โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะปม 'เงินฌาปนกิจ' ล่ม เมื่อสวัสดิการสุดท้าย อาจกลายเป็นหลุมพราง

SpringNews

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 06.54 น.

จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลบนโซเชียลถึงการยกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในหลายพื้นที่ สร้างความตระหนกตกใจให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและครอบครัวที่ส่งเงินสมทบรายเดือน หวังเป็นค่าจัดการศพในวาระสุดท้าย

ล่าสุดวันนี้ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลหลายคน เพื่อสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกฯ ที่ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้หากำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน

ซึ่งการพิจารณารับจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฯ และการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่นั้นๆ โดยต้องทำคำสั่งเลิกปิดประกาศไว้ที่สมาคมฯ และส่งคำสั่งเลิกนั้นให้นายทะเบียนกลาง ซึ่งเป็น อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้นายทะเบียนกลางออกประกาศการเลิกสมาคมฯ ตามคำสั่งของนายทะเบียนท้องที่ก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในการลงประกาศราชกิจจานุเบกษา

และเมื่อประกาศแล้วจะส่งประกาศราชกิจจาฯ นั้น กลับคืนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เพื่อประกาศให้ประชาชนทราบว่าสมาคมฯ มีการยกเลิกแล้ว และดำเนินการชำระบัญชีตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป ดังนั้น นายทะเบียนกลาง จึงไม่มีอำนาจในการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์

"การฌาปนกิจสงเคราะห์" คือระบบสวัสดิการแบบรากหญ้าที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน มีหลักการคือ "การพึ่งพาซึ่งกันและกัน" (Self-help & Mutual-help) โดยสมาชิกตกลงจะช่วยจ่ายเงินคนละเล็กน้อย เมื่อมีเพื่อนสมาชิกเสียชีวิต เพื่อรวบรวมเป็นเงินก้อนใหญ่ให้ทายาทนำไปจัดงานศพและเป็นทุนตั้งตัว

ปัจจุบันระบบนี้ถูกทำให้ถูกกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 เพื่อเป็นหลักประกันให้กับกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงประกันชีวิตภาคเอกชนได้ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลล่าสุดพบว่ามีสมาคมที่จดทะเบียนกว่า 4,874 แห่ง แต่ยังดำเนินการอยู่จริงเพียง 3,839 แห่ง หรือหายไปเกือบ 1 ใน 4 ของระบบ ซึ่งสะท้อนวิกฤตความเชื่อมั่นครั้งใหญ่

เจาะ 3 สาเหตุหลัก ทำไมกองทุนถึง "ล่มสลาย"

สาเหตุที่เงินฌาปนกิจหลายแห่งต้องปิดตัวลง ไม่ได้มาจากปัญหาเดียวแต่เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ทับซ้อนกัน:

  • สังคมสูงวัย (Aging Society) เมื่อสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ อัตราการเสียชีวิตจึงสูงขึ้นตามธรรมชาติ ทำให้สมาชิกที่เหลือต้อง "ส่งเงินถี่ขึ้น" จากเดิมเดือนละครั้ง กลายเป็นเกือบทุกวันจนแบกรับภาระไม่ไหวและขอลาออก
  • ขาด "คนรุ่นใหม่" สานต่อ คนรุ่นใหม่มักมองว่าระบบนี้ไม่คุ้มค่าและเลือกทำประกันชีวิตที่มั่นคงกว่า เมื่อไม่มีสมาชิกใหม่มาแชร์ค่าใช้จ่าย ภาระจึงตกอยู่ที่คนเก่าจนเงินเรียกเก็บไม่พอจ่ายทายาท เกิดภาวะที่เรียกว่า "แชร์ลูกโซ่ในคราบสวัสดิการ"
  • ธรรมาภิบาลและการทุจริต หลายกองทุนบริหารโดยคณะกรรมการที่ขาดความรู้ด้านการเงิน หรือที่เลวร้ายที่สุดคือ "การปลอมชื่อคนตาย" (Ghost Claims) เพื่อยักยอกเงิน และการนำเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าไปหมุนเวียนผิดวัตถุประสงค์ จนเกิดความเสียหายระดับร้อยล้านบาทในหลายพื้นที่

ใครคือผู้สูญเสีย และทางรอดของวัยเกษียณ

ผลกระทบนี้รุนแรงที่สุดต่อ กลุ่มผู้สูงอายุ ที่ส่งเงินมานานนับสิบปีด้วยหวังว่าจะเป็น "มรดกชิ้นสุดท้าย" แต่กลับถูกลอยแพกลางคัน รวมถึง ทายาท ที่ต้องแบกรับหนี้สินค่าจัดงานศพเอง และผู้ค้ำประกันเงินกู้ ในระบบสหกรณ์ที่หลักประกันหายไปทันทีเมื่อสมาคมล่ม

คำแนะนำสำหรับประชาชน

ก่อนสมัครหรือส่งเงินต่อ ควรเช็กว่าสมาคมนั้น จดทะเบียนถูกต้องกับกระทรวง พม. หรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือไม่ (ใบสำคัญ ส.ฌ. 3) และต้องหมั่นติดตามรายงานงบการเงินทุกปี หากพบพฤติกรรมเรียกเก็บเงินถี่แต่จ่ายเงินล่าช้า ให้รีบแจ้งนายทะเบียนท้องที่เพื่อเข้าตรวจสอบทันที เพราะอำนาจการสั่งเลิกและชำระบัญชีอยู่ที่ท้องถิ่นตามกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...