ไทม์ไลน์การเมืองเดือด พ.ศ. 2500 ปี “เลือกตั้งสกปรก” ก่อนสฤษดิ์ยึดอำนาจ!
การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ที่ถูกขนามนามว่าเป็นการเลือกตั้งสกปรกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย และนำไปสู่หลาย ๆ เหตุการณ์ในปีเดียวกัน
ลำดับเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นในปีปฏิทินดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง ที่พบร่องรอยความไม่ชอบมาพากลต่าง ๆ ไปถึงตอน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ยึดอำนาจรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นไปดังต่อไปนี้
25 กุมภาพันธ์ หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าว “พบไพ่ไฟเกลื่อนกรุง” (ไพ่ไฟ คือบัตรลงคะแนนที่เลือกเบอร์ของผู้สมัครแล้ว) และรายละเอียดข่าวว่ามีผู้พบหีบลงคะแนนที่บรรจุบัตรที่เลือกผู้สมัครของพรรครัฐบาล คือ หมายเลข 25-33 พร้อมประทับตรานายอำเภอดุสิต (เขตดุสิต กรุงเทพฯ) ในพื้นที่เขตเลือกตั้งดุสิต
26 กุมภาพันธ์การเลือกตั้งทั่วประเทศ เป็นเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 7 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง เกิดเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลมากมายทำให้สังคมเชื่อว่าฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะ พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์อธิบดีกรมตำรวจ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้จัดแจงใช้กลโกงเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง จนได้ชื่อว่า “เลือกตั้งสกปรก”
2 มีนาคมประชาชนชุมนุมเรียกร้องไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง รัฐบาลจอมพล ป. ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ ให้เหตุผลว่า เตรียมรับสถานการณ์คุกคามจากต่างชาติและคอมมิวนิสต์ ประกาศห้ามชุมนุมในที่สาธารณะเกิน 5 คน และห้ามพิมพ์หรือโฆษณาข้อความทางการเมือง
พร้อมกันนั้น รัฐบาลแต่งตั้ง จอมพลสฤษดิ์ เป็นผู้บัญชาการฝ่ายทหาร มีอำนาจบังคับบัญชาทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และตำรวจ
12.00 น. มีการชุมนุมของนิสิตนักศึกษา บริเวณหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จอมพลสฤษดิ์ เดินทางไปกล่าวคำปราศรัยและขอให้เชิญธงชาติ (มีการลดธงลงประท้วงการเลือกตั้ง) ขึ้นสู่ยอดเสา นิสิตปฏิบัติตามพร้อมถามว่าการเลือกตั้งว่าสกปรกไหม จอมพลสฤษดิ์ ตอบว่า “สกปรกด้วยกันทั้งนั้น”
นิสิตขออนุญาตเดินขบวน จอมพลสฤษดิ์ กล่าวว่า “ย่อมทำได้ แต่ขอให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย”
15.00 น. นิสิตนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัย และประชาชนประมาณ 3 พันคน เดินขบวนไปยังกระทรวงมหาดไทย ระหว่างทางมีประชาชนเข้าร่วมอีกจำนวนมาก เมื่อไปถึงก็ขอให้พลตำรวจเอกชาติตระการโกศล อธิบดีกรมมหาดไทย นำข้อเรียกร้อง 6 ข้อ ไปยื่นต่อรัฐบาล ได้แก่
- ให้รัฐบาลยกเลิกภาวะฉุกเฉิน
- ให้การเลือกตั้งทั่วประเทศเป็นโมฆะ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 1 เดือน
- ในการเลือกตั้งครั้งใหม่ ขอให้แต่งตั้งนิสิตนักศึกษาเป็นกรรมการและเสมียนนับคะแนนด้วย
- ให้รัฐบาลหาผู้กระทำผิด ทุจริตการเลือกตั้งมาลงโทษ
- ให้รัฐบาลตอบคำเรียกร้องทั้งหมดภายใน 24 ชั่วโมง
- หากคำเรียกร้องข้างต้นไม่เป็นผล ขอให้ผู้ได้รับเลือกตั้งครั้งนี้ลาออกทั้งหมด
17.30 น. มวลชนร่วมแสนคนมุ่งหน้าไปทำเนียบรัฐบาล เกือบปะทะกับทหารที่รักษาการณ์อยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ จอมพลสฤษดิ์ ไปถึงพอดีแล้วสั่งให้ทหารหลีกทางให้ประชาชน และได้รับยกย่องเป็นวีรบุรุษจากหตุการณ์นั้น พอมวลชนถึงทำเนียบแล้วจอมพล ป. ออกมาชี้แจง ก็ถูกโห่ร้องแสดงความไม่พอใจ จอมพลสฤษดิ์ จึงเข้ามาขอรับข้อเรียกร้องไปหาทางเจรจากับรัฐบาลเอง
14 มีนาคมรัฐบาลประกาศยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งจอมพลสฤษดิ์ เป็นผู้บัญชาการฝ่ายทหาร และยกเลิกประกาศภาวะฉุกเฉิน
21 มีนาคมมีพระบรมราชโองการฯ แต่งตั้ง จอมพล ป. เป็นนายกรัฐมนตรี
31 มีนาคมมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง คณะรัฐมนตรีชุดที่ 26 โดยมี พลตำรวจเอกเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และจอมพลสฤษดิ์ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม
1 เมษายน จอมพล ป. นำรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อสภาฯ และได้รับความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียง 144 ต่อ 4 เสียง
21 มิถุนายน จัดตั้ง พรรคสหภูมิซึ่งเข้าใจกันว่า จอมพลสฤษดิ์ ให้การสนับสนุน มีนายสุกิจ นิมมานเหมินทร์ เป็นหัวหน้าพรรค และนายสงวน จันทรสาขา น้องชายต่างมารดาของจอมพลสฤษดิ์ เป็นเลขาธิการพรรค
15 สิงหาคมมีหนังสือเวียนของนายกรัฐมนตรี สั่งให้รัฐมนตรีทุกคนถอนตัวออกจากธุรกิจการค้าโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นจะให้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี
16 สิงหาคมพรรคฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาธิปัตย์และพรรคสหภูมิ ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาลแบบไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 75
20 สิงหาคมบุคคลสำคัญของคณะทหาร ประกอบด้วย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์, พลโทถนอม กิตติขจร, พลอากาศโทเฉลิมเกียรติ วัฒนางกูรและพลตรีประภาส จารุเสถียรขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี
30 สิงหาคม มีการอภิปรายทั่วไปรัฐบาล ของกลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายค้าน มีการเปิดเผยซักฟอกรัฐบาลจอมพล ป. และหนังสือพิมพ์รายงานข่าวโดยละเอียดถึงการบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพและเต็มไปด้วยข้อบกพร่องของรัฐบาล
5 กันยายนจอมพลสฤษดิ์ ลาออกจากรองหัวหน้าพรรคเสรีมนังคศิลา
9 กันยายนนิสิตนักศึกษาจำนวนหนึ่ง เดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้รัฐบาลลาออก
10 กันยายน คณะทหารประกอบด้วย จอมพลสฤษดิ์ และ สส. ประเภทที่ 2 ฝ่ายทหาร (สส. ประเภทที่ 2 แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง) จำนวน 46 คน ลาออกจากสมาชิกภาพของพรรคเสรีมนังคศิลา
12 กันยายนมีพระบรมราชโองการฯ ให้จอมพลสฤษดิ์ พลโทถนอม พลอากาศโทเฉลิมเกียรติ และพลตรีประภาส พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ตามที่ขอลาออก
13 กันยายนคณะทหารยื่นข้อเรียกร้องให้จอมพล ป. ลาออก และให้พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ ลาออกจากทุกตำแหน่ง
14 กันยายนจอมพล ป. เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นการด่วน และมีแถลงการณ์ให้ประชาชนทราบทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยว่า
“นายกรัฐมนตรีได้ปรับปรุงคณะรัฐมนตรีให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย โดยให้รัฐมนตรีถอนตัวออกจากกิจการค้า พร้อมกับมีมติให้แยกข้าราชการประจำออกจากข้าราชการการเมือง และบัดนี้ พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ ก็ได้ลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจแล้ว ข้อเสนอของคณะทหารเห็นว่า ควรตกไปด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่รัฐบาลจะต้องลาออกไปทั้งคณะ”
15 กันยายน คณะทหารประชุมและยื่น “คำขาด” ขอให้จอมพล ป. นำคณะรัฐมนตรี กราบถวายบังคมลาออก และได้รับคำตอบว่า รัฐบาลจะแจ้งการตัดสินใจในทราบในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น.
