โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

IMF ชี้ผลกระทบเศรษฐกิจโลกจากสงครามตะวันออกกลาง ขึ้นกับระยะเวลา ความเสียหาย ราคาพลังงาน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 03.22 น.

IMF ระบุผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจโลกยังประเมินได้ยาก โดยจะขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสงคราม ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และทิศทางราคาพลังงาน

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 01.57 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจโลกจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาของความขัดแย้ง รวมถึงความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งว่าการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานจะเป็นเพียงระยะสั้นหรือยืดเยื้อในระยะยาว

แดน แคตซ์ รองกรรมการผู้จัดการ IMF กล่าวในงาน Milken Institute Future of Finance Conference ที่กรุงวอชิงตันว่า หากความขัดแย้งนำไปสู่ความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อและทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้นต่อเนื่อง ธนาคารกลางทั่วโลกอาจต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง และปรับท่าทีตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

แคตซ์ กล่าวว่าความขัดแย้งครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในหลายมิติ ทั้งด้าน เงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเสถียรภาพทางการเงิน แต่ในขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบอย่างชัดเจน

ก่อนเกิดการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน รวมถึงการตอบโต้ในภูมิภาค IMF เคยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะยังเติบโตแข็งแกร่งที่ประมาณ 3.3% แม้ต้องเผชิญผลกระทบจากมาตรการภาษีการค้า โดยแรงสนับสนุนสำคัญมาจากการลงทุนในเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความคาดหวังต่อการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพในหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม IMF ระบุว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์ และพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะต่อไป

ก่อนหน้านี้ IMF ยังเปิดเผยว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อ การค้าโลก กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และความผันผวนในตลาดการเงิน

IMF ระบุในแถลงการณ์จากกรุงวอชิงตันว่า “สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจโลกที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว”

แคตซ์กล่าวว่า IMF จะติดตามผลกระทบโดยตรงต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และการหยุดชะงักของภาคเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะ ภาคการท่องเที่ยว การเดินทางทางอากาศ รวมถึงอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งถือเป็นภาคเศรษฐกิจหลักที่ทั่วโลกกำลังจับตา

ในด้านตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังอิหร่านประกาศว่าจะโจมตีเรือที่แล่นผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงของตลาดโลก พุ่งขึ้นแตะระดับ 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นประมาณ 15% จากระดับเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

แคตซ์ กล่าวว่า ธนาคารกลางทั่วโลกอาจมองว่าการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานในระยะสั้นเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว เนื่องจากนโยบายการเงินมักให้ความสำคัญกับ เงินเฟ้อพื้นฐานมากกว่าราคาพลังงานที่ผันผวน

อย่างไรก็ตามหากราคาพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้ความคาดหวังเงินเฟ้อของประชาชนและตลาดการเงินเริ่มสั่นคลอน ธนาคารกลางอาจจำเป็นต้องตอบสนองด้วยมาตรการทางนโยบาย

แคตซ์ ย้ำว่าประสบการณ์จากการระบาดของโควิด-19 ในปี 2565 ซึ่งทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูง ส่วนหนึ่งเกิดจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากสงคราม รัสเซีย–ยูเครน และทำให้แรงกดดันด้านราคาถูกส่งผ่านจากเงินเฟ้อทั่วไปไปสู่เงินเฟ้อพื้นฐาน

เขากล่าวว่า ธนาคารกลางทั่วโลกน่าจะนำบทเรียนจากช่วงวิกฤตดังกล่าวมาประเมินสถานการณ์ในปัจจุบัน เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนในตลาดพลังงาน

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...