โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

HBA เปิดยุทธศาสตร์ปี 69 ตั้งรับ “บิ๊กแบรนด์” รุก ตลาดรับสร้างบ้าน ชงรัฐงัดยาแรงลดหย่อนภาษี 5 แสนบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 ม.ค. เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. เวลา 02.53 น.

ตลาดรับสร้างบ้าน เข้าสมรภูมิใหม่ เมื่อ Developer รายใหญ่รุกคืบ HBA แนะทางรอดของธุรกิจรับสร้างบ้านเดิม รับมือ Developer รายใหญ่ชูจุดแข็งงาน Customization ปะทะบ้านกึ่งสำเร็จรูป ท่ามกลางวิกฤตกำลังซื้อชะลอตัว ฉุดตลาดรับสร้างบ้านหดตัว11% ดีมานด์ กทม.-ปริมณฑล แผ่วสวนต่างจังหวัดรถกคืบครองส่วนแบ่งแชมป์ 77% เตรียมส่งโมเดล “คนละครึ่งอสังหาฯ” เข้าครม.ใหม่ ปลุกดีมานด์บ้านหลังสุดท้าย

31 มกราคม 2569 - นอกเหนือจากผู้เล่นในตลาดรับสร้างบ้านต้องเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจหดตัวส่งผลต่อดีมานดฺ์สร้างบ้านที่หดตัวอย่างต่อเนื่อง การที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ระดับมหาชน ไม่ว่าจะเป็นแสนสิริหรือพฤกษา ตัดสินใจปรับพอร์ตโฟลิโอลงมาเล่นในตลาดรับสร้างบ้าน ส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อวงการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซึ่ง นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เปิดเผยกับ การเงินธนาคาร ว่าในแง่หนึ่งถือเป็นข้อดีของผู้บริโภคที่จะมีทางเลือกที่หลากหลายและมาตรฐานระดับสูงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในมุมของผู้ประกอบการรับสร้างบ้านรายเดิมจำเป็นต้องเร่งปรับตัวอย่างหนักเพื่อหาจุดขายที่แตกต่างให้ผู้บริโภคเห็นเด่นชัด

ในขณะที่ฝั่ง Developer เองก็ต้องเผชิญกับโจทย์ใหม่ในการเปลี่ยนวิธีบริหารจัดการ เนื่องจากโมเดลธุรกิจมีความแตกต่างจากอสังหาริมทรัพย์แบบสร้างเสร็จแล้วขายอย่างสิ้นเชิง ธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นธุรกิจบริการที่ต้องอาศัยความเข้าใจผู้บริโภคในทุกขั้นตอน (Customer Journey) ตั้งแต่การออกแบบจนถึงการส่งมอบ ไม่ใช่เพียงการสร้างเสร็จแล้วจบไป ดังนั้นในทุกกระบวนการของการรับสร้างบ้านจะมีความซับซ้อนที่แตกต่างกัน ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญที่กลุ่มอสังหาฯ รายใหญ่ต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน

ในส่วนของกลไกการตลาด เชื่อว่าจะไม่เกิดสงครามราคา (Price War) เนื่องจาก Developer รายใหญ่จะเข้ามาในระดับราคาที่สะท้อนต้นทุนจริงและศักยภาพที่พวกเขาแบกรับไหว ซึ่งไม่แตกต่างจากบริษัทรับสร้างบ้านมาตรฐานเท่าใดนัก โดยจะเป็นราคากลางๆ ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป การแข่งขันจึงจะไปตกอยู่ที่การตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคมากกว่า กลุ่มที่ต้องการความเร็ว เห็นบ้านตัวอย่างของจริง และไม่ยึดติดกับฟังก์ชันที่ต้องปรับแก้ (Customization) มากนัก จะกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของดีเวลลอปเปอร์ ซึ่งถือเป็นการแยกเซกเมนต์ที่ชัดเจน

โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่คาดว่าจะเป็นสมรภูมิหลักในการแย่งชิง Demand เนื่องจากมีข้อได้เปรียบด้านการบริหารจัดการต้นทุนขนส่งที่ต่ำกว่าต่างจังหวัด ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดนั้นจะยังคงเป็นพื้นที่ของผู้ประกอบการรายเดิมที่เชี่ยวชาญในเซกเมนต์มูลค่าสูงที่คุ้มค่าต่อการดำเนินงาน

