โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทองวันนี้ เปิดตลาดร่วง 100 บาท รูปพรรณขายออก 78,800 บาท ดอลลาร์แข็งกดราคาทองโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 02.16 น.
ราคาทอง ราคาทองวันนี้

ราคาทองวันนี้ (13 มี.ค.) เปิดตลาด ราคาปรับลง 100 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ ราคาทองรูปพรรณ ขายออกที่ 78,800.00 บาท/ บาททองคำ

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ตามประกาศของ สมาคมค้าทองคำ ราคาทอง (ทองคำ 96.5%) ประจำวันนี้ เปิดตลาดเมื่อ เวลา 09.05 น. สำหรับตลาดซื้อขายทองคำในประเทศ ราคาทองวันนี้ ปรับลง 100 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้

โดย ทองรูปพรรณ ขายออกที่ราคา 78,800.00 บาท/ บาททองคำ ส่วน ราคารับซื้อ อยู่ที่ 76,239.64 บาท/ บาททองคำ

สำหรับ ทองแท่ง ขายออกที่ 78,000.00 บาท/บาททองคำ และ รับซื้อที่ 77,800.00 บาท/บาททองคำ ส่วน Gold Spot อยู่ที่ 5,125.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของราคาทองคำ แม้บรรยากาศในตลาดการเงินจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่เสี่ยงยืดเยื้อ

ทว่าภาพดังกล่าวได้ทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED อีกครั้ง กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. 2026) ปรับตัวลดลงสู่โซน 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทองคำร่วงกว่า 1% หลังดอลลาร์แข็งค่า ความหวังลดดอกเบี้ยลดลง

ราคาทองคำ (12 มี.ค. 2569) ปรับตัวลดลงมากกว่า 1% โดยถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และความหวังที่ลดลงเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่สงครามกับอิหร่านที่ยังดำเนินอยู่ได้กระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

ราคาทองคำตลาดสปอตลดลง 1.1% อยู่ที่ 5,118.16 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐสำหรับการส่งมอบเดือนเมษายน ปิดลดลง 1% ที่ระดับ 5,125.80 ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเป็นวันที่สามติดต่อกัน โดยดอลลาร์ถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่แข่งขันกับทองคำ และเมื่อค่าเงินสหรัฐแข็งค่าขึ้นจะทำให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น

ฟิลลิป สไตรเบิล หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดจาก Blue Line Futures กล่าวว่า ดัชนีดอลลาร์ที่ปรับตัวสูงขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มขึ้น และการที่ยังไม่มีการลดอัตราดอกเบี้ย ถือเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงสร้างแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่บ้าง

มีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันสองลำเกิดไฟไหม้ในน่านน้ำอิรัก ซึ่งถูกมองว่าเป็นการยกระดับการโจมตีของอิหร่าน ส่งผลให้การส่งออกพลังงานจากตะวันออกกลางหยุดชะงัก และทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในวันเดียวกัน

โมตจาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านจะล้างแค้นให้กับผู้เสียชีวิตของตน จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ และจะโจมตีฐานทัพของสหรัฐ

ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นมีส่วนผลักดันเงินเฟ้อ เนื่องจากต้นทุนด้านการขนส่งและการผลิตเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปทองคำถือเป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ แต่ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยสูง สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยจะมีความน่าสนใจมากกว่า

สไตรเบิลกล่าวเสริมว่า หากสามารถควบคุมไม่ให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นไปมากกว่านี้ ราคาทองคำก็มีโอกาสเคลื่อนไหวในทิศทางที่ดี โดยปัจจัยบวกสำคัญต่อทองคำคือการเข้าซื้อของธนาคารกลาง และเงินทุนที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำ ซึ่งยังคงเป็นบวกตลอดทั้งปี

ธนาคารกลางของชิลีได้เข้าซื้อทองคำครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2000 โดยในเดือนกุมภาพันธ์ ธนาคารได้เพิ่มทุนสำรองทองคำเป็น 1.108 พันล้านดอลลาร์ จาก 42 ล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2.2% ของทุนสำรองทั้งหมด

ในตลาดโลหะมีค่าอื่น ๆ ราคาซิลเวอร์สปอตลดลง 1% อยู่ที่ 84.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่ปีที่แล้วราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 146%

นักวิเคราะห์จาก BMI คาดว่าราคาเงินเฉลี่ยในปี 2026 จะอยู่ที่ประมาณ 93 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการลงทุนที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยต่อยอดการปรับตัวขึ้นของราคาในปี 2025 แม้ว่าความต้องการจากภาคแผงโซลาร์เซลล์และเครื่องประดับจะลดลงจากราคาที่สูงขึ้นก็ตาม

ขณะที่แพลทินัมสปอตลดลง 1.1% อยู่ที่ 2,145.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และพัลลาเดียมลดลง 1% อยู่ที่ 1,620.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อ้างอิง : cnbc.com, สมาคมค้าทองคำ

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...