โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ระส่ำ! เหลือเงินอุ้มน้ำมันแค่ 15 วัน จ่อปล่อยราคาหลังจากนี้ แนะใช้มาตรการเวิร์กฟรอมโฮม

เดลินิวส์

อัพเดต 5 มีนาคม 2569 เวลา 23.03 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กองทุนน้ำมันระส่ำ! เหลือเงินสด 3 หมื่นล้าน อุ้มราคาได้แค่ 15 วัน ต้องจ่ายออกวันละ 450 ล้าน ชี้หลัง 15 วัน ต้องรับชะตากรรมขึ้นราคาสะท้อนตลาดโลก เหตุยังมีหนี้ต้องจ่ายอีกเพียบ จ่อนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐ-แอฟริกาตะวันตกเพิ่ม ชดเชยตะวันออกกลาง แนะดึงมาตรการเวิร์กฟรอมโฮมกลับมาใช้

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงงานอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ล่าสุดราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นรุนแรง ล่าสุดเพิ่มอีกกว่า 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ในกรอบ 140-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ต้องแบกรับภาระอุดหนุนราคาน้ำมันภายในประเทศสูงถึงวันละประมาณ 400-450 ล้านบาท ขณะที่สถานะเงินสดของกองทุนฯ เหลืออยู่ประมาณ 30,000 ล้านบาท และหนี้จากการกู้ยืมประมาณ 30,000 ล้านบาท หากยังคงอุดหนุนในระดับดังกล่าว จะสามารถพยุงราคาได้เพียง 15 วันเท่านั้น

“เดิมทีฝ่ายบริหารกองทุนฯ เสนอแนวทางอุดหนุนเพียง 7 วัน เพื่อเปิดช่องให้ประชาชนและภาคธุรกิจทยอยปรับตัวตามกลไกตลาด แต่รัฐบาลต้องการดูแลต่อเนื่องยาวขึ้น จึงเคาะกรอบ 15 วัน กระทรวงพลังงานก็จะต้องเตรียมพร้อมรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังครบกำหนด 15 วัน หากราคาน้ำมันตลาดโลกยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐอาจต้องปล่อยให้ราคาน้ำมันสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้น หรือจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น เนื่องจากหลายประเทศได้ปรับตัวไปแล้ว ประกอบกับกองทุนฯ ยังมีภาระหนี้เงินกู้อีกเกือบ 30,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับระดับเงินสดที่มีอยู่ในปัจจุบัน”

ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงาน เร่งหาแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบใหม่ภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง ซึ่งมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยังมีความไม่แน่นอน เบื้องต้น จะเพิ่มสัดส่วนจากประเทศคู่ค้าที่ไทยนำเข้าอยู่แล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา และกลุ่มแอฟริกาตะวันตก รวมถึงเร่งเจรจาทำสัญญาเพิ่มเติมกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศในภูมิภาคที่มีศักยภาพ เช่น มาเลเซีย และบรูไน เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันจะไหลเข้าสู่ประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

“การเปลี่ยนแหล่งนำเข้าไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากน้ำมันดิบแต่ละแหล่งมีคุณภาพและองค์ประกอบแตกต่างกัน โรงกลั่นอาจต้องปรับกระบวนการผลิต ส่งผลต่อต้นทุน และการขนส่งจากแหล่งที่ไกลขึ้นยังทำให้มีต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ข้อจำกัดด้านคลังสำรองก็เป็นอุปสรรค หากจะเพิ่มปริมาณสำรองจากระดับ 60 วันตามนโยบายรัฐ เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูง และผู้ค้าน้ำมันไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงสต๊อกน้ำมันราคาแพง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...