โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภานักศึกษารามฯ แถลงจุดยืน ปลดหมอสุภัทร!

INN News

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 17.31 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 12.00 น. • INN News

กรณีมติลงโทษวินัย นพ.สุภัทร จากการจัดซื้อ ATK ช่วงโควิด ยังคงถูกตั้งคำถาม ล่าสุดสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ออกมาแสดงจุดยืน

พร้อมขอให้มีการตรวจสอบอย่างรอบด้านจากสาธารณชน

จากกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขมีมติปลด นพ.สุภัทรอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ออกจากราชการ จากข้อกล่าวหากระทำผิดวินัยร้ายแรง กรณีการจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 (ATK) ในโครงการ “แพทย์ชนบทบุกกรุง” เมื่อปี 2564

ล่าสุด ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกจับตามองอย่างกว้างขวางในสังคม โดยเพจ “เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย” ได้ออกแถลงการณ์ของสภานักศึกษา
มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งแสดงจุดยืนต่อมติของคณะกรรมการ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุขที่มีมติลงโทษวินัยร้ายแรงต่อ นพ.สุภัทร จากกรณีดังกล่าว

สภานักศึกษาระบุว่า ในช่วงปี 2564 ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตด้านสาธารณสุขที่รุนแรงที่สุด จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยอาการหนัก และผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะการตรวจคัดกรอง และจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วย ไม่เพียงพอต่อสถานการณ์

ภายใต้บริบทดังกล่าว ชมรมแพทย์ชนบทได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนในเขตเมือง ผ่านปฏิบัติการ “#แพทย์ชนบทบุกกรุง” โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยรักษาชีวิตประชาชนอย่างเร่งด่วน มิได้มีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ทางอื่นใด

สำหรับการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในช่วงเวลานั้น สภานักศึกษามองว่า เป็นการดำเนินการ ภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ปริมาณความต้องการล่วงหน้าได้ การจัดซื้อจึงเป็นไปตามความจำเป็นเฉพาะหน้า เพื่อให้ประชาชนทุกคนที่เข้ารับการตรวจ สามารถเข้าถึงการคัดกรองได้อย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม กระบวนการสอบสวนทางวินัยกลับให้น้ำหนักกับการตีความเชิงระเบียบ โดยตั้งข้อกล่าวหาเรื่อง “การแบ่งซื้อ” เป็นหลัก ขณะที่แทบไม่ปรากฏการพิจารณาถึงเจตนา ความจำเป็น และบริบทของวิกฤตด้านสาธารณสุขในขณะนั้นอย่างรอบด้าน

สภานักศึกษายังตั้งข้อสังเกตถึงจังหวะเวลาของการพิจารณาและมีมติในคดีดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้วหลายปี และถูกเร่งรัดในช่วงใกล้การเลือกตั้ง อันอาจส่งผลโดยตรงต่อสิทธิทางการเมืองและคุณสมบัติของผู้ถูกกล่าวหา พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า

เหตุใดคดีที่ค้างมานานจึงถูกเร่งตัดสินในช่วงเวลาที่อ่อนไหวทางการเมือง การบังคับใช้กฎหมายในกรณีนี้ เป็นไปอย่างเสมอภาคและปราศจากอคติหรือไม่
หลักนิติธรรมกำลังถูกใช้เพื่อรักษาความยุติธรรม หรือถูกใช้เป็นเครื่องมือทางอำนาจ

ท้ายที่สุด สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง เห็นว่า บุคลากรที่ตัดสินใจปฏิบัติหน้าที่ เพื่อปกป้องชีวิตประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน ควรได้รับการคุ้มครองตามหลักความเป็นธรรม ไม่ใช่ถูกลงโทษย้อนหลังโดยละเลยบริบทและเจตนาที่แท้จริง พร้อมระบุว่า การใช้อำนาจรัฐใด ๆ ที่ก่อให้เกิดข้อสงสัยต่อความเป็นอิสระและความเป็นธรรมของกระบวนการ ย่อมบั่นทอนความเชื่อมั่นของสังคมต่อระบบราชการและประชาธิปไตย

สภานักศึกษาจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และยึดหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง รวมถึงเปิดโอกาสให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบได้อย่างกว้างขวาง

กรณีนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถคลี่คลายข้อสงสัยของสังคมได้มากน้อยเพียงใด

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...