โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“ชาวชลบุรี เขต 1 ” เข้าให้ข้อมูล ต่อ กมธ.พัฒนาการเมือง ปม ถูก กกต. แจ้งความ

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 07.06 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 04.24 น.

“ชาวชลบุรี เขต 1 ” เข้าให้ข้อมูล ต่อ กมธ.พัฒนาการเมือง ปม ถูก กกต. แจ้งความ ‘นรเศรษฐ์’ มอง เป็นการฟ้องปิดปากประชาชน หลังแจ้งความบุกรุก ชี้ การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกตั้งคำถามเยอะมาก ด้าน "เบญจพร" หวัง กมธ. ช่วยทำให้โปร่งใส หลังพบ การมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เชื่อ เป็นการฟ้องปิดปาก

วันที่ 17 ก.พ. 69 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมเพื่อพิจารณากรณีที่ กกต. ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ซึ่งมีการเชิญ นายครรขิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการกกต. , ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี, น.ส.คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ หัวหน้าฝ่ายคดีศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน , นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และผู้ได้รับผลกระทบ เข้าชี้แจง ว่า เรื่องนี้ เป็นที่สนใจต่อสาธารณชนเพราะการที่ กกต. ฟ้องประชาชนมีข้อสังเกตหลายอย่างว่าเป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ เพราะเป็นการฟ้องโดยผู้มีอำนาจรัฐ ฟ้องประชาชนที่ทำการตรวจสอบการทำงานของ กกต. ซึ่งจากเหตุการณ์มีความผิดปกติเกิดขึ้นในการนับคะแนน ประชาชนก็ขอติดตามตรวจสอบในกระบวนการอาจมีพฤติการณ์บางอย่างที่เป็นการละเมิด จึงอยากให้ กกต. ได้ชี้แจง ว่าพฤติการณ์เหล่านั้นเป็นไปตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งหรือไม่ ที่ได้ตั้งข้อหากับประชาชน เป็นการตีความตามกฎหมายหรือ ตีความตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าเป็นการละเมิดจริง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญมากหลังจากที่กกตได้ออกมาตั้งข้อกล่าวหาฟ้องประชาชนทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวที่จะตรวจสอบ หลายครั้ง

ดังนั้นถ้าประชาชนกลัวที่จะตรวจสอบ จะทำให้เกิดการฟ้องปิดปาก วันนี้จึงเป็นพื้นที่ให้ทั้งสองฝั่งได้ชี้แจง ฝั่งประชาชนชี้แจงถึงเจตนารมณ์ในการกระทำ ที่ได้ทำไปวันนั้น กกต. เองก็ได้ชี้แจง ด้วยว่า สิ่งที่กกตมองว่าผิด แล้วฟ้องประชาชนด้วยสาเหตุอะไร

นายนรเศรษฐ์ ระบุว่า ไม่ได้รับทราบเหตุผลจาก กกต. ว่าเหตุใดถึงไม่ได้เดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเองแต่ผ่านการเข้าระบบซูม ส่วนหีบบัตรที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงปัญหา แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเก็บไปแล้วนั้นก็จะต้องให้ทาง กกต. ชี้แจงกระบวนการจัดเก็บหีบ ว่าแต่ละที่แต่ละหน่วยมีกระบวนการมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งกระบวนการแต่ละที่มีความแตกต่างอาจทำให้เกิดความสงสัยต่อสังคม ว่าการดำเนินการเป็นไปตามกฏหมายหรือไม่

นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า แนวทางการพิจารณาดำเนินการต่อของกรรมาธิการ อ้างอิงเรื่องการจัดทำรายงานกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม อยู่ระหว่างการนำเสนอต่อวุฒิสภา ส่วนตัวเห็นว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ยังไม่แน่ใจว่ารายงานจะมีประโยชน์หรือไม่

“เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกตั้งคำถามเยอะมาก และยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องตาม เช่น บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งการทำหนังสือไปยัง กกต.เรื่องของTOR เอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง การทำบัตรเลือกตั้งทั้งปี 69 และปี 66 เพื่อเปรียบเทียบและดูสเปคบัตรเลือกตั้งว่ามีการระบุเฉพาะเจาะจงหรือไม่ หรือระบุบาร์โค้ด สเปกบัตรเลือกตั้ง” นายนรเศรษฐ์กล่าว

นายนรเศรษฐ์ ยังกล่าวถึง กรณีที่กกต. ประชุมด่วนเกี่ยวกับการต่อต้านเฟคนิวส์ จะสร้างแรงสะท้านระหว่างประชาชนกับ กกต. หรือไม่ว่า คำถามต่าง ๆ ที่ประชาชนมีต่อ กกต. สิ่งที่จะทำได้คือการชี้แจงความจริงอย่างโปร่งใส รวมถึงแสดงขั้นตอนต่าง ๆ ให้โปร่งใสที่สุด การที่มาพูดว่าเป็นเฟคนิวส์ เชื่อว่าข้อมูลบางเรื่องไม่ถูกต้องอยู่บ้าง แต่บางครั้งเรื่องเป็นข้อสงสัยที่เกิดจากประชาชนจริง ๆ การออกมาดำเนินการเช่นนี้ทำให้ประชาชนไม่คลายข้อสงสัย แต่การคลายข้อสงสัยคือการอธิบาย ว่าขั้นตอนกระบวนการเป็นอย่างไร หรือการเก็บหีบบัตร หรือกรณีคะแนนรวมไม่ได้ ปรับขึ้นปรับลงตลอด เกิดจากสาเหตุกระบวนการอะไร และกระบวนการนับคะแนนในห้องลับของ กกต. ไม่มีใครทราบ ว่าการนับคะแนนเป็นอย่างไร

ส่วนการเข้าชื่อ ของ สว. ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ จากกรณีบาร์โค้ดจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า การยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ สว. แต่ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่อยู่ในขั้นที่ กกต. ต้องอธิบายต่อประชาชนว่าการทำงานและข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในสังคมจะอธิบายอย่างไร หากประชาชนยังไม่เชื่อมั่นในการชี้แจงและการทำงานอาจไม่ได้ส่งผลเพียงความเชื่อมั่นต่อผลเลือกตั้งครั้งนี้แต่จะส่งผลต่อระบบประชาธิปไตยในไทย

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีที่ทนายอั๋นจะมาขอรายชื่อ สว. เพื่อยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาเลือกตั้งว่ายังทราบจากนางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว. ซึ่งหากจะต้องมีกระบวนการนี้จะต้องพูดคุยกันในกลุุ่ม สว. และส่วนตัวเห็นว่ามีความผิดปกติในกระบวนการนับคะแนน การกาบัตรเลือกตั้ง ทำให้เกิดความสงสัยเพราะทุกหน่วยทำเหมือนกันหมดว่าจะมีการได้รับการอบรมมาในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ซึ่งในกฎหมายประกอบการเลือกตั้งกำหนดว่าการนับคะแนนจะต้องทำอย่างโปร่งใสเปิดเผย แต่การมุดเข้าไปกาจะตีความ แบบเดียวกันหรือไม่ และในกระบวนการมีข้อสงสัยมากมาย และก่อนการเลือกตั้งได้ นำกรรมาธิการได้พูดคุยกับ กกต.แล้ว และผลการเลือกตั้งครั้งนี้มองว่ายังมีปัญหาอะไรหลายอย่าง กกต. ต้องแก้ไขและเปิดเผยโดยเร็วที่สุด

ด้านนางสาวเบญจพร สุขสว่าง กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ชลบุรีเขต 1 คำร้องที่ยื่นไปถูกปัดตกทั้งหมด และในวันที่ตนได้ทำการเปิดหีบ แถลงการณ์ของ กกต. ไม่ตรงความเป็นจริงและพูดไม่หมด กกต. ไม่ได้พูดถึงหลักฐานที่เราพบเจอ ไม่ได้พูดถึงสาเหตุไม่ได้ที่ไม่ได้ปิดหีบ และคิดว่าร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ได้นำหลักฐานทั้งหมดไปชี้แจงกับทางเลขาธิการ กกต. เชื่อว่ารายงานหลักฐานไม่ครบและไม่เพียงพอ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนยังคาใจจึงคิดว่าต้องดำเนินเรื่องต่อ ตนไม่ได้หมดหวังแต่ก็ไม่ได้กังวลเรื่องอะไรแล้วกับการมาประชุม กมธ.ครั้งนี้น่าจะช่วยในเรื่องความโปร่งใสได้มากขึ้น

