โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สื่อกาญจนบุรีมอบเสบียงกว่า 1,000 ขวด หนุนเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าอุทยานเอราวัณ

สยามรัฐ

อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 08.21 น.

คณะสื่อมวลชนกาญจนบุรีนำเครื่องดื่มชูกำลัง อาหารแห้ง และน้ำดื่มกว่า 1,000 ขวด มอบเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เสริมกำลังใจสู้ไฟป่าช่วงฤดูแล้ง พร้อมย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนช่วยลดจุดความร้อนอย่างเห็นผล

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.69 ณ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ นายวุฒิเดช ก้อนทองคำ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวภาคตะวันตก พร้อมด้วย นายวสันต์ สุนจิรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกาญจนบุรี และคณะสื่อมวลชน ได้นำ กาแฟกระป๋อง เครื่องดื่มชูกำลัง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และน้ำดื่มกว่า 1,000 ขวด ไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่าในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติฯ จ.กาญจนบุรี

โดยมีนายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 และนายพิพัฒน์ ฉิมพลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เป็นผู้รับมอบ และให้การต้อนรับการสนับสนุนในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเสริมเป็นขวัญกำลังใจและสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ป่า ท่ามกลางสภาพภูมิประเทศที่ยากลำบากและเสี่ยงอันตราย ซึ่งเสบียงอาหารและน้ำดื่มแม้เพียงเล็กน้อย ก็มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อกำลังพลแนวหน้า

นายราชันย์ บัวตรี กล่าวย้ำว่า การแก้ไขปัญหาไฟป่าไม่สามารถพึ่งพาภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ภาคเอกชน สื่อมวลชน และหน่วยงานความมั่นคง ในการทำงานเชิงรุกควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง ผลจากการบูรณาการดังกล่าว ทำให้สถานการณ์ไฟป่าในหลายพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรีดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพื้นที่สลักพระ ซึ่งจากเดิมเคยเกิดจุดความร้อนกว่า 800 จุด เหลือเพียง 2 จุดในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ตระหนักถึงผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจจากไฟป่า นอกจากนี้ คณะผู้บริหารยังได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้แทน กองพลทหารราบที่ 9 เพื่อชี้แจงถึงการใช้อากาศยานสนับสนุนภารกิจ โดยยืนยันว่า การนำอากาศยานเข้าพื้นที่ไม่ได้หมายถึงภาวะวิกฤติรุนแรง แต่เป็นมาตรการเชิงป้องกันเพื่อสกัดไม่ให้ไฟลุกลามจากป่าขนาดเล็กสู่ป่าผืนใหญ่

ตลอด 4 วันที่ผ่านมา สถานการณ์ในพื้นที่ทองผาภูมิและไทรโยคสามารถควบคุมได้ในระดับที่น่าพอใจ โดยอากาศยานมีบทบาทสำคัญทั้งในการสำรวจหัวไฟ ประเมินทิศทางลม ลำเลียงกำลังพลและเสบียง รวมถึงสนับสนุนการควบคุมไฟในจุดเสี่ยง ช่วยลดระยะเวลาเดินเท้าของเจ้าหน้าที่จากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...