โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เบาะแสสำคัญ! หลังพบร่างชายวัย 68 ปี เสียชีวิตปริศนาในรถตู้

สยามนิวส์

อัพเดต 14 ก.พ. เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 02.59 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ร.ต.อ.สุนทร บุญมั่น ร้อยเวรของสถานีตำรวจภูธรทุ่งหลวง อำเภอ

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ร.ต.อ.สุนทร บุญมั่น ร้อยเวรของสถานีตำรวจภูธรทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถตู้ซึ่งจอดอยู่กลางป่า พื้นที่หมู่ 6 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ หลังรับแจ้งได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรจากโรงพยาบาลปากท่อ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดราชบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ราชบุรี

ในที่เกิดเหตุพบรถตู้โตโยต้า สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดอยู่กลางป่า โดยล้อหน้าด้านซ้ายถูกถอดออกและใช้แม่แรงค้ำตัวรถไว้ เมื่อตรวจสอบภายในพบกลิ่นควันและร่องรอยความเสียหายจากไฟในหลายจุด ทั้งบริเวณเบาะและหลังคารถ

บริเวณเบาะนั่งแถวที่สองพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายวิเชียร (สงวนนามสกุล) อายุ 68 ปี ที่ข้อมือมีเชือกผูกลักษณะหลวม ๆ และมีร่องรอยไหม้บริเวณลำตัวด้านขวา ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายจากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง

จากการตรวจค้นภายในกระเป๋าพบเอกสารสำคัญ และจดหมายเขียนด้วยลายมือจำนวน 2 ฉบับ ฝากถึงผู้ที่มาพบเพื่อช่วยแจ้งข่าวแก่ลูกชาย

ต่อมาลูกสาวของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ และยืนยันตัวบุคคลว่าเป็นบิดาของตน ซึ่งได้หายออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ โดยครอบครัวได้แจ้งความคนหายไว้ที่จังหวัดสมุทรสาคร เนื่องจากผู้ตายย้ายไปใช้ชีวิตและแต่งงานใหม่ที่นั่นมานานกว่า 30 ปี ทั้งนี้ในวันดังกล่าวผู้ตายได้ส่งข้อความผ่านไลน์ถึงครอบครัว ก่อนจะไม่สามารถติดต่อได้อีก กระทั่งมีผู้ไปพบรถจึงแจ้งญาติให้ทราบและเดินทางมาตรวจสอบ แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุการณ์

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เนื่องจากยังมีประเด็นข้อสงสัยเรื่องการผูกข้อมือ รวมถึงขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่พบในรถ ทั้งที่ผู้ตายไม่ใช่ผู้ดื่มสุรา โดยจะส่งร่างไปตรวจพิสูจน์ทางนิติเวชเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...