สตง. ตรวจพบข้อบกพร่องระบบเตือนภัยล่วงหน้า พื้นที่เสี่ยงจริงไร้อุปกรณ์ แต่กว่า 3 พันหมู่บ้านไม่เสี่ยงกลับมีจุดติดตั้ง
วันนี้ (5 มีนาคม) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบสัมฤทธิ์ผลและประสิทธิภาพการดำเนินงานการบริหารจัดการระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) สำหรับพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและดินถล่ม ของหน่วยรับตรวจแห่งหนึ่งสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยพบข้อตรวจพบสำคัญ 2 ประเด็นหลักที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการติดตาม เฝ้าระวัง และเตือนภัยแก่ประชาชน
ประเด็นแรกคือปัญหาการติดตั้งสถานีเตือนภัยล่วงหน้าที่ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัยจริง จากการตรวจสอบฐานข้อมูลหมู่บ้านเสี่ยงอุทกภัย-ดินถล่มในปี พ.ศ. 2554 ซึ่งมีจำนวน 4,423 หมู่บ้าน พบว่ายังมีหมู่บ้านถึง 2,042 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 46.17 ที่ไม่มีสถานีเตือนภัยครอบคลุม โดยในจำนวนนี้เป็นหมู่บ้านเสี่ยงสูงมาก 669 แห่ง และเสี่ยงสูง 445 แห่ง
ในทางกลับกัน กลับพบว่ามีการติดตั้งสถานีเตือนภัยในหมู่บ้านที่ไม่ได้ถูกจัดเป็นพื้นที่เสี่ยงถึง 3,672 หมู่บ้าน หรือร้อยละ 60.66 สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดทางเทคโนโลยีในการติดตั้งบริเวณพื้นที่ต้นน้ำและที่ลาดชัน รวมถึงฐานข้อมูลหมู่บ้านเสี่ยงที่ยังไม่เป็นปัจจุบัน ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงจริงขาดการแจ้งเตือนอย่างทันท่วงที
ประเด็นที่สองพบว่า ระบบเตือนภัยล่วงหน้าไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการและประชาชนรับรู้ข้อมูลไม่ทั่วถึง โดยสถานีส่วนใหญ่ไม่ส่งสัญญาณเตือนก่อนเกิดเหตุจริง จากการตรวจสอบเหตุอุทกภัย 195 ครั้ง ระหว่างปี 2564 – 2567 พบว่าเหตุการณ์ถึงร้อยละ 72.31 ไม่มีการส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า และบางสถานียังส่งสัญญาณเตือนระดับวิกฤติทั้งที่ไม่มีน้ำท่วมจริง สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านความแม่นยำของระบบ
นอกจากนี้ การแจ้งเตือนยังเข้าไม่ถึงประชาชนอย่างครอบคลุม แม้ประชาชนร้อยละ 41.90 จะได้รับข้อมูลผ่านผู้นำชุมชน แต่ยังมีหลายพื้นที่ที่ติดปัญหาข้อจำกัดด้านสัญญาณสื่อสาร ขณะที่แอปพลิเคชัน EWS DWR ยังไม่เป็นที่รู้จักและแทบไม่มีการใช้งาน ประกอบกับข้อมูลในแอปพลิเคชันไม่ครบถ้วน ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 ระบุว่า มีสถานีเตือนภัย 264 แห่ง หรือร้อยละ 12.24 จากทั้งหมด 2,156 แห่ง อยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน โดยอุปกรณ์ที่ชำรุดมากที่สุดคือแผงวงจรควบคุม อุปกรณ์ส่งสัญญาณ และอุปกรณ์ประมวลผล อีกทั้งยังไม่มีแผนสำรองรองรับกรณีสถานีไม่สามารถใช้งานได้
จากข้อบกพร่องดังกล่าว สตง. ได้มีข้อเสนอแนะให้หน่วยรับตรวจเร่งแก้ไขปัญหา โดยการพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสม ทบทวนฐานข้อมูลหมู่บ้านเสี่ยงให้เป็นปัจจุบัน และจัดทำแผนสำรองกรณีอุปกรณ์ชำรุด ทั้งนี้ หน่วยรับตรวจได้ตอบรับข้อเสนอแนะและกำหนดแนวทางการดำเนินงานเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 โดยมีแผนที่จะศึกษาทบทวนการติดตั้ง ปรับปรุงกระบวนการทำงาน เทคโนโลยี และเกณฑ์การตั้งค่าการแจ้งเตือน รวมถึงหาแนวทางแก้ปัญหาข้อจำกัดในพื้นที่ลาดชัน
พร้อมทั้งจัดอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่และเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง หากหน่วยงานภาครัฐเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพระบบเตือนภัยล่วงหน้า จะส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรงจากระบบที่มีความน่าเชื่อถือ ช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน และสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของภาครัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม