XSpringAMเปิดปัจจัยหนุน คริปโท-ทองคำเก็บเข้าพอร์ต
#XSpring AM#ทันหุ้น -XSpring AMให้ค่าสินทรัพย์ทองคำ และคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อ เตรียมผุดกองทุนใหม่เอาใจสายสินทรัพย์ดิจิทัล มองควรให้ทางเลือกนักลงทุนรายย่อยเข้าถึงกองทุนรวมคริปโท ที่มีการบริหารจัดพอร์ตกระจายเสี่ยงได้ดีกว่าลงทุนตรง ขณะที่ทองคำขาขึ้นต่อจาก ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การักษามูลค่าได้ดีในภาวะเงินเฟ้อ และการลดถือครองดอลลาร์ ล้วนเป็นปัจจัยหนุนทอง แตะแสนบาท
นายยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด หรือ XSpring AM กล่าวว่า XSpring AM มีมุมมองเป็นบวกต่อสินทรัพย์ทางเลือกทั้งทองคำ และคริปโทเคอร์เรนซี่ (Cryptocurrency) โดยคริปโทเคอร์เรนซี่ จะเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูงหรือนักลงทุน (Ultra High Net Worth: UI)
“ถ้าจะออกกองทุนใหม่ก็จะไม่ไปซ้ำกับตลาดที่มีขายอยู่แล้ว ดังนั้นกองทุนคริปโทเคอร์เรนซี่ ก็เช่นกันสนใจที่จะลงทุนตรงในเหรียญ ทั้ง บิทคอยน์(Bitcoin: BTC) หรือ อีเธอเรียม (Ethereum :ETH) ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตต่อไปได้ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีบทบาทในระบบการเงินยุคใหม่”
อย่างไรก็ตาม นายยศกร มองว่า กองทุนคริปโทเคอร์เรนซี่ ไม่ควรจำกัดแค่นักลงทุน UI ควรให้โอกาสนักลงทุนรายย่อยด้วย เนื่องจากทุกวันนี้ นักลงทุนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึง และลงทุนตรงในสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่แล้ว เท่ากับนักลงทุนรายย่อยเองก็แบกความเสี่ยงตรงนี้ 100% เต็ม ในขณะที่หากลงทุนกับกองทุน ซึ่งมีแผนในการบริหารจัดการ การจัดสัดส่วนลงทุนที่เหมาะสม กระจายสินทรัพย์ลงทุนหลากหลาย ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนได้ ดังนั้น กองทุนรวมน่าจะเป็นอีกทางเลือกให้กับนักลงทุนรายย่อยด้วยเช่นกัน
เบื้องต้น สำหรับกองทุนคริปโทเคอร์เรนซี่ของ XSpring AM นั้น 20%จะลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล อีก 80% ลงทุนในสินทรัพย์ดั้งเดิม ทั้งหุ้น ทองคำ หรือตราสารหนี้ ที่สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่น ซี่งพบว่าทองคำและบิทคอยน์มีความสัมพันธ์กันในลักษณะที่สามารถถ่วงดุลความเสี่ยงซึ่งกันและกันได้ในระยะยาว ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนในส่วนของสินทรัพย์ดิจิทัลได้ โดย นายยศกร มองว่า ในช่วงสั้น 3-6 เดือน สินทรัพย์ดิจิทัล อาจมีความผันผวน แต่ในระยะยาวมากวก่า 1 ปี ไม่ว่า BTC และETH เชื่อว่าจะเป็นเหรียญที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจชัดเจน
“ตอนนี้สินทรัพย์ดิจิทัลที่ผันผวน เกิดจากการเข้มงวดด้านกฎระเบียบ การปราบปรามสแกมเมอร์ และการจัดระเบียบตลาดใหม่ อย่างไรก็ตาม หากมองในระยะยาวมากกว่า 1 ปีขึ้นไป ทั้ง BTC และETH ยังคงมีศักยภาพในการเติบโต เนื่องจากท้ายสุดแล้วสินทรัพย์เหล่านี้จะถูกยอมรับมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์หนึ่ง และมีแนวโน้มที่จะถูกจัดหมวดหมู่และกำกับดูแลอย่างชัดเจนมากขึ้นในอนาคต”
นายยศกร มองว่า เหรียญคริปโท อื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ยังจำเป็นต้องพิจารณาลงทุนเป็นรายกรณี โดยให้ความสำคัญกับการนำมาใช้งานได้จริง และ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่ใช่เหรียญที่ถูกสร้างขึ้นจากกระแสหรือความนิยมชั่วคราวโดยไม่มีการใช้งานจริง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับการลงทุน
สำหรับ ทองคำ XSpring AM มีมุมมองว่า ทองคำยังมีโอกาสขึ้นได้อีกมาก ราคาทอง อาจขึ้นไปแตะ 100,000 บาทได้ ด้วยปัจจัยหนุนจาก ทองคำถือเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ซึ่งในสภาวะปัจจุบันที่เงินเฟ้อยังควบคุมได้ไม่เด็ดขาด ทองคำยังคงทำหน้าที่รักษามูลค่าได้ดี
ขณะเดียวกัน ทองคำยังมีบทบาทในฐานะสินทรัพย์หลบภัยเมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ผู้ลงทุนมักจะโยกเงินกลับเข้าหาทองคำ และอีกปัจจัยคือเรื่องของการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ากองทุนต่างๆ และธนาคารกลางของหลายประเทศทยอยลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และหันไปกระจายการลงทุนในสินทรัพย์อื่น เช่น ทองคำ หรือพันธบัตรสกุลเงินทางเลือก
“เมื่อพิจารณาปัจจัยเหล่านี้รวมกัน จึงมองว่าทองคำยังมีแนวโน้มไปต่อได้ แต่เราไม่ได้หมายความว่าเงินดอลลาร์จะถูกขายออกทั้งหมด และไหลเข้าทองคำ100% แต่จะเป็นการค่อย ๆ ปรับสัดส่วนลง ซึ่งเพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะเป็นแรงหนุนราคาทองในระยะกลางถึงระยะยาวปรับขึ้นต่อได้ หากประเมินเป้าหมายราคามีความเป็นไปได้ที่จะเห็นระดับ แสนบาท”
นายยศกร กล่าวต่อไปว่า ในภาพใหญ่ของโลก เศรษฐกิจและการเมืองกำลังเคลื่อนเข้าสู่สภาวะที่เรียกได้ว่าเป็นโลกที่แยกขั้ว แม้จะไม่ถึงขั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 แต่ความตึงเครียดทางการค้า ความไม่ไว้วางใจระหว่างประเทศ และการรวมกลุ่มเป็นฝ่าย ๆ กำลังชัดเจนมากขึ้น โดยแยกเป็นกลุ่มสหรัฐอเมริกา และพันธมิตร อีกลุ่มก็เป็นจีน รัสเซีย รวมถึงประเทศที่ไม่ต้องการพึ่งพาสหรัฐมากเกินไป ก็เริ่มสร้างเครือข่ายของตนเอง เช่นประเทศในยุโรป และอเมริกาใต้บางส่วนก็เริ่มทบทวนจุดยืนของตนในเวทีโลก ภาพเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อสินทรัพย์อย่างทองคำ