โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กกต.ซ้อมเสมือนจริง-ผู้มีสิทธิ52.9ล้าน

ไทยโพสต์

อัพเดต 16 มกราคม 2569 เวลา 7.19 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กกต.ซ้อมเสมือนจริง เลือกตั้ง สส.-ประชามติ ยันแสดงตนสองรอบไม่ทำสับสน เร่งสแกนนโยบายพรรคการเมือง เผยแพร่ข้อสังเกต 5 วันก่อนเลือกตั้ง เชื่อเป็นข้อมูลช่วย ปชช.ตัดสินใจ เปิดยอดผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52.9 ล้านคน "พท." อ้อนขอเสียงหนองบัวฯ-หนองคายตั้งรัฐบาล "เต้น" เหน็บพรรคส้มแค้นน้ำเงิน บอกอย่าโหวตสีเทากลับโดนสีกากีจับไปแล้ว 2 คน “อภิสิทธิ์” ปลื้มคนอุบลฯ เชียร์นายกฯ ในดวงใจ

เมื่อวันที่ 15 มกราคม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดหน่วยเลือกตั้งจำลองสาธิตการเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติ สำหรับการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ. โดยมีนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมสังเกตการณ์ โดยพนักงานของสำนักงาน กกต.และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด 77 จังหวัด และวิทยากรจังหวัด วิทยากรเขตเลือกตั้ง สาธิตการลงคะแนนเสมือนจริง เพื่อฝึกปฏิบัติแนวทางการทำหน้าที่ในวันเลือกตั้งและวันออกเสียงประชามติ

สำหรับหน่วยเลือกตั้ง จะจัดให้มีทางเข้า-ออกทางเดียว โดยผู้มาใช้สิทธิทั้ง 2 อย่างจะต้องแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ก่อน จากนั้นค่อยแสดงตนรับบัตรออกเสียงประชามติ แล้วออกในช่องทางที่กำหนดให้ ส่วนกรณีประชาชนที่จะไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติเพียงอย่างเดียว สามารถใช้ช่อง fast track โดยจะมีเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งคอยอำนวยความสะดวกทุกขั้นตอน

นอกจากนี้ หากในวันเลือกตั้งเกิดเหตุความวุ่นวายขึ้น เช่น มีผู้ก่อกวน หรือมีการทำลายบัตรลงคะแนน จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหน่วย 2 นาย คอยควบคุมสถานการณ์ คนที่ทำลายบัตรลงคะแนน ดำเนินคดีอาญา เช่นเดียวกับผู้ที่ก่อกวน จะประสานตำรวจให้นำตัวส่งสถานีตำรวจให้ดำเนินการตามกฎหมาย และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะต้องบันทึกเหตุการณ์ไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า สำนักงาน กกต.ได้มีการจัดอบรมบุคลากร โดยจะไปทำหน้าที่วิทยากร อบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 400 เขต เพราะเป็นครั้งแรกที่ทำหน้าที่วิทยากรสำหรับจัดการเลือกตั้ง สส.พร้อมการออกเสียงประชามติที่อยู่ในหน่วยเดียวกัน เพื่อให้กระบวนการออกเสียงและลงคะแนนเลือกตั้ง สส.เป็นไปอย่างราบรื่น และนำปัญหาที่พบมาวางแผนจัดที่ให้บริหารเร็วขึ้น ทั้งนี้ย้ำว่า ประชาชนที่มาใช้สิทธิต้องแสดงตน 2 ครั้ง เพื่อรับบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติ สำหรับกระบวนการออกมาใช้สิทธิของประชาชน จะเหมือนกับการเลือกตั้งทั่วไปหรือท้องถิ่น เชื่อไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ส่วนกรณีประชาชนหากไปใช้สิทธิ สส.แล้วติดธุระด่วน สามารถกลับมาลงประชามติได้หรือไม่นั้น รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า สามารถทำได้ เพราะเป็นสิทธิ โดยการเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติใช้กฎหมายคนละฉบับ

ด้านนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่ภาคประชาชนบางส่วนเสนอให้ทบทวนรูปแบบการแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ จากปกติต้องแสดงตน 2 รอบให้เหลือเพียงรอบเดียว แล้วรับบัตร 3 ใบว่า ไม่ทบทวนแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ได้พิจารณามาแล้วทุกรูปแบบ และได้มีการออกแบบมาแล้วว่าแบบนี้คือแบบที่เหมาะสมที่สุด รวมถึงยังได้มีการซักซ้อมทำความเข้าใจกับวิทยากรเป็นผู้ไปอบรมให้แก่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งแล้ว หากเปลี่ยนแปลงอีกจะสร้างความสับสนและยุ่งยากมากกว่าเดิม

