กสพท. ทำ MOA พลังกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์ฯ ปั้นคนเจนฯ ใหม่ใหม่ปลอดบุหรี่
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ห้องประชุม 910ABC ชั้น 9 อาคารเรียนและปฏิบัติการรวมด้านการแพทย์และโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะเจ้าภาพการจัดงาน ประชุมกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2569 ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการพลังกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ขับเคลื่อนเจเนอเรชันใหม่ปลอดบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ”(Consortium of Thai Medical Schools Driving Towards a Smoke-Free Generation) ขึ้น เพื่อเป็นการแสดงเจนารมณ์ แสดงพลังเพื่อเป็นต้นแบบแก่สังคมในการต่อต้านการใช้บุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ และสร้างเจเนอเรชันใหม่ ให้นักศึกษาแพทย์และเยาวชนมีค่านิยมที่ไม่พึ่งพายาสูบ โดยมี รศ.นพ.รัฐพล ตวงทอง ประธานคณะทำงานโครงการฯ รศ.พญ.นันทนา ศิริทรัพย์ เลขาธิการกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เป็นผู้ลงนามร่วมกับผู้บริหารทุกสถาบันในกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย และเชิญที่ปรึกษาคณะทำงานโครงการ ฯ และผู้แทนนักศึกษาแพทย์ มาร่วมเป็นสักขีพยาน ได้แก่ ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ศ.เกียรติคุณ พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รองผอ.ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ น.ส.ชลพินทุ์ วิไลรัตนาภรณ์ ผู้แทนสักขีพยาน นักศึกษาแพทย์รามาธิบดี และนาย พิวัฒน์ ศุภวิทยา ผู้แทนสักขีพยาน นักศึกษาแพทย์รามาธิบดี
ในปัจจุบัน การสูบบุหรี่ไฟฟ้าในสังคมไทยเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ข้อมูลจาก รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พบว่าเยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ถึงระดับมัธยมศึกษา หรืออายุ 10-19 ปี เข้าถึงและสูบบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 400,000 คน โดยร้อยละ 51 เพิ่งเริ่มสูบในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา บุหรี่ไฟฟ้าทำให้จำนวนนักสูบหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ในอดีตจะมีนักสูบหน้าใหม่เฉลี่ยปีละ 200,000-300,000 คน แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีนักสูบหน้าใหม่เพิ่มสูงถึงกว่า 700,000 คน โดยเป็นผู้ที่เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงกว่า 500,000 คน ในจำนวนนี้ มากกว่าครึ่งเป็นผู้หญิง ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 70) เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าตามเพื่อน ส่วนปัจจัยเสี่ยงอื่นที่สัมพันธ์กับการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและวัยรุ่น ได้แก่
การดื่มสุรา การเสพกัญชา ภาวะซึมเศร้า การถูกกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ การมีพ่อแม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ความเชื่อและทัศนคติที่ว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่ รูปลักษณ์ที่ดึงดูดใจ สีสันสวยงาม มีกลิ่นหอม สามารถเข้าถึงได้ง่าย และการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย แต่การสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลต่อสุขภาพด้านต่าง ๆ ของผู้สูบ และผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง อย่างร้ายแรง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ก่อนหน้านี้ นิสิตนักศึกษาแพทย์ทั่วประเทศ ในพระอุปถัมภ์ฯ และสโมสรนิสิตนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ทั่วประเทศ แสดงจุดยืนต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าในสังคมไทย เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 เรียกร้องให้รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับการแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กเยาวชน ต้องปราบปรามเชิงรุก กวาดล้างขบวนการลักลอบขายอย่างจริงจัง ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันผลิตแพทย์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะของสังคม และภัยคุกคามจาก ผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเยาวชนอย่างรุนแรง กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศ (กสพท.) จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลง ระหว่างคณะ วิทยาลัย และสำนักวิชาแพทยศาสตร์ทุกแห่งภายใต้กลุ่มสถาบัน แพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการขับเคลื่อนโครงการ “พลังกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ขับเคลื่อนเจเนอเรชันใหม่ปลอดบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ” โดยมุ่งเน้นการสร้างค่านิยมใหม่ การเป็นต้นแบบที่ดี และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปกป้องนิสิตและนักศึกษาแพทย์ รวมถึงเยาวชนไทยให้ เติบโตเป็นเจเนอเรชันที่ปลอดจากบุหรี่และยาสูบทุกรูปแบบ
เจนารมณ์และวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการนักศึกษาแพทย์ปลอดบุหรี่ ทุกสถาบันตกลงร่วมกันที่จะแสดงพลังเพื่อ 1. เป็นต้นแบบ ผู้บริหารทุกสถาบันร่วมเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนและสร้างความร่วมมือ อย่างเป็นเอกภาพ เพื่อเป็นแบบอย่างแก่สังคมในการต่อต้านการใช้บุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ 2.ขยายผลการดำเนินโครงการนักศึกษาแพทย์ปลอดบุหรี่ให้ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบ รูปแบบใหม่ โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า 3. สร้างเจเนอเรชันใหม่ โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาแพทย์และเยาวชนมีค่านิยมที่ไม่พึ่งพายาสูบ เพื่อก้าวไปสู่การ เป็น 'เจเนอเรชันใหม่ปลอดบุหรี่'
และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่คณะทำงานกำหนด แต่ละสถาบันตกลงจะดำเนินการดังนี้ 1. ด้านนโยบาย กำหนดแนวทางปฏิบัติภายในสถาบันให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ กสพท. กำหนด เพื่อการเป็นสถาบันปลอดบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบอย่างเป็นรูปธรรม 2.ด้านการประชาสัมพันธ์: สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและรณรงค์โครงการฯ เชิงรุก ให้ทั่วถึง ทั้งภายในสถาบันและต่อสังคมวงกว้าง เพื่อตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำด้านสุขภาวะ 3.ด้านการดำเนินงาน ประสานงานและสนับสนุนการจัดกิจกรรมของคณะทำงานโครงการฯ พร้อมทั้ง ให้ความร่วมมือในการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม กสพท. เป็นระยะ