นอกจากนี้ สถานการณ์ปัจจัยพื้นฐานยังมีความน่ากังวลในเรื่องต้นทุน แม้ปีนี้ราคาวัสดุก่อสร้างจะยังไม่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง แต่การพุ่งสูงขึ้นของราคาทองคำอย่างต่อเนื่องเริ่มส่งสัญญาณกระทบต่อราคาวัตถุดิบกลุ่มเหล็ก ประกอบกับกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเด่นชัด ทำให้ผู้บริโภคหันมาสร้างบ้านขนาดเล็กลง โดยเซกเมนต์ราคา 5-10 ล้านบาทที่มีความต้องการสูงในอดีตเริ่มลดน้อยลง

ในขณะที่กลุ่มบ้านหรูระดับ 20 ล้านบาทขึ้นไปเริ่มมีการชะลอตัวเพื่อดูทิศทางเศรษฐกิจ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีเงินสดพร้อมและมีความพร้อมทางด้านการเงินสูง แต่ต้องการความมั่นใจก่อนตัดสินใจสร้าง "บ้านหลังสุดท้าย" ของชีวิต เมื่อใดที่บรรยากาศเศรษฐกิจเอื้ออำนวย กลุ่มกลุ่มนี้พร้อมที่จะตัดสินใจจ่ายทันที

"กลุ่ม Wealth "ไม่ใช่ไม่มีกำลังเงิน" แต่รอความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เนื่องจากส่วนใหญ่ใช้เงินสด (ไม่ใช้เงินกู้) และมักเป็นการสร้าง 'บ้านหลังสุดท้าย' ของชีวิต เมื่อใดที่เกิดความมั่นใจในสถานการณ์เศรษฐกิจ พวกเขาก็พร้อมที่จะตัดสินใจปลูกสร้างทันที"

สถิติเศรษฐกิจปี 68: สัญญาณเตือนภัยมูลค่าตลาดหดตัว 1.9 แสนล้าน

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) สรุปตัวเลขภาพรวมตลาดบ้านสร้างเองปี 2568 พบมูลค่ารวมปิดที่ 190,134 ล้านบาท ปรับตัวลดลงถึง 11% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่เคยมีมูลค่ารวมสูงถึง 213,360 ล้านบาท โดยปัจจัยลบหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง และความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เข้มงวดเป็นประวัติการณ์

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเชิงลึกเผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตลาด (Market Structure Change) ที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • ตลาดต่างจังหวัดเติบโตแกร่ง : ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 77% หรือคิดเป็นมูลค่า 146,403 ล้านบาท แม้จะลดลง 9% จากปีก่อน แต่ถือว่าหดตัวน้อยกว่าภาพรวม
  • กรุงเทพฯ และปริมณฑลวิกฤต : ส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือเพียง 23% มูลค่าอยู่ที่ 43,731 ล้านบาท ปรับตัวลดลงแรงถึง -16%
  • ภูมิภาคดาวรุ่ง : ภาคใต้ครองสัดส่วน 18% (มูลค่า 34,224 ล้านบาท) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือครองส่วนแบ่ง 17% (มูลค่า 32,323 ล้านบาท) ขึ้นแท่นหัวหอกหลักของอุตสาหกรรมในปีที่ผ่านมา โดยมีจังหวัดยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ชลบุรี, โคราช และสมุทรปราการ

ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล: ยาแรง 3 มาตรการ ปลุกกำลังซื้อ Wealth

ภายหลังการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ สมาคมฯ เตรียมนำเสนอ "แผนกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคธุรกิจรับสร้างบ้าน" โดยเน้นมาตรการที่ทำได้จริงและเห็นผลทันที 3 ประการ:

1. เจาะลึกโมเดล "คนละครึ่งภาคอสังหาริมทรัพย์" (Property Co-payment)

มาตรการนี้ถือเป็น "หัวหอก" สำคัญที่สมาคมฯ ต้องการผลักดัน โดยเสนอให้รัฐบาลพิจารณารูปแบบการ "ช่วยจ่าย" เพื่อลดกำแพงการตัดสินใจของผู้บริโภคใน 2 มิติหลัก:

