โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดเบื้องหลัง “Nvidia” สู่บริษัทแรกของโลกที่มูลค่าแตะ 5 ล้านล้านดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 04.30 น.

จากผู้ผลิตชิปเกม สู่หัวใจของอุตสาหกรรม AI โลก Nvidia ใช้จังหวะการมาถึงของ ChatGPT และความต้องการชิปพุ่งแรง ดันมูลค่าตลาดแตะ 5 ล้านล้านดอลลาร์

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าว CNN รายงานว่า Nvidia กลายเป็นบริษัทแรกในประวัติศาสตร์ที่มูลค่าตลาดแตะระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์ชั่วคราวในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จากบทบาทสำคัญในกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก

ความต้องการชิป AI จากบริษัททั่วโลกที่พุ่งไม่หยุด ทำให้ Nvidiaครองส่วนแบ่งตลาดชิปดาต้าเซ็นเตอร์ตามรายได้สูงถึง 81% ตามข้อมูลของ International Data Corporation (IDC) และเป็นแรงหนุนให้ราคาหุ้น Nvidia พุ่งขึ้นกว่า 12 เท่านับตั้งแต่การเปิดตัวแชตบอต OpenAI ChatGPT ในเดือนพฤศจิกายน 2565

ผลประกอบการของNvidia ในไตรมาสเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งรายได้และกำไรเติบโตมากกว่า 60% เมื่อเทียบรายปี และสูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ โดยล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ Vera Rubin ซึ่งถูกมองว่าเป็นเครื่องยนต์การเติบโตระลอกถัดไป และคาดว่ายอดขายรวมของบริษัทอาจพุ่งแตะราว 500,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2569

อย่างไรก็ดี Nvidia กำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI และแรงกดดันในการรักษาอัตราการเติบโตระดับสูงต่อเนื่อง

จากชิปเกม สู่หัวใจของยุค AI

Nvidia ก่อตั้งในปี 1993 โดย Jensen Huang ด้วยจุดเริ่มต้นคือการพัฒนาชิปกราฟิก (GPU) สำหรับวิดีโอเกม ก่อนจะพบในเวลาต่อมาว่า GPU เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการฝึกโมเดล AI

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดหลังการเปิดตัว ChatGPT ปลายปี 2565 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุค AI บูม ราคาหุ้น Nvidiaพุ่งแรงจนทำให้บริษัทก้าวเข้าสู่กลุ่มบริษัทมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2566 และปัจจุบันยังคงเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดของโลก

นอกจาก GPU แล้ว Nvidia ยังจำหน่ายเซิร์ฟเวอร์แบบครบชุด ซอฟต์แวร์สำหรับนักพัฒนา และกำลังวางรากฐานดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ที่เรียกว่า โรงงาน AI (AI factories) รวมถึงขยายบทบาทสู่เทคโนโลยีใหม่ เช่น หุ่นยนต์ ควอนตัมคอมพิวติ้ง และรถยนต์ไร้คนขับ

บริษัทมีความร่วมมือกับ Uber ในการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ และกับ United States Department of Energy เพื่อพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ควอนตัม

เดิมพันครั้งใหญ่กับโครงสร้างพื้นฐาน AI

ปี 2568 Nvidiaเดินหน้าลงทุนเชิงรุก โดยประกาศแผนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ในสหรัฐมูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์ ร่วมกับพันธมิตร และลงทุน 5,000 ล้านดอลลาร์ใน Intel เพื่อพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์เฉพาะทาง

นอกจากนี้ Nvidiaยังจับมือเชิงกลยุทธ์กับ OpenAI โดยมีแผนลงทุนสูงสุดถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายขีดความสามารถดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ชิปของNvidia เป็นหลัก

ขยายอิทธิพลทั่วโลก แต่เจอแรงต้าน

Nvidiaกำลังร่วมมือกับรัฐบาลและบริษัทโทรคมนาคมในยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสหราชอาณาจักร เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ของแต่ละประเทศ และในเกาหลีใต้ มีแผนนำชิปกว่า 26,000 ตัวไปใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI ยังคงมีอยู่ ขณะที่คู่แข่งอย่าง Advanced Micro Devices (AMD) และลูกค้ารายใหญ่บางรายเริ่มพัฒนาชิปของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาNvidia

ในจีน ซึ่งเคยเป็นตลาดสำคัญ มาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีของสหรัฐทำให้ Nvidia ขายชิประดับสูงได้จำกัด แม้ว่า Donald Trump จะผ่อนคลายข้อจำกัดบางส่วนแล้ว แต่จีนยังไม่ยืนยันอนุญาตให้บริษัทในประเทศซื้อชิปรุ่นรองของNvidia

อนาคตที่มุ่งไกลกว่าเดิม

ชิปรุ่น Rubin มีกำหนดเริ่มใช้งานในครึ่งหลังของปี 2569 โดยผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ เช่น Microsoft, Amazon Web Services, Google Cloud และ CoreWeave จะเป็นกลุ่มแรกที่นำไปใช้

หวงย้ำว่า Nvidiaต้องการเป็นแกนกลางของโลกเทคโนโลยีในยุคใหม่ ตั้งแต่ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึงรถยนต์ไร้คนขับและหุ่นยนต์ “วิสัยทัศน์ของเราคือ วันหนึ่งรถทุกคันและรถบรรทุกทุกคันจะเป็นรถไร้คนขับ”

โดยสรุป Nvidiaยังคงเป็นผู้ชนะรายใหญ่ของยุค AI แต่เส้นทางข้างหน้าจะต้องเผชิญทั้งการแข่งขัน ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง และแรงกดดันในการพิสูจน์ว่า การเติบโตระดับมหาศาลนี้สามารถยั่งยืนได้จริงในระยะยาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...