‘ธนาธร’บุกโคราชช่วย ‘อธิรัฐ’ หาเสียง ชี้ทนการเมืองเก่าไม่ไหวเลยย้ายขั้วมาลำบากกับ ‘พรรคส้ม’
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ อ.โนนแดง และ อ.ประทาย จ.นครราชสีมา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ร่วมกิจกรรมหาเสียงกับ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 7 พรรคประชาชน หมายเลข 6 โดยมีการเปิดเวทีปราศรัยที่โรงเรียนภู่วิทยา อ.โนนแดง และ หอประชุมเทศบาลประทาย อ.ประทาย โดยเวทีทั้งสองจุดได้รับความสนใจจากประชาชน เข้าร่วมรับฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก
โดยช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายธนาธรได้ถามขึ้นมาว่าทุกคนพอใจกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของประเทศไทยในปัจจุบันหรือไม่ วันนี้ประเทศไทยช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างกันขึ้นทุกวัน ความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยสูงเป็นอันดับ 1 ใน 5 ของโลก การศึกษาที่ควรเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้ลูกหลานลืมตาอ้าปากได้ในอนาคต วันนี้ล้มเหลวเข้าขั้นวิกฤติ ทุกตัวชี้วัดทางด้านการศึกษาบ่งบอกเหมือนกันหมดว่าประเทศไทยไม่ทันเพื่อนบ้านในอาเซียน ลูกหลานจบออกมาหางานทำดีๆ ก็ยาก ด้านสาธารณสุขของประเทศไทยคนรวยไปหาหมอด้วยเงิน คนชั้นกลางหาหมอด้วยเส้นสาย คนจนหาหมอด้วยเวลา บุคลากรทางการแพทย์ปัจจุบันงานล้นมือ ระบบสาธารณสุขของไทยวันนี้ตึงเครียดใกล้จะพัง ทั้งยังมีปัญหากระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ รวมถึงองค์กรอิสระต่างๆ ต่างล้มเหลวหมด
นายธนาธร กล่าวว่า ในด้านการเมือง ถ้าไม่รวม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ 8 ปี มีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง 9 คนในรอบ 12 ปี อยู่ในตำแหน่งเฉลี่ยคนละปีกว่า 20 ปีที่ผ่านมามีรัฐธรรมนูญไปแล้ว 4 ฉบับ โมฆะการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ชุมนุมใหญ่ 4 ระลอก ประเทศติดหล่มอยู่อย่างนี้ 20 ปีที่ผ่านมาเป็นการเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เปลี่ยนรอบนี้ไม่รู้จะเปลี่ยนรอบไหนแล้ว
นายธนาธร กล่าวต่อไปว่าตัวอย่างที่ดีที่สุดคือนายอธิรัฐ หลายคนรู้ว่าเคยดำรงตำแหน่งเป็น รมช. มาก่อน แต่ย้ายมาอยู่กับพรรคประชาชน ทั้งที่อยู่พรรคอื่นสะดวกสบายกว่าเยอะ มีคนคอยอำนวยความสะดวกดูแล มาอยู่พรรคนี้ต้องเริ่มต้นกระบวนการสอบสัมภาษณ์ ผ่านกระบวนการเยอะแยะกว่าจะได้เป็นผู้สมัคร นายอธิรัฐทิ้งความสะดวกสบายแล้วมายากลำบากกับพรรคประชาชนเพราะเหตุผลง่าย ๆ คืออยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ไม่เชื่อว่าการเมืองแบบเดิมจะพาประเทศไทยไปข้างหน้าได้
นายธนาธร กล่าวว่า ในการเมืองแบบเดิม ผู้สมัคร สส. รวบรวมเครือข่ายอิทธิพลในพื้นที่ จ่ายเงินเลี้ยงดู เมื่อจะลงสมัคร สส. ก็ใช้เงินซื้อเสียงเข้าไป เอาเครือข่าย สส. ตัวเองไปสร้างมุ้งสร้างบ้าน ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี เมื่อได้รัฐมนตรีแล้วก็ทุจริต ที่ผ่านมารัฐมนตรีของประเทศไทยจึงไม่ได้มีคนที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถและตำแหน่ง ประเทศก็ไม่เจริญก้าวหน้ามีแต่การทุจริตเต็มบ้านเต็มเมือง นายอธิรัฐเบื่อทนไม่ไหวก็เลยออกมาร่วมสร้างการเมืองใหม่กับพรรคประชาชนด้วยกัน
นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า นี่คือเหตุผลว่าทำไมพรรคประชาชนจึงเปิดตัวทีมบริหารประเทศให้ประชาชนได้เห็น เป็นบุคลากรที่คัดสรรมาแล้วว่าตรงกับงาน มีความรู้ความสามารถตรงกับสายงานนั้นๆ และที่สำคัญมีความกล้าหาญที่จะปฏิรูปเรื่องยากๆ แต่จำเป็นในประเทศไทย ถ้าทุกคนพอใจกับคุณภาพชีวิตแบบปัจจุบัน กับน้ำประปาที่ขุ่น น้ำไหลไม่ตลอด หนี้ ธ.ก.ส. ที่ทำนาทั้งชีวิตก็ใช้ไม่หมดส่งต่อถึงรุ่นลูกหลาน เจ้าหน้าที่รัฐก็คอยเอาเปรียบ รัฐก็ไม่มาดูแล ถ้าทุกคนเชื่อเหมือนกับพรรคประชาชนว่าประเทศไทยดีกว่านี้ได้ และเป็นหน้าที่ของคนรุ่นเราที่จะต้องส่งต่อสังคมที่ดีกว่านี้ให้กับคนรุ่นต่อไป ถ้าไม่พอใจกับคุณภาพชีวิตแบบนี้ ตนขอเชิญชวนให้ทุกคนกลับมามีความหวังกับการเมืองอีกครั้ง
“หลายคนหมดหวังไปแล้ว ไม่เชื่อว่าบัตรเลือกตั้งจะทำให้มีคุณภาพที่ดีได้ ก็เลยเลือกพรรคเดิมๆ คิดว่าในเมื่อเลือกไปแล้วชีวิตก็ไม่ดีขึ้น รับเงินวันนี้ดีกว่า แต่ผมขอว่าอย่าเพิ่งหมดหวังและหมดกำลังใจ เลือกตั้งปี 2566 มี สว. ขัดขวาง แต่เลือกตั้งรอบนี้ไม่มี สว. ร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว ขอทั้งสองใบเลือกพรรคประชาชนให้ขาด ส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล ส่งหัวหน้าพรรค ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีใครมาขัดขวางแล้วรอบนี้ 8 ก.พ.เชิญชวนทุกคนไปเลือกตั้งอย่างมีความหวัง พรรคประชาชนจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดให้สมกับที่ทุกคนไว้วางใจมา ร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ดีกว่านี้ส่งต่อให้กับลูกหลานของเราด้วยกัน” นายธนาธร กล่าว.