โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โรงกลั่นไทย ยันน้ำมันสำรองพอใช้ แจง “ค่าการกลั่น” ไม่ใช่กำไร

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 08.37 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 01.33 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม (กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ) ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยืนยันน้ำมันสำรองมีเพียงพอ และพร้อมปรับแผนบริหารจัดการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

ตามที่มีการนำเสนอข่าวและความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ "การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง" ในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ในฐานะผู้ประกอบกิจการกลั่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมหลักของประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและตระหนักถึงความห่วงใยของภาคส่วนต่างๆ จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดความสับสนให้กับประชาชน ดังนี้

1. ปริมาณน้ำมันสำรองระดับประเทศมีเพียงพอรองรับการใช้งาน
ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองที่อยู่ในประเทศและระหว่างการขนส่ง ครอบคลุมการใช้งานภายในประเทศ สอดคล้องกับรอบการจัดหาและรอบการผลิตใหม่ ทำให้ระบบการผลิตและจัดส่งน้ำมันสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถสร้างความมั่นคงให้กับระบบพลังงานของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. การดำเนินการเชิงรุกด้านการขนส่งทางเรือ
แม้ว่าสถานการณ์โลกอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือหลักอย่าง "ช่องแคบฮอร์มุซ" (ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำมันดิบประมาณ 20% ของโลก) แต่กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ได้ดำเนินการเชิงรุกตามแผนสำรองในการปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหาไว้แล้ว โดยสามารถจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นที่ไม่ได้ผ่านเส้นทางดังกล่าว เช่น ทวีปแอฟริกาทวีปอเมริกา เป็นต้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันดิบเข้าสู่ระบบการกลั่น

3. การจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวน
แม้ตลาดพลังงานโลกจะมีความผันผวน ส่งผลให้ต้นทุนด้านต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ (Crude Premium) ค่าขนส่งทางเรือ (Freight) และค่าประกันภัย แต่กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังคงเดินหน้าจัดซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าและเดินเครื่องการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีน้ำมันเชื้อเพลิงรองรับความต้องการใช้ในประเทศเพียงพออย่างต่อเนื่อง

4. ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาครัฐ เพื่อดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ พร้อมทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์และรักษาเสถียรภาพทางพลังงาน ให้ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมมีน้ำมันเชื้อเพลิงใช้อย่างเพียงพอในทุกสถานการณ์

ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันในระบบที่สามารถรองรับการใช้งานได้ประมาณ 65 วัน และ กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังมีการจัดซื้อน้ำมันดิบเพื่อนำมาผลิตต่อเนื่องอีกกว่า 30 วัน ส่งผลให้เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งานประมาณ 95 วัน ทั้งนี้ กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังคงดำเนินการจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างเสถียรภาพทางพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว

* ชี้แจงข้อเท็จจริง “ค่าการกลั่น”

พร้อมกันนี้กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ) ได้ชี้แจงประเด็น "ค่าการกลั่นสูง" เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกลไกราคาและต้นทุนที่แท้จริงของอุตสาหกรรมโรงกลั่น

1. ค่าการกลั่น (Market GRM) ไม่เท่ากับกำไรสุทธิ
ค่าการกลั่นที่ปรากฏในข่าว (ที่เพิ่มขึ้นจาก 2 บาทต่อลิตร เป็นประมาณ 6 บาทต่อลิตร) เป็นเพียงดัชนีส่วนต่างราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งยังไม่ได้หักต้นทุนสำคัญที่โรงกลั่นต้องแบกรับ ประกอบด้วย ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ (Crude Premium), ค่าขนส่งทางเรือ (Freight) และค่าประกันภัย ซึ่งปัจจุบันต้นทุนเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 3-6 บาทต่อลิตร นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ กำไร/(ขาดทุน) จากสต็อกน้ำมัน และกำไร/(ขาดทุน) การบริหารความเสี่ยงด้านราคาซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ค่าการกลั่นไม่ได้สะท้อนผลประกอบการที่แท้จริง

2. การดำเนินธุรกิจภายใต้กลไกตลาดเสรี (Market Price)
ระบบการค้าขายน้ำมันของประเทศไทยอิงราคาตลาดโลก โรงกลั่นไม่สามารถกำหนดราคาน้ำมันดิบหรือราคาขายน้ำมันสำเร็จรูปเองได้ โดยต้องอิงราคาตลาดทั้งสองด้าน จึงมีความผันผวนตามสถานการณ์ ตลาดพลังงานโลก
ในทางปฏิบัติ โรงกลั่นจำเป็นต้องจัดซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าประมาณ 1–2 เดือน เพื่อให้การผลิตต่อเนื่อง จึงต้องรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก เนื่องจากในวันที่ซื้อน้ำมันดิบ ยังไม่สามารถทราบได้ว่าราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่จะขายในอนาคตจะเป็นเท่าใด

3. การยืนหยัดเดินเครื่องผลิตเพื่อความมั่นคง แม้ในช่วงวัฏจักรค่าการกลั่นต่ำ
ค่าการกลั่นมีความผันผวนตามวัฏจักรตลาด ในบางช่วงเวลาที่ค่าการกลั่นอาจปรับตัวลดลงอยู่ในระดับที่ต่ำมาก หรือ บางช่วงอาจต่ำจนไม่ครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงาน อย่างไรก็ตามโรงกลั่นยังคงต้องแบกรับภาระและเดินเครื่องผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งานและไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนพลังงานภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นพันธกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพของประเทศ

4. บทบาทของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศ โดยใช้กลไกชดเชยราคาผ่านผู้ค้าน้ำมัน เพื่อนำไปดูแลราคาขายปลีกให้กับผู้บริโภค จึงไม่ใช่การอุดหนุนผู้ประกอบการโรงกลั่นตามที่บางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...