“ธุรกิจเล็กสหรัฐ” ยื่นศาลชั้นต้น ขอคืนภาษีทรัมป์ คดีเรียกร้องทะลุ 1,500 คดี
“ธุรกิจเล็กสหรัฐ” ยื่นศาลชั้นต้น เริ่มกระบวนการขอคืนเงินภาษีที่ผู้นำเข้าสหรัฐจ่ายไปแล้วราว 1.7 แสนล้านดอลลาร์ ท่ามกลางคดีเรียกร้องเงินคืนมากกว่า 1,500 คดี
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 05.13 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่เคยยื่นฟ้องและประสบความสำเร็จในการท้าทายมาตรการภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อศาลฎีกาสหรัฐ กำลังเดินหน้าขอให้ศาลชั้นต้นรื้อฟื้นกระบวนการพิจารณาคดีอีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นขั้นตอนการขอคืนเงินภาษีจากรัฐบาล
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทนายความของกลุ่มผู้ฟ้องร้องได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์สหรัฐประจำศาลวงจรกลาง (Federal Circuit) ขอให้รับรองคำตัดสินเมื่อปีที่แล้วที่ระบุว่าภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ของทรัมป์เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งคำตัดสินดังกล่าวได้รับการยืนยันโดยเสียงข้างมากของศาลฎีกาเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์
หากศาลอุทธรณ์รับรองคำตัดสินดังกล่าว คดีจะถูกส่งกลับไปยังศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ (U.S. Court of International Trade) เพื่อพิจารณาขั้นตอนถัดไป รวมถึงประเด็นสำคัญว่า ผู้นำเข้าสินค้าจะมีสิทธิได้รับเงินคืนหรือไม่ นอกจากนี้ทนายของกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลการค้า ขอให้คณะผู้พิพากษา 3 คนออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว (injunction) ฉบับใหม่ เพื่อห้ามรัฐบาลบังคับใช้มาตรการภาษีดังกล่าว และเริ่มกระบวนการคืนเงิน
กลุ่มผู้ฟ้องร้อง ระบุว่า ไม่จำเป็นต้องขอคำสั่งคุ้มครองในระดับประเทศ เพราะรัฐบาลไม่สามารถเรียกเก็บภาษีจากใครได้อีกโดยไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลฎีกา อย่างไรก็ตาม พวกเขาเสนอให้ศาลพิจารณารวมคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับการขอคืนภาษีทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว
จากการวิเคราะห์ของ Bloomberg News พบว่า ปัจจุบันมีคดีฟ้องร้องเพื่อขอคืนภาษีมากกว่า 1,500 คดีแล้ว
ก่อนหน้านี้ ในเอกสารยื่นต่อศาลเมื่อปีที่แล้ว ทนายกระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่า หากกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กชนะคดี พวกเขาจะได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย
เจฟฟรีย์ ชวาบ ที่ปรึกษาอาวุโสและผู้อำนวยการฝ่ายดำเนินคดีของ Liberty Justice Center ซึ่งเป็นองค์กรที่เป็นตัวแทนให้กลุ่มธุรกิจ กล่าวว่า “เรากำลังพยายามให้รัฐบาลทำตามคำพูดของตัวเอง”
อย่างไรก็ตามหลังศาลฎีกาประกาศคำตัดสิน ทรัมป์ได้แสดงความเห็นในลักษณะที่อาจบ่งชี้ว่ารัฐบาลจะคัดค้านการคืนเงิน โดยกล่าวว่าเรื่องนี้คงต้องไปสู้กันในศาล และอาจใช้เวลาหลายปี
จนถึงขณะนี้ผู้นำเข้าสินค้าได้จ่ายเงินภาษีไปแล้วราว 170,000 ล้านดอลลาร์ ชวาบระบุว่า ความเห็นของทรัมป์ทำให้สถานการณ์คลุมเครือมากขึ้น จึงหวังให้ศาลการค้าให้ความชัดเจนโดยเร็ว
กลุ่มธุรกิจที่เป็นโจทก์ในหนึ่งในคดีที่ถึงศาลฎีกาไม่ได้ระบุจำนวนเงินที่ต้องการขอคืน แต่ทนายความระบุว่า รูปแบบกระบวนการคืนเงินที่ศาลกำหนดในคดีนี้ อาจใช้เป็นต้นแบบสำหรับบริษัทอื่น ๆ ที่ยื่นฟ้องเช่นกัน
คดีขอคืนภาษีส่วนใหญ่ถูกยื่นหลังจากศาลฎีการับฟังข้อโต้แย้งในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และศาลการค้าได้สั่งพักการพิจารณาคดีทั้งหมดไว้จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยขั้นสุดท้าย
ในคำตัดสินด้วยคะแนน 6 ต่อ 3 ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลชั้นต้น ว่า ทรัมป์ใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act ปี 1977 อย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายในการเรียกเก็บภาษี ต่อมาไม่นาน ทรัมป์ได้ลงนามประกาศใช้ภาษีรอบใหม่ภายใต้อำนาจตามกฎหมายการค้า ปี 1974 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคาดว่าจะเผชิญการท้าทายทางกฎหมายอีกระลอกเช่นกัน
อ้างอิง : www.bloomberg.com