หญิงมะกันวัย 30 ปี ป่วยโรคหายาก ผิวหลุดลอก ตาบอดทั้งสองข้าง หลังแพ้ยารุนแรง
หญิงมะกันวัย 30 ปี ป่วยโรคหายาก ผิวหลุดลอก ตาบอดทั้งสองข้าง หลังแพ้ยารุนแรง แพทย์เผย อาการสตีเวนส์-จอห์นสัน
หญิงวัย 30 ปีในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ต้องเผชิญภาวะร้ายแรงหลังรับประทานยาต้านอาการชักที่แพทย์สั่งจ่าย จนป่วยเป็นโรคหายาก ส่งผลให้ผิวหนังทั่วร่างกายหลุดลอกถึง 87% และสูญเสียการมองเห็นทั้งสองข้าง
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เอมิลี แมคอัลลิสเตอร์ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัย 30 ปี เริ่มรับประทานยาต้านอาการชักชนิดใหม่เมื่อเดือนกันยายน ปี 2022 แต่หลังจากนั้นเพียง 16 วัน เธอเริ่มมีอาการผิดปกติ ได้แก่ ดวงตาแดงบวม ใบหน้าและริมฝีปากบวม
ต่อมาอาการทรุดหนัก กลายเป็นผื่นขึ้นทั่วร่างกายและมีอาการหายใจลำบาก ก่อนจะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหายากและอันตรายถึงชีวิตที่เรียกว่า “กลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสัน” (Stevens-Johnson Syndrome: SJS) ส่งผลให้ผิวหนังทั่วร่างกายเสียหายและหลุดลอกถึง 87% รวมถึงทำให้ตาบอดในที่สุด
รายงานจากสื่อหลายสำนัก รระบุว่า เดิมเอมิลีทำงานด้านให้คำปรึกษาผู้มีปัญหาการใช้สารเสพติด เธอเล่าว่าในช่วงแรกเพียงรู้สึกไม่สบายอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า “ฉันไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่รู้ว่าอาการผิดปกติ”
แต่หลังจากรับประทานยาลาโมทริจีน ได้เพียง 16 วัน หญิงวัย 30 ปีคนนี้ก็สังเกตเห็นว่าดวงตาของเธอแห้งและใบหน้าเริ่มบวม วันถัดมา น้องสาวของเธอมาที่บ้านและพบว่าเธอหมดสติและหายใจลำบาก ใบหน้าเริ่มมีตุ่มพองคล้ายแผลน้ำพุพองที่ลุกลามอย่างรวดเร็วและสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก
หลังถูกนำส่งโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น SJS ซึ่งเป็นโรคผิวหนังรุนแรงจากปฏิกิริยาแพ้ยา โดยอาจเกิดจากยาปฏิชีวนะหรือยาต้านอาการชัก ข้อมูลจาก Cleveland Clinic ระบุว่า อาการของ SJS ได้แก่ มีไข้ เจ็บคอ แสบตา มีผื่นสีแดงม่วงและตุ่มพองบนผิวหนัง
ผิวหนังชั้นบนจะตายและหลุดลอก รอยโรคอาจลุกลามไปยังดวงตา หน้าอก ช่องปาก จมูก ทางเดินปัสสาวะ และอวัยวะเพศ ในกรณีรุนแรงอาจพัฒนาเป็น “ภาวะผิวหนังชั้นนอกตายจากพิษ” (Toxic Epidermal Necrolysis: TEN) ซึ่งกระทบผิวหนังมากกว่า 30% ของร่างกาย และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 30%
เอมิลีถูกส่งเข้ารักษาในหอผู้ป่วยไฟไหม้น้ำร้อนลวก และตลอด 3 ปีที่ผ่านมาเธอต้องเข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้ง ต่อสู้กับอาการป่วยอย่างหนัก โดยเข้ารับการผ่าตัดสร้างเปลือกตา การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ การปลูกถ่ายต่อมน้ำลาย รวมถึงผ่าตัดดวงตาถึง 6 ครั้ง
ปัจจุบัน เธอถูกจัดให้อยู่ในภาวะตาบอด ตาซ้ายสูญเสียการมองเห็นโดยสิ้นเชิง ส่วนตาขวาแม้สวมคอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษก็ยังมองเห็นได้จำกัด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายรายประเมินว่า การมองเห็นของเธอไม่สามารถฟื้นฟูได้เองตามธรรมชาติ
เอมิลีกล่าวว่า “ตอนนี้ฉันตาบอดทั้งสองข้าง อาการรุนแรงถึงขั้นส่งผลต่อชีวิตทั้งชีวิต ชีวิตฉันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และถูกจัดให้เป็นผู้พิการ” อย่างไรก็ตาม เธอยังคงพยายามมองโลกในแง่ดี โดยกล่าวว่า “ฉันรู้สึกโชคดีที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะ SJS อาจทำให้เสียชีวิตได้ ฉันดีใจที่ยังได้มีชีวิตต่อ และได้อยู่ดูแลลูกสาวเติบโต”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หญิงมะกันวัย 30 ปี ป่วยโรคหายาก ผิวหลุดลอก ตาบอดทั้งสองข้าง หลังแพ้ยารุนแรง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th