10 หุ้นเล็กปันผลสูง? ท้าชน 10หุ้นลากการ์ด
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 16.47 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 00.13 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น- หลังผลการเลือกตั้งชัดเจนขึ้น พรรคภูมิใจไทยได้จำนวนสส. มากกว่าตลาดคาด และมีแนวโน้มจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก ที่มีเสถียรภาพ เพิ่มโอกาสผลักดันนโยบายที่ราบรื่นขึ้น จะเป็น sentiment เชิงบวกต่อหุ้นบลูชิพ (ที่มา- บล.บัวหลวง)
นอกจากนี้ โมเมนตัมนักท่องเที่ยวจีนเร่งตัวขึ้น หนุนกลุ่มท่องเที่ยว +15% WoW ในช่วง 26 ม.ค. - 1 ก.พ. และเร่งตัว +31% WoW แตะระดับ 1.5 แสนคนในช่วง 2-8 ก.พ. พร้อมจำนวนที่นั่งโดยสารสายการบิน (seat capacity) จากจีนที่เข้ามาในไทยเร่งตัวขึ้นจากระดับ 62% ของระดับก่อนโควิดปี 2019 ในช่วงต้นม.ค. ก่อนขึ้นแตะระดับ 75% ในต้นเดือน ก.พ 2026 และคาดเร่งตัวต่อเนื่องในช่วงตรุษจีนกลางก.พ. หนุนกลุ่มโรงแรม ด้านการบริโภคฟื้นบางกลุ่ม ของกิน - ของใช้จำเป็น-สินค้า IT ยังโต แม้โดยรวมยังอ่อนแอ
แรงหนุนดังกล่าวดันตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง และกระจายตัวมากขึ้น (broad-based) ด้วยโครงสร้างตลาด (market breadth) แข็งแกร่งขึ้น สัดส่วนจำนวนหุ้นที่ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน
แต่ระยะสั้น ตลาดเริ่มเข้าสู่สภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) ทำให้มีโอกาสเริ่มชะลอความร้อนแรงลง อาจเห็นเม็ดเงินเริ่มหมุนมาหุ้น laggard มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นกลางที่ราคายังต่ำมูลค่า-กำไรยังโต หลัง market breadth ของกลุ่มหุ้นขนาดกลาง-เล็ก (SSET) เริ่มปรับตัวดี
ขณะที่ Valuation gap ของ SET50 เทียบ SSET ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี โดย SET50 ซื้อขาย PER สูงกว่า SSET ถึงราว 50% เทียบค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ราว 9%
อย่างไรก็ดี ทิศทางประมาณการกำไร SET (earning revision) ยังถูกหั่นลงต่อ จากกลุ่มธนาคาร ค้าปลีก อสังหาฯ ปิโตรฯ และแพ็คเกจจิ้ง อาจจำกัด upside ระยะสั้นบริเวณ 1440-1450
ในขณะที่ ระยะกลาง-ยาว จากเสถียรภาพรัฐบาลที่ดีกว่าคาด ทำให้การผลักดันนโยบายมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงสุญญากาศทางการเมือง และจำกัดความเสี่ยงงบประมาณปี 2027 ล่าช้า ทำให้ประเมิน SET index target ปลายปี 2026 มีโอกาสขึ้นไปที่ 1500 อิง PER ที่ค่าเฉลี่ย 10 ปี
เน้นหุ้น Laggard 10บริษัท ที่ 1) ราคาต่ำกว่ามูลค่าในทุกมิติ (PER, PBV, EV/EBITDA), 2) มีปันผลลดเสี่ยงราว >2.5%, 3) ความเสี่ยงกำไรต่ำ ไม่ถูกปรับลดประมาณการอย่างมีนัยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทั้งในแง่รายได้ และกำไร
ดังนั้น 10หุ้นลากการ์ด! มีดังนี้ PR9-PLANB-BBIK-SYNEX-HMPRO-BDMS-CPALL-CRC-BGRIM- GPSC
ขณะที่ บล.เอเชียพลัส มองว่า น่าสลับมาเก็งกำไร “หุ้นเล็ก” แนะนำกลยุทธ์ “Horizon Market View” ชี้ว่าแม้ตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว (DM) จะเริ่มมีความน่าสนใจน้อยลงจากความผันผวน แต่ตลาดหุ้นไทยกลับมีสัญญาณเม็ดเงินหมุนเวียนมาสู่ “หุ้นขนาดเล็ก” (Small Cap) มากขึ้น หลังจากมูลค่าตลาด (Market Cap) ของหุ้นใหญ่ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเลือกตั้ง, โดยมีเหตุผลสนับสนุน 3 ประการ:
- สภาพคล่องสูง:มูลค่าการซื้อขาย (Turnover) ของดัชนี sSET เฉลี่ยสูงถึง +80% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย YTD
- ราคาLaggard: ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ดัชนี sSET ปรับฐานลงลึกถึง -46% ในขณะที่ SET50 ปรับลงเพียง -3%
- Valuationจูงใจ: ปัจจุบัน sSET มีค่า P/BV เพียง 0.8 เท่า (เทียบกับ SET50 ที่ 1.55 เท่า) และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 5%
ได้คัดกรองหุ้นในกลุ่ม sSET ที่น่าสนใจ โดยแบ่งเป็น 2 ธีมหลัก ดังนี้:
กลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว (Sentiment/Story):ได้แก่ THCOM, SKY, COCOCO, SAPPE, NER, MEDEZE และ SHR
กลุ่มที่มูลค่าถูก (PBV < 1)และปันผลสูง (> 5%): ได้แก่10 หุ้นนี้ PSL-ROJNA-SCGD-TTA-PSH-SC-SAT-AH-III และ MASTER