ประชาชนเปิดไฮด์ปาร์คอภิปรายโจมตี และตำหนิติเตียนการปฏิบัติงานของรัฐบาลที่ท้องสนามหลวง จากนั้นเดินขบวนไปโห่ร้องขับไล่รัฐบาลที่ทำเนียบฯ ทั้งเรียกร้องให้แขวนคอพลตำรวจเอกเผ่า ค่ำวันเดียวกันนั้น มวลชนพากันไปบ้านพักจอมพลสฤษดิ์ เพื่อเรียกร้องให้เป็นผู้นำการแก้ไขวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง
16 กันยายน เวลา 10.00 น. จอมพล ป. ปฏิเสธไปพบคณะทหาร ณ หอประชุมกองทัพบก เพราะเกรงว่าจะมีประชาชนทำร้าย และขอให้จอมพลสฤษดิ์ ไปพบที่ทำเนียบรัฐบาลแทน แต่เมื่อคณะทหารไปพบก็ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใด ๆ กันได้ จอมพล ป. จึงขอเวลาไปเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วจะแจ้งคำตอบในวันรุ่งขึ้น
13.00 น. จอมพล ป. เรียกประชุมบุคคลในคณะรัฐบาล และ สส. ประเภทที่ 1 ที่สังกัดพรรคเสรีมนังคศิลา ณ บ้านมนังคศิลา ที่ทำการพรรค และมีการลงมติให้ดำเนินการจับกุม จอมพลสฤษดิ์ พร้อมบุคคลสำคัญของคณะทหาร ข้อหา “กบฏ” ตามกฎหมายอาญามาตรา 113 โดยใช้กำลังตำรวจในบังคับบัญชาของพลตำรวจเอกเผ่า ดำเนินการในเวลา 03.00 น. (ตรงกับ 17 กันยายน)
18.00 น. มีการประชุมของคณะเสนาธิการของคณะทหาร ณ กองบัญชาการกองพลที่ 1 ลงมติให้ทำการ“รัฐประหาร”
21.00 น. จอมพล ป. เดินทางลี้ภัยออกนอกประเทศทางจังหวัดตราด มุ่งหน้าประเทศกัมพูชา
23.00 น. จอมพลสฤษดิ์ นำคณะทหารทำการรัฐประหาร หลังจากนั้น มีประกาศพระบรมราชโองการฯ แต่งตั้งจอมพลสฤษดิ์ เป็นผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร
21 กันยายนมีพระบรมราชโอการฯ แต่งตั้ง นายพจน์ สารสินเป็นนายกรัฐมนตรี
15 ธันวาคมการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 8
21 ธันวาคมจอมพลสฤษดิ์ ตั้ง พรรคชาติสังคมเพื่อรวบรวมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ได้เสียงข้างมากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาล ก่อนจะมีพระบรมราชโองการฯ แต่งตั้งพลโทถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2501
ศักราช “กึ่งพุทธกาล” จึงเป็นปีแสนวุ่นวายของการเมืองไทย และพลิกโฉมหน้าผู้ครอบครองอำนาจรัฐ ให้ “เปลี่ยนมือ” จากกลุ่มอำนาจเดิมของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ไปสู่กลุ่มอำนาจใหม่ นำโดย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
รับชม “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY ผ่าการเมืองเบื้องหลัง ‘เลือกตั้งสกปรก’ พ.ศ. 2500”
อ่านเพิ่มเติม :
- “การเมืองสามเส้า” อำนาจจอมพล ป. ถดถอย ก่อน “เลือกตั้งสกปรก”
- “นิสิตนักศึกษา” เคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นครั้งแรกเมื่อเกิด “เลือกตั้งสกปรก 2500”
- “การเลือกตั้งที่ไม่ค่อยจะเรียบร้อย” จอมพล ป. กล่าวถึงเลือกตั้งสกปรก
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
เฉลิม มลิลา. รัฐประหาร พ.ศ. 2500 ในประเทศไทย.วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คลังปัญญาจุฬาฯ.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทม์ไลน์การเมืองเดือด พ.ศ. 2500 ปี “เลือกตั้งสกปรก” ก่อนสฤษดิ์ยึดอำนาจ!
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com