  • สนับสนุนค่าวัสดุก่อสร้าง: รัฐช่วยอุดหนุนส่วนต่างหรือภาษีมูลค่าเพิ่มของวัสดุโครงสร้างหลัก เพื่อควบคุมไม่ให้งบประมาณบานปลายจากภาวะเงินเฟ้อ
  • อุดหนุนดอกเบี้ยจ่าย: รัฐช่วยจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้สร้างบ้านในอัตราคงที่ (Fixed Rate) ในช่วง 2-3 ปีแรกของการก่อสร้าง เพื่อลดภาระรายเดือนให้กับผู้บริโภคในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานในภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว

2. ต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษี "2 ปีซ้อน"

สมาคมฯ ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลังเพื่อขอให้ต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษีจากเดิมที่สิ้นสุดสิ้นปี 2568 ให้ข้ามไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการตัดสินใจของผู้บริโภคและสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดในระยะยาว

3. ยกระดับเพดานลดหย่อนภาษีปลูกสร้างบ้านเป็น 500,000 บาท จากเดิมที่ผู้บริโภคนำค่าจ้างก่อสร้างมาลดหย่อนได้เพียง 1 แสนบาท (ล้านละหมื่น)

สมาคมฯ เตรียมชงให้ขยายเพดานขึ้นเป็น 5 แสนบาท เพื่อให้สอดคล้องกับ "ต้นทุนจริง" ของราคาบ้านและค่าแรงในปัจจุบัน ถือเป็นแรงจูงใจสำคัญสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีฐานภาษีสูงซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเงินออมและต้องการความคุ้มค่าเชิงนโยบายก่อนตัดสินใจลงทุนสร้างบ้านหลังใหญ่

ยุทธศาสตร์ปี 66-69: รุกทั่วไทยด้วยแนวคิด B-Q-O

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เน้นย้ำว่าในปี 2569 จะดำเนินแผนเชิงรุกภายใต้กลยุทธ์ Conservative ที่ยืดหยุ่น โดยใช้หัวใจหลัก คือ ยุทธศาสตร์ B-Q-O :

  • B - Brand Awareness : การรุกสื่อดิจิทัลเพื่อสื่อสารความต่างระหว่าง "บริษัทรับสร้างบ้านมาตรฐาน" กับ "ผู้รับเหมาทั่วไป" โดยเน้น Video Content เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ (New Gen)
  • Q - Quality : ยกระดับมาตรฐานงานวิศวกรรมและการบริการผ่านโมเดล "ทีมฟุตบอล" พัฒนาตั้งแต่ผู้บริหารจนถึงทีม Back Office เพื่อคุมต้นทุน (Cost Control) และทำ BOQ ให้แม่นยำ ป้องกันปัญหาขาดทุนและการทิ้งงาน
  • O - Organization : การยกระดับสู่ Data Center รวบรวมข้อมูลตลาดบ้านสร้างเองที่แม่นยำที่สุด แยกรายภูมิภาค เพื่อให้สมาชิกใช้เป็นเข็มทิศในการดำเนินธุรกิจและเป็นแหล่งอ้างอิงของประเทศ

นอกจากนี้ การจัดตั้ง"บอร์ดภูมิภาค" (Regional Committee) นำร่องในภาคอีสานและภาคใต้ จะเป็นกลไกสำคัญในการขยายพื้นที่งานแฟร์สัญจร เพื่อดึงดีมานด์ในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงและสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคทั่วประเทศว่า "สร้างบ้านตอนนี้…คุ้มที่สุด" ก่อนที่ราคาวัสดุและค่าแรงจะปรับตัวขึ้นตามวัฏจักรการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

สมาคมฯ ตั้งเป้ามูลค่าตลาดรวมในปี 2569 ไว้ที่ระดับ 1.9 แสนล้านบาท โดยคาดหวังว่าการผสานมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐและการปรับตัวของผู้ประกอบการภายใต้มาตรฐานสมาคมฯ จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกกำลังซื้อที่อั้นอยู่ให้กลับมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...