ทั้งนี้เรื่องที่ชลบุรีเขต 1 แล้วยังพบเรื่องของ การมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ได้มีการฟ้องกลับนายประยูร วัฒนศิริบรรจง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ที่ได้ฟ้องตนในข้อหาบุกรุก ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากจบ แต่แทนที่จะชี้แจงข้อมูลด้วยเหตุผลกลับใช้กฎหมายโต้ตอบประชาชน จึงจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายตอบโต้กลับไป และคิดว่าการฟ้องตนเองครั้งนี้เป็นการฟ้องปิดปาก

ไร้ข้อสรุป หลัง กมธ.พัฒนาการเมือง เชิญ "กกต.-ปชช.นับใหม่ชลบุรี" ไกลเกลี่ย พบข้อมูลสองฝ่ายยังต่างกัน หวังถอยคนละก้าว ลดภาพลักษณ์ฟ้องปิดปาก ด้าน ทนายสิทธิฯ พร้อม รวบรวมข้อเท็จจริง-พยานหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ปชช.

นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงผลหลังประชุมกรณี กกต. ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ว่า ทั้งสองฝั่งได้ให้ข้อมูลมาแต่ยังแตกต่างกัน ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต. )ยืนยันว่าหีบบัตรที่ถูกขนส่ง เป็นการยุบรวมหีบบัตรและปิดซีลมาอย่างดี ขณะที่ทางประชาชนยืนยันว่าไม่มีการซีลด้วยเคเบิ้ลไทร์เป็นเพียงเทปพัน และไม่มีการเซ็นรับรองตามข้อบังคับของ กกต. ให้ถูกต้องตามกระบวนการและข้อกำหนดของกกต.หรือไม่

สำหรับประเด็นที่คุยกันวันนี้ คือ การที่ กกต. เป็นหน่วยงานรัฐแล้วฟ้องประชาชน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เหมือนฟ้องปิดปากหรือไม่ โดยในการประชุมวันนี้มีความพยายามทำให้ทั้งสองฝั่งเข้าใจเจตนารมณ์ซึ่งกันและกัน จะดีกว่าหรือไม่ถ้าทาง กกต. เองได้ฟังเจตนารมณ์ของฝั่งประชาชนก่อน ที่ต้องการเห็นความโปร่งใสในกระบวนการนับคะแนน และคาดหวังว่าประชาชนจะมีการพูดคุยกับ กกต. จังหวัดชลบุรีที่ดำเนินคดีกับประชาชน หากมีการไกล่เกลี่ยหรือถอนฟ้องกันได้ ตนคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝั่ง

โดยเรื่องนี้จะเป็นภาระของทั้งทางฝั่งประชาชนก็เป็นภาระในการที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองขณะที่กกตก็เป็นภาระอาจจะ ถูกมองในเรื่องของภาพลักษณ์ว่าเป็นการฟ้องปิดปาก ตนหวังว่าการติดตามตรวจสอบโดยภาคประชาชนจะเดินหน้าต่อไป เพราะตรงกับเจตนารมณ์ของกกต.เอง ที่อยากให้การเลือกตั้งทุกครั้งเป็นไปอย่างถูกต้องเป็นธรรมและโปร่งใส และกรรมการเองก็ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในเส้นทางประชาธิปไตยตลอดมา รวมถึงกระบวนการการเลือกตั้ง

