โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SCC เปิดกลยุทธ์ปี 69 ตั้งเป้า EBITDA แตะ 5.5 หมื่นล้าน เล็งขยายธุรกิจ - อัพประสิทธิภาพเต็มสูบ

The Better

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 10.32 น. • THE BETTER
บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เปิดกลยุทธ์ปี 69 รายได้จากการขายแตะ 5 แสนลบ. และตั้งเป้า EBITDA แตะ 5.5 หมื่นลบ. จ่อทุ่มงบ 3 หมื่นลบ. เล็งขยายธุรกิจ - อัพประสิทธิภาพเต็มสูบ

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย หรือ เอสซีจี หรือ SCC เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทบริษัทตั้งเป้ารายได้จากการขายแตะ 500,000 ล้านบาท และตั้งเป้า EBITDA มากกว่า 55,000 ล้านบาท จากการบริหารจัดการกระแสเงินสดควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด รวมถึงเตรียมเสริมแกร่งให้ธุรกิจในเครือเกิดประสิทธิภาพสูงสุด อาทิเช่น การรวมโรงงานในแต่ละประเทศ ให้เป็นสเกลใหญ่ขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถและโอกาสการแข่งขันได้

อีกทั้งในปีนี้ บริษัทฯ วางงบลงทุนรวมราว 30,000 ล้านบาท โดย 1 ใน 3 ของงบลงทุน ใช้สำหรับการบำรุงรักษาเครื่องจักร ส่วนที่เหลือลงทุนเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทน ในโครงการปิโตรเคมิคอลส์ (LSPE) ที่เวียดนาม และการขยายธุรกิจในอินโดนีเซียและเวียดนาม

อย่างไรก็ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังมีความท้าทาย โดยประเมินกำไรของบริษัทฯ ในปีนี้ ยังได้รับแรงกดดันจาก Fixed Cost ของโครงการ LSP ที่สูง เช่นเดียวกับอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายอยู่ระดับปัจจุบัน บริษัทฯ จึงตั้งเป้ากระแสเงินสดโดยรวมของธุรกิจต้องสูงกว่าปีที่แล้ว เพื่อสามารถบริหารจัดการต้นทุนและสินทรัพย์ได้อย่างเข้มงวด และไม่สร้างภาระหนี้สินเพิ่มเติม

นายธรรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า “แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยในปี 69 จะชะลอตัว แต่เริ่มเห็นสัญญาณบวกในหลายธุรกิจ เช่น ธุรกิจเคมิคอลส์มีแนวโน้มทรงตัว จากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว ผสานกับคาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจละการลงทุนของภาครัฐมีความต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจแพคเกจจิ้ง คาดดีมานด์บรรจุภัณฑ์ยังเติบโต รับแรงหนุนการบริโภคในประเทศของกลุ่มอาเซียนที่เพิ่มขึ้น”

อีกทั้งบริษัทฯ มองว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง ซึ่งเอื้อต่อการลงทุนและขยายตลาดในเวียดนาม โดยบริษัทฯ จ่อเพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน (Glazed Porcelain Tile) ซึ่งเป็นสินค้าที่มี High Value Added (HVA) อีกราว 6.6 ล้านตารางเมตรต่อปี หนุนให้บริษัทฯ มีกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนทั้งสิ้นกว่า 26 ล้านตารางเมตรต่อปี

นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามแนวโน้มดีต่อเนื่อง เอื้อต่อการลงทุนและขยายตลาด เอสซีจีจึงวางแนวทางหลักเพื่อเร่งคว้าโอกาสดังกล่าวในปี 69 ไว้ 4 ด้าน ได้แก่

1. เข้มข้น ด้วยวินัยการเงิน บริหารกระแสเงินสดให้มั่นคง ใช้เงินลงทุนอย่างระมัดระวัง มุ่งลดต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI &Robotics

2. เข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถทั่วทั้งองค์กร เดินหน้ากลยุทธ์ “Regional Optimization” ชู “เวียดนาม” เป็นฐานการผลิตสินค้า เช่น ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ กระเบื้องเกรซพอร์ซเลน และการลงทุน ซึ่งคิดเป็น 27% ของสินทรัพย์รวมของเอสซีจีในปัจจุบัน เพื่อรองรับการบริโภคในประเทศ และการส่งออกสู่ตลาดโลก จากปัจจัยบวกที่คาดว่าปี 69 GDP เวียดนามจะโต 7.0% ต้นทุนที่แข่งขันได้ และความได้เปรียบด้านข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับกว่า 60 ประเทศ รวมถึงการขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง ทั้ง “สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า – Smart Value Products (SVP)” “สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง – High Value Added (HVA) Products” และ “สินค้ากรีน – Green Products”

3. เสริมแกร่ง รุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เช่น โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP หรือ ลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ ประเทศเวียดนาม (โครงการ LSPE) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ โดยโครงการคืบหน้าตามแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2570

4. เอาอยู่ พร้อมสู้ทุกความท้าทาย โดยประเมินทั้งโอกาสและความท้าทายรอบด้านอยู่เสมอ เพื่อพร้อมสู้กับทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

“แม้ปี 69 ยังมีความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและไทย แต่เอสซีจีจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของทุกธุรกิจ พร้อมสู้ทุกความท้าทาย และหาโอกาสเติบโตใหม่ ๆ มั่นใจว่าเรา “เข้มข้น – เข้มแข็ง – เสริมแกร่ง – เอาอยู่” นายธรรมศักดิ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...