โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เจาะกราฟ "เหรียญขยะ" ผู้ใช้น้อย-แนวต้านแข็ง ส่อแววไปไม่รอด

ทันหุ้น

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 07.22 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 07.22 น.

#Altcoin #ทันหุ้น – ข้อมูลจาก Coinpedia ได้ระบุว่า เครือข่ายอัลต์คอยน์ (Altcoin) หลายแห่งที่เคยระดมทุนได้มหาศาลนับพันล้านดอลลาร์ กำลังเผชิญกับภาวะผู้ใช้งานต่ำเตี้ยเรี่ยดินและรายได้บนเครือข่ายที่อ่อนแอ ซึ่งสร้างคำถามสำคัญเกี่ยวกับความยั่งยืนในระยะยาว

ข้อมูลไวรัลที่นักวิเคราะห์นำมาแชร์ต่อแสดงให้เห็นว่า กลุ่มเครือข่ายที่ทำผลงานได้ย่ำแย่เหล่านี้ระดมทุนรวมกันได้ประมาณ 2,600 ล้านดอลลาร์ แต่กลับสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมเพียง 65,000 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ หรือราว 3.4 ล้านดอลลาร์ต่อปี เมื่อนับรวมหลายเครือข่ายเข้าด้วยกัน

จำนวนผู้ใช้งานที่น้อย รายได้ที่อ่อนแอ และแนวต้านทางเทคนิค กำลังทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนออกมาเตือนว่า อัลต์คอยน์บางตัวอาจมีราคาดิ่งลงได้อีกหากไม่มีการใช้งานเพิ่มขึ้น โดยล่าสุด นิก วัลเดซ (Nick Valdez) นักวิเคราะห์คริปโต ได้ตรวจสอบข้อมูลและกราฟของโปรเจกต์ต่างๆ ดังนี้:

Celestia (TIA): ผู้ใช้น้อยและติดแนวต้านสำคัญ

วัลเดซเริ่มที่ Celestia ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตลาดประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ แต่กลับมีผู้ใช้งานจริงเพียง 1,200 รายต่อวัน ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่มที่นำมาวิเคราะห์ ในเชิงเทคนิค กราฟแสดงความอ่อนแออย่างชัดเจน โดยราคา TIA ถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าบริเวณเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50-day MA) วัลเดซมองว่าระดับแนวต้านนี้อาจเป็นจุดทางออก (Exit point) หากราคามีการดีดตัวกลับขึ้นไปหาจุดนั้นอีกครั้ง

Sei (SEI): มีคนใช้แต่ไม่มีรายได้

ถัดมาคือ Sei แม้เครือข่ายจะมีผู้ใช้งานประมาณ 7,000 รายต่อวัน แต่รายได้กลับน้อยมาก ตัวเลขล่าสุดชี้ว่าเชนนี้สร้างค่าธรรมเนียมเพียง 232 ดอลลาร์ต่อวัน หรือประมาณ 2,000 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีเหรียญหมุนเวียนอยู่ 6,700 ล้านโทเคน จากอุปทานทั้งหมด 10,000 ล้านโทเคน หมายความว่าจะมีเหรียญใหม่เข้าสู่ตลาดได้อีกมาก ในทางเทคนิค SEI วิ่งอยู่ในกรอบแชนแนล ซึ่งวัลเดซแนะนำให้ผู้ถือเหรียญพิจารณาทางออกเมื่อราคาขึ้นไปใกล้ขอบบนของกรอบดังกล่าว

Sonic (อดีต Fantom): ค่าธรรมเนียมต่ำและแรงกดดันทางเทคนิค

โปรเจกต์ที่สามคือ Sonic (ชื่อเดิมคือ Fantom) ซึ่งการใช้งานยังคงจำกัด โดยมีค่าธรรมเนียมบนเครือข่ายเพียง 155 ดอลลาร์ต่อวัน เช่นเดียวกับ Celestia ราคาของ Sonic ถูกปฏิเสธซ้ำๆ ที่เส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน บ่งชี้ถึงแรงขายที่ต่อเนื่อง วัลเดซระบุว่าโทเคนจำเป็นต้องยืนเหนือระดับนี้ให้ได้ก่อนที่จะเกิดการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

Monad: ความเสี่ยงจากการปลดล็อกเหรียญมหาศาล

Monad มีประเด็นที่ต่างออกไป โปรเจกต์นี้มีมูลค่าประเมินแบบเจือจางเต็มที่ (FDV) ใกล้ 800 ล้านดอลลาร์ แต่มีเหรียญหมุนเวียนเพียง 10,000 ล้านโทเคนจากทั้งหมด 100,000 ล้านโทเคน โดยเหรียญส่วนใหญ่ถูกสำรองไว้ให้ทีมงานและนักลงทุนยุคแรก วัลเดซเตือนว่าเมื่อมีการปลดล็อกเหรียญเหล่านี้ออกมาตามกาลเวลา อุปทานส่วนเกินที่เข้าสู่ตลาดจะเพิ่มแรงกดดันด้านการขายอย่างมาก

Algorand (ALGO): รายได้วิกฤตแต่กราฟอาจมีลุ้นฟื้นตัว

สุดท้ายคือ Algorand เครือข่ายนี้สร้างค่าธรรมเนียมได้เพียง 12 ดอลลาร์เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีที่อยู่กระเป๋าที่ใช้งานอยู่ถึง 26,000 แห่ง ซึ่งแข็งแกร่งกว่าโปรเจกต์อื่นๆ ในรายชื่อนี้ ในมุมมองทางเทคนิค ALGO มีทรงที่ดูดีที่สุด โดยกราฟกำลังฟอร์มตัวเป็นรูปแบบ Falling Wedge ซึ่งมักจะนำไปสู่การทะลุตัวขึ้น (Bullish breakout) วัลเดซเสนอว่าหากรูปแบบนี้สำเร็จ ALGO อาจมีการฟื้นตัว ซึ่งจะเป็น “ทางลง” (Off-ramp) สำหรับนักลงทุนที่ต้องการถอนตัวออกจากสถานะที่ถืออยู่

ที่มา https://coinpedia.org/news/top-altcoin-projects-to-dump-now-analyst-breaks-down-dead-chains-list/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...