ซี.ซี.เอฟ.ฯ จับมือ มูลนิธิวิมุต เปิดโมเดลดูแลเด็ก LD-ออทิสติก
ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านคุณภาพการศึกษาและสุขภาพเด็ก กลุ่มเด็กที่มีความต้องการพิเศษ โดยเฉพาะเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disabilities : LD) และเด็กออทิสติก ยังคงเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องการการดูแลอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
โรงพยาบาลวิมุต และมูลนิธิวิมุต ได้ผนึกกำลังกับมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชนฯ ร่วมเปิดตัวโครงการ “เติมรู้ เสริมรัก ฟูมฟักเด็กพิเศษ” มุ่งสร้างโมเดลต้นแบบการดูแลเด็กพิเศษแบบองค์รวม ภายใต้แนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยเริ่มนำร่องที่โรงเรียนวัดไตรสามัคคี จังหวัดสมุทรปราการ
ดร.บรรจงเศก ทรัพย์โสภา ผู้อำนวยการมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ.ฯ กล่าวว่า มูลนิธิทำงานมากว่า 60 ปี ในระยะเวลาที่ผ่านมามุ่งมั่นในการพัฒนาและดูแลเด็กด้อยโอกาสมากกว่า 1.3 ล้านคน เด็กในอุปการะกว่า 30,000 คน พบว่ามีความพิเศษ เรามองว่าเด็กเหล่านี้เหมือนเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง ความต้องการทรัพยากรพิเศษในการเติบโต
ปัจจุบันมูลนิธิทำงานใน 36 จังหวัดทั่วประเทศ นอกเหนือพื้นที่เขตเมือง-โรงเรียนขนาดเล็ก พบว่ากว่า 2,000 คน ที่ระบุได้ว่ามีความต้องการเป็นพิเศษ ในฐานะมูลนิธิต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่งกับกลุ่มเด็กด้อยโอกาสนี้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ทำดนตรี-ศิลปะบำบัด
ในโอกาสนี้ ดร.บรรจงเศก ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง โดยอ้างอิงจากข้อมูล สพฐ. ปี 2567 พบว่าไทยมีนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในระบบเรียนรวมกว่า 230,150 คน โดยเป็นผู้บกพร่องทางการเรียนรู้ (LD) สูงถึง 166,211 คน และเด็กออทิสติกอีก 12,722 คน ซึ่งหากเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม จะเสียโอกาสในการเติบโตอย่างมีคุณภาพ
ท้ายสุด ทุกโครงการตั้งใจจะทำให้ ทำอย่างไรให้เด็กสามารถเติบโตเป็นตัวเองแบบที่ดีที่สุดของตนเอง อยู่ในสังคมได้อย่างเต็มภาคภูมิและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
CSR สร้างผลกระทบเชิงระบบ
ด้านโรงพยาบาลวิมุต ในฐานะภาคีด้านสาธารณสุข เล็งเห็นว่าปัญหาเด็กพิเศษไม่ใช่เพียงประเด็นด้านการศึกษา แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพกาย สุขภาพจิต และพัฒนาการในระยะยาว จึงนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก สุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น รวมถึงนักกิจกรรมบำบัด เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบแนวทางดูแลเด็กพิเศษอย่างเป็นระบบ
นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานมูลนิธิวิมุต และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า น้อง ๆ พิเศษต้องการการดูแลพิเศษ ตรงนี้โรงพยาบาลมีทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพในการดูแล เราต้องการเห็นน้อง ๆ เติบโตในสังคม เท่าเทียมและมีศักดิ์ศรี ซึ่งต้องใช้ความเข้าใจในหลากหลายองคาพยพ
ซึ่งโรงพยาบาลวิมุตเชื่อว่า “สุขภาพ” ไม่ได้หมายถึงเพียงการไม่มีโรค แต่คือคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และการอยู่ร่วมกับสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี เด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกคนมีศักยภาพในตัวเอง หากได้รับโอกาส ความเข้าใจ และระบบสนับสนุนที่เหมาะสม