เร่งสแกนนโยบายพรรค

นายแสวงยังกล่าวถึงการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ซึ่งเป็นนโยบายต้องที่ใช้จ่ายเงิน เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า คณะกรรมการฯ ชุดนี้เพิ่งตั้งขึ้นครั้งแรก และมีมาตรฐานค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ส่วนตัวรู้สึกเห็นใจพรรคการเมือง เพราะเหมือนต้องทำข้อสอบให้ผ่าน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีการขอข้อมูลเพิ่มจากบางพรรค ทำให้พรรคการเมืองต้องเจียดเวลาการหาเสียงมาชี้แจง แต่ต้องรอดูว่าพรรคการเมืองจะสามารถส่งข้อมูลกลับมาให้คณะกรรมการฯ ได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งคณะกรรมการฯ จะพิจารณาตามกรอบ คือ 1.ความครบถ้วนตามกฎหมาย 2.ที่มาของเงินมาจากแหล่งไหน 3.ประโยชน์และความเสี่ยง

ทั้งนี้ จะช่วยให้ประชาชนบางส่วนได้ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองจากข้อสังเกตของคณะกรรมการฯ ได้ ฉะนั้นจึงต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบและเป็นกลาง ปฏิบัติกับทุกพรรคเหมือนกัน เพราะหากพิจารณาไม่รอบคอบ อาจส่งผลกระทบต่อทั้งพรรคการเมือง ประชาชน และตัวเราเองด้วย อย่างไรก็ตาม จะมีการเผยแพร่ข้อสังเกตของคณะกรรมการฯ ให้กับประชาชนรับทราบและศึกษารายละเอียดก่อนวันเลือกตั้ง 5 วัน

เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ในการพิจารณานโยบายของแต่ละพรรค จะมีตัวแทนพรรคการเมืองวิดีโอเข้ามาเพื่อตอบคำถามของคณะกรรมการฯ เช่น พรรคประชาชน มี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชน เป็นผู้มาตอบข้อซักถาม ซึ่งมีพรรคการเมืองส่งนโยบายเข้ามาให้ตรวจสอบเกือบ 20 พรรค แต่มีเพียง 5 พรรคที่ส่งข้อมูลเอกสารมาล่วงหน้าก่อน อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำกับคณะกรรมการฯ ว่า เราไม่ใช่ผู้อนุมัติโครงการ จึงไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดเยอะ แต่เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตว่า แต่ละพรรคการเมืองจะนำนโยบายไปใช้ได้อย่างสมเหตุสมผลหรือไม่ พร้อมยังกำชับให้ใช้ภาษาในการตั้งข้อสังเกตที่เข้าใจง่าย คาดว่าวันที่ 19 ม.ค.นี้ จะส่งเอกสารนโยบายเข้ามาครบทุกพรรค

"นโยบายแต่ละพรรคที่ส่งเข้ามา ไม่มีที่ขัดต่อกฎหมาย และไม่จำเป็นต้องเข้มงวดเฉพาะนโยบายที่มีลักษณะเป็นนโยบายประชานิยม เพราะบางนโยบายใช้เงินเยอะก็จริง แต่ระยะเวลาในการใช้นั้นยาวนานตลอดอายุของรัฐบาล ขณะเดียวกัน หากนโยบายนั้นไม่ใช่นโยบายประชานิยม แต่กระทบกับสถานะทางการเงินของประเทศ หรือเป็นนโยบายที่ได้ไม่คุ้มเสีย คณะกรรมการฯ ก็จะมีการตั้งข้อสังเกต โดยเน้นถึงผลดีผลเสีย อะไรมากน้อยกว่ากัน เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนได้ใช้ตัดสินใจ ซึ่งการตั้งคณะกรรมการฯ ชุดนี้ขึ้นมา ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะครั้งนี้พรรคการเมืองอาจจะยังปรับตัว เพื่อรักษาประโยชน์ต่อส่วนรวมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ครั้งหน้าอาจจะมีการออกกฎเกณฑ์ เงื่อนไขคำถาม หรือวิธีการจัดทำรายงานมากขึ้น เชื่อว่าสุดท้ายผลประโยชน์จะไปลงที่ประชาชน" นายแสวงระบุ

ทั้งนี้ สำนักงาน กกต.เปิดเผยจำนวนผู้สิทธิเลือกตั้ง สส. แยกรายเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต ใน 77 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวมทั้งสิ้น 52,922,923 คน แบ่งเป็นชาย 25,278,046 คน และหญิง 27,644,877 คน ข้อมูล ณ วันที่ 14 ม.ค.2569 โดยข้อมูลจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาจมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากสามารถยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ จนถึงวันที่ 28 ม.ค.2569

ที่จังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมผู้สมัคร สส.หนองบัวลำภู ปราศรัย 2 จุดคือ บ้านริมพะเนียง อำเภอเมืองฯ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 และลานร้านพรทิพย์พืชผล อำเภอศรีบุญเรือง เขตเลือกตั้งที่ 2 โดยนายจุลพันธ์กล่าวว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. มีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผลสำรวจหลายสำนัก จึงขอให้ประชาชนเลือกผู้สมัคร สส.ของพรรคเข้าสภาให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