นายนรเศรษฐ์ กล่าวถึงกระบวนการไกล่เกลี่ยว่า นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการกกต. ให้ความเห็นว่า กกต. ไม่ได้มีความตั้งใจจะฟ้องร้องประชาชน แต่ถ้าหากไม่ดำเนินคดีอาจถูกฟ้องร้องตามมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้เช่นกัน ซึ่งในกรณีนี้ตนมองว่าหาก กกต. ไม่ฟ้องประชาชนความเสียหายก็ไม่ได้เกิดขึ้น นายครรชิตยังกล่าวด้วยว่าที่ผ่านมาเป็นการตอบโต้ผ่านการให้สัมภาษณ์ อาจทำให้เข้าใจเจตนารมณ์ซึ่งกันและกันผิด และจากการที่พูดคุยกันในวันนี้ อยากให้ลองติดต่อไปที่กกต. จังหวัดชลบุรี เพื่อพูดคุยกันถ้าเข้าใจกันได้ เรื่องของการถอนฟ้อง ก็ขอให้เป็นความเห็นของทาง กกต. ชลบุรี ผลจะเป็นอย่างไรก็ให้ทางกกต. ชลบุรีรายงานผลมาที่ กกต. ใหญ่

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี กกต. น่าจะเปิดทางให้มีการพูดคุยกัน แต่กระบวนการในการตรวจสอบการเลือกตั้ง
กกต. ก็ตรวจสอบต่อและอธิบายให้ประชาชนที่ยังสงสัย ว่ากระบวนการแต่ละอย่างเป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่

" ซึ่งเรื่องการฟ้องร้องภาคประชาชนผมก็เชื่อว่าทางที่ดีที่สุดคือน่าจะถอยกันคนละก้าว เพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของกกต. ดีขึ้น และทำให้ประชาชนเข้าใจว่าท่านเอง ไม่ได้มีเจตนาฟ้องร้องประชาชน และประชาชนเองก็สามารถต่อสู้คดีต่อไปได้ง่ายมากขึ้น " นายนรเศรษฐ์กล่าว

ด้านนางสาวมาริสา ปิดสายะ ทนายความศูนย์สิทธิมนุษยชน ของภาคประชาชน กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่รับฟังการชี้แจงจาก กกต. ทั้งนายครรชิต และ ผอ.กกต. จังหวัดชลบุรี เขต 1 ได้ทราบถึงเหตุผลการแจ้งความ และชี้แจงเหตุผลเจตนาเพื่อการตรวจสอบตามสิทธิและหน้าที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ซึ่งทาง กกต. ควรชี้แจงข้อเท็จจริงในข้อสงสัย

จากการชี้แจงในกรรมธิการวันนี้ทางทีมทนายความ ต้องนำข้อเท็จจริงและข้อเสนอไปพูดคุย เบื้องต้นในเรื่องคดีทาง กกต. ยังไม่ยืนยันชัดเจนว่าจะถอนแจ้งความหรือถอนการร้องทุกข์หรือไม่ ซึ่งจะมีการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของประชาชน และ กกต. เปิดให้มีการพูดคุยกัน มองว่าจะเป็นประโยชน์อันดีที่จะได้พูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันเบื้องต้นจะต้องประชุมในทีมทนายความ และลูกความก่อนว่ามีความประสงค์ที่จะดำเนินการอย่างไร

ส่วนข้อหาที่ กกต. แจ้งความเป็นอาญาแผ่นดิน และผู้ร้องทุกข์จะถอนแจ้งความ ก็ไม่ตัดสิทธิ์ที่พนักงานสอบสวนและอัยการจะดำเนินคดีต่อ ยังติดอยู่ตรงนั้นอยู่ดี แต่การถอนฟ้องประชาชน ก็เป็นความมุ่งหมายอันดีว่าหากทาง กกต. ไม่ประสงค์ดำเนินคดี ประชาชนสามารถต่อสู้คดีได้มีโอกาสมากขึ้น

ทั้งนี้นางสาวมาริสา ยังกล่าวว่า ส่วนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงยังต้องดำเนินการต่อไปเพราะข้อเท็จจริงทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่ตรงกัน เดินหน้าสอบข้อเท็จจริงต่อไปเพื่อให้สังคมสิ้นข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้