โครงการ “เติมรู้ เสริมรัก ฟูมฟักเด็กพิเศษ” จึงสะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม ผ่านความร่วมมือของภาคการแพทย์ การศึกษา และภาคสังคม เพื่อช่วยให้เด็กพิเศษเติบโตและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ
โรงพยาบาลวิมุตมองว่าการดูแลเด็กพิเศษไม่ใช่เพียงการรักษาเฉพาะราย แต่คือการวางรากฐานด้านสุขภาพและพัฒนาการของประเทศในระยะยาว โดยการประเมินและดูแลเด็กอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้เด็กจำนวนมากสามารถพัฒนาได้ใกล้เคียงเด็กทั่วไป ซึ่งจะลดความเหลื่อมล้ำและภาระด้านสาธารณสุขในอนาคต
“โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้าน CSR ของโรงพยาบาลวิมุต ที่มุ่งต่อยอดความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงระบบ เชื่อมโยงโรงพยาบาล โรงเรียน ครอบครัว และชุมชน เพื่อสร้างโมเดลการดูแลเด็กพิเศษที่ขยายผลได้อย่างยั่งยืน”
เติมรู้ เสริมรัก ฟูมฟักเด็กพิเศษ
โครงการ “เติมรู้ เสริมรัก ฟูมฟักเด็กพิเศษ” ได้รับการออกแบบโดยมีเป้าหมายให้การดูแลเด็กพิเศษไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงในโรงพยาบาล แต่ขยายไปสู่โรงเรียนและครอบครัว ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมสำคัญของเด็ก โดยเน้นการทำงานร่วมกันของแพทย์ ครู และผู้ปกครอง เพื่อสร้างความเข้าใจในธรรมชาติของเด็กแต่ละคน และส่งเสริมพัฒนาการตามศักยภาพอย่างเหมาะสม
สำหรับพื้นที่นำร่อง โรงเรียนวัดไตรสามัคคี ซึ่งมีเด็กพิเศษเรียนรวมอยู่ถึง 183 คน หรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 23 ของนักเรียนทั้งหมด โครงการได้จัดตั้ง “ห้องเรียนพิเศษ” ที่บูรณาการกิจกรรมสร้างสรรค์ 4 ด้าน ได้แก่ ศิลปะ ดนตรี กีฬา และสิ่งประดิษฐ์ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และการสื่อสาร ควบคู่กับการดูแลด้านพฤติกรรมและอารมณ์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ โครงการยังจัดกิจกรรม “รักอย่างเข้าใจ” เพื่อเสริมพลังให้ครูและครอบครัว สร้างความเข้าใจ ลดอคติ และปลูกฝังทัศนคติเชิงบวกในการอยู่ร่วมกันในสังคม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลเด็กกลุ่มนี้อย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม การขยายผลโครงการไปยังโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ยังต้องอาศัยงบประมาณและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ภาคีเครือข่ายจึงมีแผนระดมทุนและเชิญชวนภาคสังคมเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้เด็กพิเศษทั่วประเทศได้รับโอกาสในการเข้าถึงการดูแลด้านสุขภาพและพัฒนาการอย่างเท่าเทียม
โครงการนี้จึงเป็นทั้งความร่วมมือด้านการศึกษา และตัวอย่างของบทบาทภาคสาธารณสุขอย่างโรงพยาบาลวิมุต ในการร่วมแก้ไขปัญหาสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กไทย และสร้างสังคมที่เข้าใจความแตกต่าง เพื่อให้เด็กทุกคนเติบโตอย่างมีศักดิ์ศรี มีสุขภาพกายใจที่ดี และใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ
ดร.บรรจงเศกกล่าวสรุปว่า การสนับสนุนงบประมาณในระยะเริ่มต้นสำหรับพื้นที่นำร่องอาจยังไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับจำนวนเด็กที่มีความบกพร่องด้านพัฒนาการ ซึ่งยังขาดโอกาสและการเข้าถึงการดูแลอย่างเหมาะสม มูลนิธิจึงมีความจำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มเติม
โดยจะมุ่งขยายผลโมเดลต้นแบบนี้ไปยังโรงเรียนในเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสเรียนรู้ เติบโต และใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ซี.ซี.เอฟ.ฯ จับมือ มูลนิธิวิมุต เปิดโมเดลดูแลเด็ก LD-ออทิสติก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net