแสดงออก และพร้อมท้าทายกรอบเดิมของสังคม แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 ภาพของผู้บริโภครุ่นนี้กลับเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน พวกเขาใช้จ่ายน้อยลง ระมัดระวังมากขึ้น และหันมาเลือกซื้อสินค้าที่สะท้อนคุณค่า มากกว่าสินค้าที่ขายความฝันแบบเดิม

แนวโน้มดังกล่าวกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภาคค้าปลีกและอุตสาหกรรมแฟชั่นทั่วโลก เพราะกลยุทธ์การตลาดที่เคยใช้ได้ผลกับคนรุ่นก่อน กำลังค่อย ๆ หมดพลังลง

ข้อมูลจาก PwC ระบุว่า กว่า 79% ของผู้บริโภค Gen Z รอให้สินค้าลดราคาก่อนตัดสินใจซื้อ และมีเพียง 21% เท่านั้นที่ยอมจ่ายราคาเต็มเป็นประจำ สะท้อนพฤติกรรมการบริโภคที่เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก

Gen Zมองหาสินค้าที่มีภาพลักษณ์พรีเมียม ดีไซน์ทันสมัย แต่ต้องอยู่ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ และที่สำคัญ สินค้าเหล่านั้นต้องสอดคล้องกับคุณค่าทางสังคม การเมือง และจริยธรรมที่พวกเขาเชื่อ

สาเหตุสำคัญของความระมัดระวังนี้ คือสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ตึงตัว Gen Zกำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานที่มีลักษณะไม่จ้างเพิ่ม แต่ก็ไม่เลิกจ้าง ทำให้โอกาสงานใหม่มีจำกัด ขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้นต่อเนื่อง

อัตราการว่างงานของคนอายุ 20–24 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่เยาวชนจำนวนมากยังคงอาศัยอยู่กับพ่อแม่มากกว่าที่ควรตามแนวโน้มก่อนโควิด ผู้ที่ยังอยู่บ้านมีค่าใช้จ่ายต่อปีต่ำกว่าผู้ที่ย้ายออกไปใช้ชีวิตเองราว 1,200 ดอลลาร์ ส่งผลให้กำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจลดลงเป็นวงกว้าง

แม้ Gen Zจะมีหนี้การศึกษาน้อยกว่าคนรุ่นก่อน แต่ปัญหาหนี้บัตรเครดิตที่ผิดนัดชำระกลับเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าพวกเขากำลังเผชิญแรงกดดันทางการเงิน แม้จะพยายามลดการใช้จ่ายแล้วก็ตาม

Gen Z คือรุ่นที่เติบโตมากับตัวเลข จำนวนไลก์ ผู้ติดตาม คะแนนสอบ และตัวชี้วัดความสำเร็จ ถูกปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ พวกเขากลับพบว่าตลาดงานไม่เปิดโอกาสให้ไปถึงมาตรฐานความสำเร็จแบบที่เห็นบนโซเชียลมีเดีย

ความคาดหวังสูง ผนวกกับโอกาสที่จำกัด ส่งผลให้ปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มคนรุ่นนี้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า และสมาธิสั้น

ท่ามกลางความไม่แน่นอน Gen Zจำนวนไม่น้อยหันกลับไปโหยหาอดีต ทั้งแฟชั่นยุค 2010s และสุนทรียะแบบดั้งเดิม เช่น สไตล์ “tradwife” ที่สะท้อนความเรียบง่าย ครอบครัว และบทบาทแบบดั้งเดิม

ขณะเดียวกันมาตรฐานรูปร่างผอมในอุตสาหกรรมแฟชั่นก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับกระแสแฟชั่นยุค 90s อย่าง “heroin chic” ส่งผลให้ภาพลักษณ์ body positivity ที่เคยได้รับการผลักดันอย่างกว้างขวางเริ่มถูกลดบทบาทลง

แฟชั่นในยุคนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความสวยงาม แต่กลายเป็นเครื่องมือแสดงจุดยืนทางสังคมและการเมือง

ทั้งนี้ Gen Zไม่ได้มองเห็นตัวเองในภาพอินฟลูเอนเซอร์ใส่เสื้อผ้าแบรนด์หรูเดินเล่นในยุโรปอีกแล้ว พวกเขารู้สึกใกล้ชิดกับคนทำงานค่าแรงขั้นต่ำ หรือผู้ที่กำลังดิ้นรนเอาตัวรอดในชีวิตจริงมากกว่า นั่นทำให้การตลาดแบบขายความฝันและไลฟ์สไตล์หรูหราสูญเสียพลังลงอย่างชัดเจน

ผู้บริโภค Gen Z ในปี 2569 ไม่ได้ต้องการเพียงสินค้า แต่ต้องการความเข้าใจ แบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงคนรุ่นนี้ จำเป็นต้องสื่อสารอย่างโปร่งใส ตั้งราคาที่สมเหตุสมผล และแสดงจุดยืนด้านคุณค่าอย่างจริงใจ รวมถึงไม่ทอดทิ้งความหลากหลายด้านรูปร่าง เพศ และอัตลักษณ์

อ้างอิง : therobinreport.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...