น.ส.เบญจพร หรือ ฝน และ น.ส.กนกวรรณ หรือ เฟิร์น กล่าวว่า วันนี้หลังจากพูดคุยกับคณะกรรมาธิการก็ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ก็ยังมีบางข้อที่มีข้อเท็จจริงไม่ตรงกัน ตนมองว่าประธานกมธ. มีความเมตตาและมีความเป็นกลางต่อประชาชน และเข้าใจการทำงานของกกต. ที่ให้ลองถอยคนละก้าว และสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่ผ่านสื่อ แต่ตนอยากให้กกต. กลางและกกต.จังหวัดชลบุรี ลงมาพูดคุยกันบ้าง เพราะที่คุยกันวันนี้เป็นการพูดคุยกันผ่านซูมทำให้ได้ยินบ้าง ไม่ได้ยินบ้าง ตรงประเด็นบ้าง ไม่ตรงประเด็นบ้าง และยังไม่หายคาใจ

ในวันนี้การพูดคุยทางกกต. ก็ดูเข้าใจประชาชนมากขึ้นกว่าเดิม แต่คำตอบที่ได้รับก็ยังไม่ตรง และไม่ชัดเจนอีกเหมือนเดิม ที่ผ่านมาตนไม่มีโอกาสได้เจอผู้ใหญ่ ไม่ได้มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ จนถึงในทุกวันนี้ก็ยังไม่มา แต่ก็อยากขอบคุณที่สละเวลามาคุยกับพวกเรา แต่ตนก็อยากฝากไปให้รับฟังประชาชนอย่างแท้จริง

ส่วนเรื่องของการถอนฟ้องยังไม่ได้มีการยืนยันมาว่าจะถอนฟ้องหรือไม่ ซึ่งก็ให้ตนไปพูดคุยกับกกต. ของชลบุรีเอง แต่ในมุมมองของตนมองว่า วันนี้เราได้พูดคุยกับรองเลขากกต. ซึ่งถูกมอบหมายจากเลขากกต. หรือนายแสวง บุญมี ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในกรณีนี้ แต่กลับไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้เลย การโยนให้กกต. จังหวัดชลบุรีเป็นฝ่ายตัดสิน ก็ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของท่านเหมือนกัน ในส่วนประชาชนยืนยันในความโปร่งใส สุจริตและมีเจตนาดี ที่เราต้องการตรวจสอบ ในสิ่งที่เราคาใจ ไม่มีเจตนาทำลายหลักฐานหรือเข้าไปปั่นป่วน

ส่วนกรณีที่ตนไปเปิดหีบเก็บคะแนนเลือกตั้ง ในวันนี้มีกมธ. ช่วยชี้แจงให้ด้วยว่า ตนไม่ได้ทำลายตามที่เป็นองค์ประกอบในประมวลกฎหมาย พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ส. ตามมาตรา 104 ยืนยันว่าตนไม่ได้มีการทำลายเพราะหีบมันถูกเปิดไว้อยู่แล้ว เราแค่แสดงให้ดู โดยกมธ.ได้เสนอกกต.ว่า ให้พิจารณาเรื่องของการฟ้องร้องอีกครั้งนึง เพื่อภาพลักษณ์ขององค์กรณ์

เมื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากไปถึง 7 เสือ กกต. หรือไม่ น.ส.ฝน เผยว่า “เวรกรรมมีจริง” ด้านน.ส.เฟิร์น ระบุว่า ถ้ามาชี้แจงกับประชาชนตั้งแต่วันแรกคงไม่มีเหตุการณ์บานปลายและเลยเถิด หากมีการมาชี้แจงรายละเอียดกับประชาชนโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง เพราะในวันนี้มีหลายอย่างที่พูดข้อเท็จจริงไม่หมดและบางเรื่องที่ภาคประชาชนเคยเสนอไปก็ไม่มีการนำมาพูดถึง เหมือนกับว่าเอกสารไม่เคยส่งถึงเลย แต่วันนี้ก็ถือว่ามีทิศทางที่ดีขึ้นที่มีผู้ใหญ่มาคุยกับเรา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...