โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.พาณิชย์ ขึ้นทะเบียน 'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' เป็นสินค้า GIลำดับ6 จ.ยะลา

JS100

อัพเดต 10 ก.พ. เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. เวลา 06.56 น. • JS100:จส.100
ก.พาณิชย์ ขึ้นทะเบียน 'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' เป็นสินค้า GIลำดับ6 จ.ยะลา

กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศขึ้นทะเบียน ‘ปลานิลสายน้ำไหลเบตง’ เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดยะลา ตอกย้ำคุณภาพโดดเด่น เนื้อแน่น รสชาติหวาน ปราศจากกลิ่นโคลน ซึ่งเป็นผลมาจากการเลี้ยงด้วยระบบน้ำธรรมชาติบริสุทธิ์จากเทือกเขาสันกาลาคีรีที่น้ำไหลเวียนตลอด 24 ชั่วโมง

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียน "ปลานิลสายน้ำไหลเบตง" เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดยะลา รายการล่าสุดของจังหวัดยะลา โดย ‘ปลานิลสายน้ำไหลเบตง’ มีคุณภาพโดดเด่นแตกต่างจากปลานิลทั่วไปอย่างชัดเจน จากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวยต่อการทำเกษตรกรรม

แหล่งผลิต ‘ปลานิลสายน้ำไหลเบตง’ อยู่ในบริเวณเทือกเขาสันกาลาคีรี มีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ ได้รับอิทธิพลทั้งจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีอากาศเย็น อุณหภูมิเฉลี่ย 27.5 – 28.5 องศาเซลเซียส มีหมอกและฝนตกชุกตลอดปี และน้ำในลำธารมีปริมาณออกซิเจนสูงเนื่องจากสายน้ำไหลเวียนตลอดเวลา

โดยเกษตรกรในพื้นที่ได้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผันน้ำจากลำธารเข้าสู่บ่อเลี้ยง ส่งผลให้ปลามีเนื้อแน่นเด้ง มีไขมันแทรกเล็กน้อย และรสชาติหวานเป็นธรรมชาติ ทั้งยังโดดเด่นเรื่องความสะอาด ปราศจากกลิ่นโคลน และมีกลิ่นคาวน้อยกว่าปลานิลทั่วไป สามารถนำมาทำเป็นเมนูซาชิมิได้

ทั้งนี้ เกษตรกรได้ใช้วิธีการคัดสรร ปรับปรุงพันธุ์ และแปลงเพศปลาให้เป็นเพศผู้ล้วน เพื่อไม่ให้เกิดการขยายพันธุ์จนแน่นบ่อเลี้ยง ปลานิลสายน้ำไหลเบตงจึงเจริญเติบโตได้ดี โตไว และมีคุณภาพสม่ำเสมอ โดยลักษณะภายนอกตรงส่วนหัวจะมีขนาดเล็ก

ตัวปลามีขนาดใหญ่ ลำตัวแบนข้าง และเนื้อส่วนหลังเป็นสันหนา มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 1 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งปลาที่เพาะเลี้ยงสำหรับส่งประกวดจะมีขนาดใหญ่ อาจมีน้ำหนักได้มากกว่า 9 กิโลกรัม

ด้วยเอกลักษณ์และคุณภาพของปลานิลสายน้ำไหลเบตงซึ่งเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนาน ร้านอาหารและภัตตาคารต่างๆ จึงนิยมนำมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารหลากหลาย สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยง โดยมีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 163,000 กิโลกรัมต่อปี ราคาขายเฉลี่ย 120 บาทต่อกิโลกรัม สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดได้กว่า 19 ล้านบาทต่อปี

การขึ้นทะเบียน GI ปลานิลสายน้ำไหลเบตงในครั้งนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค โดยเป็นการการันตีคุณภาพสินค้าว่าเป็นของดีที่มาจากแหล่งผลิตที่แท้จริง ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยง และเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ของจังหวัดยะลา

'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' เป็นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดต่อจากกล้วยหินบันนังสตา ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา ส้มโชกุนเบตง มังคุดในสายหมอกเบตง และไก่เบตงยะลาที่ขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้า GI ในหมวดอาหาร

กรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งมั่นผลักดันการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า GI ทั้ง 6 รายการ ผ่านเส้นทาง “การท่องเที่ยวเชิงอาหาร” (Gastronomy Tourism) ของจังหวัดยะลา โดยชูจุดเด่นให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสคุณภาพและรสชาติสินค้า GI อันโดดเด่นพร้อมเที่ยวชมภูมิปัญญาการผลิตของเกษตรกรจากแหล่งผลิตสินค้าโดยตรง รวมทั้งส่งเสริมสินค้า GI จังหวัดยะลาให้เป็นวัตถุดิบของร้านอาหารระดับ Fine Dining เพื่อรังสรรค์เมนูสุดพิเศษที่ชูอัตลักษณ์และถ่ายทอดเรื่องราวสินค้า GI ไทยสู่สายตานักชิมทั่วโลก ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรไทยให้พรีเมียมยิ่งขึ้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดยะลาอย่างยั่งยืนอีกด้วย

#ปลานิลสายน้ำไหลเบตง

#สินค้าGIลำดับ6ยะลา

Cr:กรมทรัพย์สินทางปัญญา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...