ดร.ณัฏฐ์ ชี้ ‘รัชต์พงศ์’ ลาออกพรรคปชน. ขาดคุณสมบัติผู้สมัคร สส.ทันที
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ ปมอดีต สส.“รัชต์พงศ์” พรรคปชน. ถูกจับคดีเว็บพนัน-ฟอกเงิน ลาออกจากสมาชิกพรรค ทำให้ขาดคุณสมบัติ เป็นผู้สมัคร สส.
16 มกราคม 2569 - กรณี นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จังหวัดตาก เขต 2 ถูกจับกุมคดีเว็บพนันออนไลน์ สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน โดยศาลอาญาไม่ให้ประกันตัว ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันว่า หากศาลไม่ให้ประกันตัว ขาดคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร สส.หรือไม่ นั้น
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า คุณสมบัติผู้สมัคร สส.กำหนดไว้เฉพาะในรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 โดยกำหนดข้อห้ามคุณลักษณะต้องห้ามไว้หลายข้อ โดยนำไปเขียนล้อในกฎหมายลูก คือ พรป.สส.มาตรา 42
โดยรัฐธรรมนูญ 2560 มีความแตกต่างจากในอดีต โดยผู้สมัครจะต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามในวันสมัครรับเลือกตั้ง เช่น มาตรา 98(3) ต้องไม่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ
เมื่อเข้ามาเป็นผู้สมัคร สส.ไม่ว่าจะสังกัดพรรคการเมืองใด จะขาดคุณสมบัติหรือไม่ องค์กรหลัก ที่มีอำนาจชี้ขาด คือ กกต.
ในกฎหมายเลือกตั้ง เมื่อ กกต.รับสมัครเป็นผู้สมัครแล้ว ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองจะถอนการสมัครหรือเปลี่ยนแปลงผู้สมัครได้เฉพาะกรณีผู้สมัครตายหรือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามและ “ต้องกระทำก่อนปิดการับสมัครเลือกตั้ง” ตาม พรป.สส.มาตรา 50
กรณีนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีต ผู้สมัคร สส.กทม เขต 33 ถูกจับคดีฟอกเงิน และอยู่ในระหว่างรับสมัคร โดยพรรคประชาชนใช้เทคนิค ให้นายบุญฤทธิ์ฯ ลาออกจากสมาชิกพรรค ทำให้เข้าองค์ประกอบ “ขาดคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร สส.” โดยปริยายเพราะไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งในขณะเป็นผู้สมัคร แต่กรณีอดีต สส.รัชต์พงค์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส. ถูกจับหลังปิดรับสมัครไปแล้ว ทำให้ใช้เทคนิคเดิมเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ไม่ได้ เพราะกฎหมายเลือกตั้งให้กระทำได้ก่อนปิดวันรับสมัครเท่านั้น
แต่การลาออกจากสมาชิกพรรคประชาชนของนายรัชต์พงศ์ฯ ภายหลังวันปิดรับสมัคร ผลทางกฎหมายทำให้ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้สมัคร สส.ทันที
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดเงื่อนไข ผู้เข้าสู่อำนาจในการดำรงตำแหน่ง สส.ในชั้นสมัครตามรัฐธรรมนูญมาตรา 97(3) ภายหลังเป็น สส. จะต้องสังกัดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หากลาอกกจากสมาชิกพรรค ทำให้สิ้นสมาชิกภาพความเป็น สส.ทันที ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(8)
ดร.ณัฏฐ์ อธิบายเหตุผลทางกฎหมายว่า เมื่อ กกต.รับสมัคร เป็นผู้สมัคร สส.แล้ว หมายความว่า ขณะสมัครมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย ต่อมาในระหว่างรณรงค์หาเสียงถูกจับกุมโดยหมายจับของศาล ย่อมไม่ขาดคุณสมบัติสถานะ เป็นผู้สมัคร สส.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 ประกอบ พรป.สส.มาตรา 42
แต่เมื่อลาออกจากสมาชิกพรรค ในระหว่างมีสถานะเป็นผู้สมัคร แม้ถูกจับกุมและคุมขังโดยหมายศาลอาญาไม่ขาดคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร แต่เมื่อผู้สมัครรายนั้น ใช้เทคนิคลาออกจากสมาชิก ย่อมทำให้ขาดคุณสมบัติทันที
พูดภาษาชาวบ้าน คือ ชิงลาออก ทำให้ขาดคุณสมบัติสมาชิกพรรค ในแง่การเมือง ตัดตอนเรื่องเว็บพนัย สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน มิให้โยงเกี่ยวพันถึงพรรคที่ตนสังกัด ทำให้กระแสต่อต้านรณรงค์หาเสียงสะดุดเอาได้
แม้ลาออกจากสมาชิกพรรค ทำให้หลุดสถานะเป็นผู้สมัคร สส. ช่องทางกฎหมาย แม้ศาลอาญาไม่ปล่อยตัวชั่วคราว นายรัชต์พงศ์ฯ ย่อมมีสิทธิ์อุทธรณ์คำสั่งขอปล่อยตัวชั่วคราวได้ ตาม ป.วิอาญา แต่ศาลอุทธรณ์ จะปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ อยู่ที่ดุลพินิจของศาล
ในทางปฏิบัติ ศาลจะปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่พิจารณาจากความหนักเบาของข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรงหรือไม่ ประกอบพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันหรือไม่
หากดูเหตุผลที่ศาลอาญาวินิจฉัยคำร้องระบุชัด ผู้ต้องหามีพฤติการณ์เป็นกลุ่มสั่งการหรือจัดการเว็บพนันออนไลน์โดยมีเงินเวียนในระบบจำนวนมาก มอมเมาประชาชนส่งผลต่อระบเศรษฐกิจสังคมโดยรวม ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบพนักงานสอบสวนคัดค้านปล่อยตัวชั่วคราว แม้จะอุทธรณ์คำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว ศาลอุทธรณ์ย่อมใช้ดุลพินิจไม่ปล่อยตัว แนวโน้ม “โอกาสสูง”
หากในวันเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หากศาลยังไม่ปล่อยตัวนายรัชต์พงศ์ฯ ผู้ต้องหาชั่วคราว ย่อมเป็นบุคคล “ต้องห้ามใช้สิทธิเลือกตั้ง” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 96(3) โดยสิทธิในการเลือกตั้ง สส.หรือลงประชามติ เป็นหน้าที่ของพลเมือง ได้บัญญัติให้เป็นหน้าที่ไว้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 50 (7) เมื่อไม่ได้ไปใช้สิทธิ ย่อมถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง 2 ปี ตาม พรป.สส.อีกด้วย.