จากนั้น นายจุลพันธ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงและคณะได้เดินทางไปหาเสียงที่ตลาดนัดโรงแรมราชาโฮเทล อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย โดยมีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ร่วมขึ้นเวทีด้วย

นายณัฐวุฒิปราศรัยช่วงหนึ่งว่า การเลือกตั้งเหลือเวลาอีกแค่กว่า 20 วัน การวิเคราะห์วันนี้บอกว่ามีเพียง 3 พรรคที่จะมีสิทธิ์ตั้งรัฐบาลเป็นนายกฯ คือ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน ไม่ว่าใครจะบอกว่าใครจะมาที่หนึ่ง ที่สอง หรือที่สาม แต่พรรคเพื่อไทยมั่นใจ เพราะทำโพลเองมาตลอด นายยศชนันคะแนนนิยมดีวันดีคืน ฉะนั้นจึงมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยเป็นที่หนึ่งแน่นอน และหากพรรคเพื่อไทยเป็นที่หนึ่ง นายกฯ คือนายยศชนัน ไม่มียกมือให้คนอื่นแน่นอน เหมือนพรรคส้มยกมือให้พรรคภูมิใจไทย

“พอจะเลือกตั้งใหม่สีส้มเขาก็แค้นสีน้ำเงินว่าหักหลัง จึงประกาศว่าสีส้มจะไม่ยกมือให้สีน้ำเงินเป็นนายกฯ อีกต่อไป ประกาศแนวทางว่ามีเรา ไม่มีเทา แล้วหันมาบอกพรรคเพื่อไทยว่าอย่าโหวตให้พรรคภูมิใจไทย เพราะพวกนั้นมันเทา เรายืนของเราอยู่ดีๆ เขาไปต้มกันเองแท้ๆ แล้วมาบอกว่าพวกนั้นเทา เราก็คนซื่อ เขามาชี้ว่าคนนั้นคนนี้เทา มารู้อีกทีตำรวจจับไปแล้ว 2 คน กับพรรคที่มาบอกว่าคนอื่นเทา ไม่รู้หรอกว่าสีน้ำเงิน สีส้ม แต่ชั่วโมงนี้เสร็จสีกากีไปแล้วสอง พรรคไหนเทา ไม่เทา ประชาชนรู้ ประชาชนตัดสินใจเองได้" นายณัฐวุฒิระบุ

มาร์คปลื้มคนอีสานเชียร์

ที่จังหวัดอุบลราชธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนและรับฟังปัญหาในพื้นที่ โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ภารกิจเริ่มต้นด้วยการเดินทางไปยังวัดมหาวนาราม (พระอารามหลวง) เพื่อเข้ากราบนมัสการพระครูวิบูลกิจจารักษ์ (สมบัติ อคฺคธมฺโม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ในโอกาสนี้ท่านพระครูได้ประพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คณะ พร้อมให้พรว่า "ขอให้สมความตั้งใจ ได้รับใช้พี่น้องชาวอุบลฯ และประชาชนทั้งประเทศ" ซึ่งถือเป็นขวัญและกำลังใจสำคัญในการเดินหน้าทำงานการเมืองสุจริต

จากนั้นนายอภิสิทธิ์และคณะเดินทักทายประชาชน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวอุบลฯ เข้ามาขอถ่ายรูปเซลฟีและมอบกำลังใจให้อย่างต่อเนื่อง ส่วนแม่ค้าในตลาดบางรายถึงกับกล่าวว่า "มาแล้ว นายกฯ ในดวงใจ" พร้อมส่งเสียงเชียร์และขอจับมือให้กำลังใจ ขณะที่มีกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ร่วมแสดงตัวเป็นแฟนคลับ โดยระบุว่าติดตามผลงานของนายอภิสิทธิ์มาตั้งแต่เด็ก และดีใจที่ได้เห็นไอดอลทางการเมืองกลับมาลงพื้นที่อีกครั้ง

ที่จังหวัดสระแก้ว น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ผู้สมัคร สส.สระแก้ว เขต 2 และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดนัดวังน้ำเย็น พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ มุ่งยกระดับบทบาทผู้สูงอายุจากผู้พึ่งพิง สู่กำลังแรงงานคุณภาพของประเทศ

น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า พปชร.ให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้ที่เหมาะสมแก่ผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพ เพื่อลดภาระทางสังคมและเพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ผ่านความร่วมมือภาครัฐและเอกชน โดยรัฐจะออกมาตรการจูงใจทางภาษี ให้บริษัทที่จ้างแรงงานอายุ 60 ปีขึ้นไป สามารถนำค่าจ้างมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ภายใต้เงื่อนไขเป็นผู้สูงอายุสัญชาติไทย ค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน และมีสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 10 ของลูกจ้างทั้งหมด พร้อมเดินหน้าจัดตั้งศูนย์พัฒนาแรงงานผู้สูงอายุระดับจังหวัด เพื่อฝึกทักษะ เชื่อมโยงนายจ้าง และจัดหางานที่เหมาะสม ย้ำผู้สูงอายุไม่ใช่ภาระ แต่คือพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...